วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คนสนิท "เต้น" สวนกลับ "มัลลิกา" ไร้ราคา! ดราม่า โยงเรื่องเก่าหากินกับศพ

คนสนิท "เต้น" สวนกลับ "มัลลิกา" ไร้ราคา! ดราม่า โยงเรื่องเก่าหากินกับศพ

  • Share:

ภายหลังเมื่อวานนี้ (3 ธ.ค. 61) นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน ได้ออกมาพูดว่า ยังไม่สิ้นสงสัยการเคลื่อนไหวของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ กับนปช.ระหว่างนี้ต่อกรณีการจัดคณะบุกไปอัยการเพียงเพราะข้อความ 3-4 บรรทัดของสื่อฯ บางฉบับที่อาศัยปล่อยข่าวมา 2 ครั้งอย่างมีนัย เหมือนเป็นขบวนการที่แบ่งงานกันทำเพื่อรุกหาเรื่องกับทหารชุดปฏิบัติงานเมื่อปี 2553 ไม่จบสิ้น ทั้งที่เรื่องนี้ควรจะปล่อยให้เป็นวิจารณญาณของกระบวนการยุติธรรมโดยปราศจากการเคลื่อนไหวทางการเมือง

เธอกล่าวต่อว่า อะไรที่ทำให้นายณัฐวุฒิ สงสัยว่ากระบวนการยุติธรรมจะสามารถแทรกแซงได้ หรือคิดว่าเอาบรรทัดฐานในยุคสมัยของตนเองที่มีเพียงแค่ถุงขนมก็จะสามารถทำอะไรก็ได้ใช่หรือไม่ คดีความเมื่อปี 2553 ต่างฝ่ายต่างมีสิทธิ์ต่อสู้ โดยเจ้าหน้าที่ทหารเขาก็มีสิทธิ์ในการที่จะต่อสู้ในสิ่งที่ตนเองไม่ได้กระทำแต่ถูกยัดเยียดกล่าวหาจากขบวนการก่อการร้ายเผาบ้านเผาเมืองที่ครอบครองอาวุธเข่นฆ่าคนเพื่อยกระดับการชุมนุมให้เกิดการจลาจล ในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีหลายคดีหลายสำนวน บางสำนวนอัยการรับคดีนำไปฟ้องศาลอาญา ศอฉ.ชุดนั้นและเจ้าหน้าที่ทุกนายต้องสู้คดีมา 8 ปี แล้วจะมาว่าไปไม่ถึงไหนได้อย่างไร

"นายณัฐวุฒิ คงจะลืมไปแล้วว่าสำนวนส่วนใหญ่ หน่วยงานดีเอสไอยุคหนึ่งสมัยหนึ่งตั้งรูปคดี โดยมีอัยการบางคนรู้เห็นใช่หรือไม่ และวางแผนเพื่อที่จะดำเนินคดีกับ นายกฯ อภิสิทธิ์ และรองนายกฯ สุเทพด้วยซ้ำไป ส่วนคดีที่เกี่ยวข้องกับทหารนั้นดีเอสไอยุคหนึ่งซึ่งมีหัวขบวนเป็นชายหัวเถิกรับงานใครมาก็รู้ๆ กันอยู่ ใครทำสำนวนไม่ครบถ้วนตัดความเห็นและข้อมูลการทำงานตรวจพิสูจน์หลักฐานของสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ทิ้งออกไป ถ้าไม่เชื่อก็ลองไปถามแพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ " นางมัลลิกา กล่าว

ประธานมูลนิธิมัลลิกาฯ กล่าวว่า การออกมาเคลื่อนไหวของนปช.เป็นการแก้เกี้ยวหาเสียงเพราะใกล้เลือกตั้ง หวังได้คะแนนเสียงจากคนเสื้อแดงเก่าทั้งที่หลอกใช้คดีของเขากลบเกลื่อนคดีของตัวเองใช่หรือไม่ อยากแนะนำว่านายณัฐวุฒิและคณะควรตั้งหลักให้ดีกว่าว่าจะไม่ให้ตัวเองติดคุกหลังเลือกตั้งได้อย่างไร เพราะคดีก่อการร้ายยังอยู่ที่ศาลอาญา อย่าลืมว่าคดีนี้นายณัฐวุฒิร่วมกับนปช.อีก 24 คนก่อการร้ายในปี 2553 ยังไม่จบควรไปสู้เรื่องนี้ก่อน และอย่าลืมคดีร่วมกันล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่พัทยาด้วยเพราะเป็นคดีอยู่ในกระบวนการพิจารณาของอัยการเช่นกัน ไหนๆ ไปถึงอัยการแล้วก็ช่วยเร่งมันทุกคดีไปเลย

เธอกล่าวด้วยว่า นอกจากนั้น ยังมีแกนนำนปช.อีก 4 คนในสำนวนคดีร่วมกันก่อการร้าย คดีพิเศษที่ 62/53 อีกสำนวนหนึ่ง ที่ตั้งนานแล้ว ไม่รู้เจ้าหน้าที่ส่วนไหนทำผู้ต้องหาตกหล่นไว้ ไม่นำตัวไปฟ้องศาลอาญา มีคนท้วงติงมานานแล้ว ถ้านายณัฐวุฒิรู้จักก็ช่วยกรุณานำตัวไปส่งด้วยคือ 1. นายวิเชียร ขาวขำ 2. นายชินวัตร หาบุญพาด 3. นายอารี ไกรนรา 4. นางศิริวรรณ นิมิตรศิลป ทั้งนี้ ในสำนวนเลขคดีเดียวกัน คือคดีพิเศษที่ 62/53 อัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพิ่งได้นำตัวผู้ต้องหาที่เป็นการ์ด นปช.ลูกน้องเสธ.คนดัง อีก 3 คน ไปฟ้องศาลอาญาไม่นานนี้เอง คนถูกสั่งฟ้องไปแล้ว คือ 1. นายอรรณพ แซ่ตัน 2. นายศักดา แก้วผูกนาค 3. นายมงคล สารพัน

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวติดต่อไปยัง นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ไม่สามารถติดต่อได้ตลอดทั้งวัน จึงตัดสินใจโทรหาน้องสาวคนสนิท ให้ข้อมูลถึงเรื่องดังกล่าวว่า

"พี่เต้นเขาไม่ค่อยรับโทรศัพท์เบอร์แปลกอยู่แล้วค่ะ เป็นปกติเลย เว้นแต่เบอร์คนสนิทหรือรู้จักกันก็จะรับสาย ส่วนเรื่องที่ "มัลลิกา บุญมีตระกูล" ออกมาให้ข้อมูลกับนักข่าวว่ายังไม่หายสงสัยเรื่องที่พี่เต้นหากินกับศพ คิดว่าพี่เต้นเขาน่าจะไม่ได้ให้ราคาหรือใส่ใจอะไรค่ะ เพราะว่าเขาเคยเอาเรื่องนี้มาพูดเป็นประเด็นหลายครั้งแล้ว หรืออาจเป็นเพราะเขาเองอยากเกาะกระแสพี่เต้น อยากเป็นข่าวเองหรือเปล่า จึงขุดเรื่องเดิมมาพูดซ้ำๆ"

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้