วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มาครง=หลุยส์ที่ 16

มาครง=หลุยส์ที่ 16

  • Share:

ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีมาครงของฝรั่งเศสเชื่อต่างกันในเรื่องภาวะโลกร้อน ทรัมป์ไม่แคร์ แถมมีพฤติกรรมสนับสนุนการใช้พลังงานจากฟอสซิล ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ หรือถ่านหิน ส่วนมาครงคิดเรื่องการลดภาวะโลกร้อนด้วยการให้ประชาชนคนฝรั่งเศสลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มาครงคิดวิธีการลดภาวะโลกร้อนอยู่มากมายหลายโครงการ หนึ่งในโครงการนั้นก็คือ การเก็บภาษีคาร์บอนเพิ่มกับคนที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนซึ่งหมายถึงคนที่ใช้น้ำมันกับรถยนต์

ใครที่ติดตามข่าวการประท้วงในฝรั่งเศสจะเห็นว่ามีหลายภาพที่คนพ่นสีเขียนว่า “มาครง=หลุยส์ที่ 16” ข้อความนี้น่าจะโยงถึงนโยบายของมาครงที่กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลดภาษีบริษัทห้างร้านและลดภาษีทรัพย์สิน จากเดิมร้อยละ 33 ให้เหลือร้อยละ 25 โดยมาครงอ้างว่าต้องการให้บริษัทหรือคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจมีกำไรมากขึ้น จะได้รับคนทำงานเพิ่มขึ้น

ผู้ประท้วงต่างคิดว่านี่คือนโยบายช่วยคนรวย

มาครงปฏิรูประบบเงินบำนาญผู้สูงอายุ ซึ่งผู้คนเหล่านั้นแก่แล้ว ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทว่าในอดีตได้เคยก่อร่างสร้างความมั่งคั่งให้กับฝรั่งเศส มาครงจะปฏิรูปเพื่อลดความช่วยเหลือผู้สูงอายุ มาครงต้องการลดการขาดดุลงบประมาณลง 6 หมื่นล้านยูโรเพื่อไม่ให้ใช้งบประมาณขาดดุลเกินร้อยละ 3 ของจีดีพีตามนโยบายของสหภาพยุโรป

ค่าครองชีพในกรุงปารีสสูงปรี๊ด คนที่มีรายได้ต่ำถึงปานกลางอยู่ลำบาก ผู้คนจำนวนไม่น้อยจึงอพยพจากอาร์รงดิสม็องหรืออำเภอต่างๆของปารีสไปอยู่ต่างจังหวัด การมีชีวิตในแคว้นอัลซาส อากีแตน โอแวรญ์ บูร์กอญ ฟร็องช์-กงเต ฯลฯ ไม่มีการขนส่งสาธารณะมากเหมือนในกรุงปารีส ส่วนใหญ่จึงต้องใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งรถยนต์ก็ต้องใช้น้ำมัน การที่มาครงขึ้นภาษีน้ำมันทำให้ผู้คนเดือดร้อนมากยิ่งขึ้น เมื่อคนฝรั่งเศสถามว่า คุณเก็บภาษีเพิ่มได้เงินมากขึ้นอีก 1.5 ล้านล้านบาท คุณจะนำเงินนี้ไปทำอะไร นายมาครงตอบว่า ข้าพเจ้าจะนำไปชดเชยการขาดดุลงบประมาณ

มาครงจะเอาภาษีที่เก็บจากคนใช้น้ำมันไปชดเชยการขาดดุลงบประมาณ มาครงลดภาษีให้คนรวยจึงมีงบประมาณน้อยลง จากนั้นก็มาขึ้นภาษีจากคนจนที่ต้องออกไปจากกรุงปารีสเพราะสู้ค่าครองชีพไม่ไหว ผู้คนจึงออกมาใส่เสื้อกั๊กสีเหลืองประท้วงกันไปทั่วประเทศ รัฐบาลฝรั่งเศสบอกว่าการประท้วงครั้งนี้ทำโดยมืออาชีพ เพื่อให้เกิดความไม่สงบและเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินสาธารณะ

คำพูดที่ว่าพวกประท้วงเป็นมืออาชีพเป็นการโยนน้ำมันลงไปในกองไฟ เพราะคนที่ออกมาประท้วงครั้งนี้เป็นพลังประชาชนอย่างแท้จริง ไม่มีเรื่องของฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวา ผู้คนจากพรรคฝ่ายซ้าย ไม่ว่าจะพรรคคอมมิวนิสต์ สังคมนิยม พลังสาธารณรัฐและพลเมือง สีเขียว ฯลฯ หรือผู้คนจากพรรคฝ่ายขวาอย่างพรรครวมพลังมวลชน พลังเพื่อฝรั่งเศส พลังสาธารณรัฐแห่งชาติ ฯลฯ ต่างออกมาประท้วงอย่างพร้อมเพรียงกัน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ฝรั่งเศส

ความร่วมใจของประชาชนคนทุกฝ่ายในฝรั่งเศสเกิดขึ้นครั้งแรกสองร้อยปีที่แล้ว เพื่อล้มเลิกระบอบกษัตริย์และการปกครองของราชวงศ์บูร์บง สมัยนั้น ฝรั่งเศสมีบารอนอาน โรแบร์ ชาก ตูร์โก เป็นเสนาบดีกระทรวงการคลัง แกคิดว่าต้องปฏิรูประบบการเก็บภาษีโดยการเรียกเก็บภาษีจากอภิสิทธิ์ชนโดยเฉพาะพวกขุนนาง

ตอนแรกพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงไม่คัดค้าน แต่สมเด็จพระราชินีและขุนนางไม่พอใจ เพราะคิดว่าภาษีจะกระทบกับชนชั้นขุนนางของพวกตน จึงพูดหว่านล้อมจนพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ปลดตูร์โก แล้วเหตุการณ์ต่างๆ ก็พาไป ทำให้ประชาชนไม่พอใจ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ประชาชนฝรั่งเศสต่อต้านพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 และสุดท้ายก็ร่วมกันถืออาวุธไปทลายคุกบาสตีย์

นี่คือที่มาของสีพ่น มาครง=หลุยส์ที่ 16

ปล.ขณะจะจบคอลัมน์ มีข่าวว่ารัฐบาลฝรั่งเศสจะประกาศให้เลื่อนการปรับขึ้นราคาเชื้อเพลิงทั้งดีเซลและเบนซินที่จะมีผล 1 มกราคม 2562 ออกไปอย่างไม่มีกำหนด.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้