วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คืนคลื่นทีวีดิจิทัลทำ 5G กสทช.ชดเชยเงินให้ 30%

คืนคลื่นทีวีดิจิทัลทำ 5G กสทช.ชดเชยเงินให้ 30%

  • Share:

ผมไปฟังการสัมมนาเรื่อง “5G Disruption ระลอก 2 : IoT พลิกโฉมธุรกิจการเงิน” ในงาน มหกรรมการเงิน Money Expo ส่งท้ายปี จัดโดยวารสาร “การเงินธนาคาร” วันพฤหัสบดีที่แล้ว ผู้จัดได้เชิญทั้งผู้คุมกฎ Regulator ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ Operator 3 ค่าย มาร่วมสนทนาถึงทิศทางแนวโน้มของ เทคโนโลยี 5G ที่มีผลกระทบต่อ ตลาดเงินตลาดทุน รวมทั้ง ประชาชน ในอนาคต แล้วก็ได้ “ข้อสรุป” บนเวทีที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

เสียดายแทนคนในวงการที่ไม่ได้ไปฟัง วันนี้ผมเลยนำมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้ง โดยเฉพาะ ทางรอดของทีวีดิจิทัล ที่กลับมาเป็นข่าวอีกครั้งจากการปลดนักข่าว

ในเวทีสัมมนา คุณฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. เปิดเผยว่า การทำให้เทคโนโลยี 5G เกิดขึ้นในประเทศไทยได้ มี 3 เรื่องสำคัญ คือ 1.ความถี่ Spectrum 2.โครงสร้างพื้นฐาน Infrastructure 3.การเชื่อมต่อ Connectivity เรื่องแรกคือความถี่ ทุกวันนี้ประเทศไทยใช้คลื่นความถี่ประมาณ 340 เมกะเฮิรตซ์ ถามว่าพอไหม ไม่พอแน่นอน พอเกิดเทคโนโลยี 5G อย่างน้อยต้องมีการใช้งาน 200-300 เมกะเฮิรตซ์ขึ้นไปต่อค่าย ดังนั้น กสทช.จึงต้องจัดสรรคลื่นความถี่เป็นเรื่องแรกไม่งั้น 5G ไม่เกิดแน่นอน

แต่คลื่นความถี่ที่ กสทช. ถืออยู่ในปัจจุบัน มีการจัดสรรคลื่นความถี่ย่านดีที่สุด 700 เมกะเฮิรตซ์ ไปใช้งานด้านทีวีดิจิทัลแล้ว วันนี้ (29 พฤศจิกายน) ก่อนผมเดินทางมางานนี้ ท่านประธาน กสทช. เพิ่งลงนามแต่งตั้ง คณะกรรมการเตรียมการเรียกคลื่นความถี่ในย่าน 700 กลับคืนมา และเยียวยาคลื่นความถี่ในย่าน 700 ให้กับทีวีดิจิทัล เพื่อนำคลื่น 700 มาประมูลใช้งานด้านโทรคมนาคม 5G คำสั่งนี้มีกำหนดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสองเดือน เป็นสิ่งที่เราจะ แก้ปัญหาทีวีดิจิทัลอย่างยั่งยืนต่อไป กสทช.จะเดินหน้าในการเรียกคลื่นความถี่คืนและเยียวยาให้กับทีวีดิจิทัล ให้ไปใช้คลื่นความถี่ในย่านอื่น สำหรับประชาชนก็ไม่ต้องวิตกกังวลอะไร ดูทีวีได้อย่างต่อเนื่อง เป็นการเปลี่ยนผ่านอีกครั้งหนึ่ง

หลังจากที่พูดบนเวทีสัมมนาใน งานมหกรรมการเงิน Money Expo แล้ว คุณฐากร ได้แถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ถึงการแก้ไขปัญหาของทีวีดิจิทัลว่า อันดับแรกจะขยายการสนับสนุนค่าใช้จ่ายการออกอากาศผ่านโครงข่ายทีวีดิจิทัล (MUX) และ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามประกาศ กสทช.ว่าด้วยกฎมัสต์แครี่ (Must Carry) ให้ไปสิ้นสุดปี 2565 จากเดิมที่คำสั่ง คสช.ให้ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระถึงปี 2562

คลื่นความถี่ 700 เมกะเฮิรตซ์ ที่ กสทช. ขอคืนมาจากทีวีดิจิทัล เพื่อใช้ในระบบ 5G จะมีการเปิดประมูลล่วงหน้าในปีหน้า 2562 เพื่อหาเงินมาช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โดยกำหนดราคาเริ่มต้นที่ 13,000-14,000 ล้านบาท ต่อ 10 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อจูงใจผู้ประกอบการให้เข้าร่วมประมูล

ถึงตรงนี้ผมก็มี “ข้อมูลวงใน” มาเล่าให้ “ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล” ฟังว่า เมื่อ กสทช. นำคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ ของทีวีดิจิทัลไปประมูลเป็นคลื่น 5G แล้ว กสทช. จะจัดสรรคลื่นความถี่ 470 เมกะเฮิรตซ์ ให้ทีวีดิจิทัลใช้ออกอากาศแทน รายได้จากการประมูลคลื่น 700 กสทช.จะนำเงินส่วนหนึ่งไปชดเชยให้กับผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลทุกราย โดยลดเงินค่าประมูลทีวีดิจิทัลที่ยังไม่ได้จ่ายอีก 30% ให้กับผู้ประกอบการ ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนนี้อีก

ถือเป็นการแลกกัน เพื่อเอาคลื่น 700 เมกะเฮิรตซ์ของทีวีดิจิทัล ไปประมูลเป็นคลื่น 5G ซึ่งทำให้ กสทช.มีรายได้เพิ่มขึ้น ก็เลยเอารายได้ส่วนนี้ไปชดเชยเงินประมูลทีวีดิจิทัลที่เหลือ

เงินค่าประมูลทีวีดิจิทัล 30% ที่ยังไม่ได้จ่าย ผมเช็กตัวเลขจากเพื่อนฝูงเจ้าของช่องแล้ว เป็นเงินประมาณ 15,000-16,000 ล้านบาท เพราะแต่ละช่องประมูลราคาไม่เท่ากัน ก็ถือว่าไม่มากเมื่อเทียบกับค่าคลื่น 5G ที่มีราคาเริ่มต้น 13,000-14,000 ล้านบาท ประมูลคลื่นบล็อกเดียวก็ได้เงินช่วยทีวีดิจิทัลได้ทั้งระบบ ขอชมว่าไอเดียนี้เจ๋งดีครับ.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้