วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สบส.ลงพื้นที่ตรวจสถานที่กษัยสุดฟิน พบร้านมีจริงแต่ยังไม่แจ้งข้อหา

สบส.ลงพื้นที่ตรวจสถานที่กษัยสุดฟิน พบร้านมีจริงแต่ยังไม่แจ้งข้อหา

  • Share:

จนท.กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เข้าตรวจสอบร้านแห่งหนึ่งย่านสุรวงศ์ ที่แชร์กันในโซเชียลว่ามีให้บริการนวดกษัย สอบสวนเจ้าของร้านและหมอนวด พบคลิปถ่ายในร้านจริง เบื้องต้นยังไม่แจ้งข้อหา ความผิด...

จากกรณีการเผยแพร่คลิปโปรโมตสถานที่ท่องเที่ยวของกลุ่มคนข้ามเพศ ซึ่งมุ่งแนะนำนักท่องเที่ยวชาวจีน แนะนำร้านนวดแห่งหนึ่งบริเวณย่านสุรวงศ์ ที่มีบริการนวดเฉพาะจุดของผู้ชายหรือนวดกษัย เผยแพร่ในสื่อออนไลน์เมื่อวันที่ 30 พ.ย. นั้น

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 ธ.ค. นายชาตรี พินใย นิติกรชำนาญการพิเศษกองกฎหมาย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ พร้อมเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพเข้าตรวจสอบร้านแห่งหนึ่งภายใน ซ.ทานตะวัน ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กทม. 

ที่เกิดเหตุเข้าซอยทานตะวันมาประมาณ 200 เมตร เป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น พบว่ายังเปิดให้บริการตามปกติโดยมีลูกค้าใช้บริการอยู่จำนวน 1 คน ก่อนเชิญตัวผู้จัดการร้านให้นำเอกสารมาแสดงและชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว โดยภายในร้านประกอบกิจการนวดเพื่อสุขภาพ ภายในพบว่าประกอบด้วยกัน 3 ชั้น ชั้นล่างเปิดให้บริการนวดฝ่าเท้า มี 7 เตียง ชั้น 2 แบ่งเป็น 3 ห้อง ห้องที่ 1 กับห้องที่ 3 มี 1 เตียง ห้องที่ 2 มี 2 เตียง ทั้ง 3 เป็นห้องปิดตามมาตรฐาน ส่วนชั้น 3 จะเป็นเตียงที่นอนราบกับพื้น มี 7 เบาะ ส่วนจุดเกิดเหตุตามโซเชียลอยู่ในชั้น 2 ห้องที่ 2

นายชาตรี เปิดเผยว่า นายแพทย์ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ได้มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่กองกฎหมาย และเจ้าหน้าที่สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ได้มาร่วมตรวจตามที่เป็นข่าวว่าสถานประกอบการเพื่อสุขภาพแห่งนี้ที่เป็นการนวดเพื่อสุขภาพมีการกระทำความผิดตามกฎหมายของสบส.หรือไม่ ดังนั้นจึงต้องเข้าตรวจสอบสถานที่จริงเพื่อประกอบการพิจารณา

นายชาตรี กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้จัดการร้าน จากการสอบถามเบื้องต้นรับสารภาพว่าเป็นคลิปที่ถูกบันทึกภายในร้านจริง และขณะนวดภายในห้องไม่ได้นุ่งผ้าจริง ถึงจะอ้างว่าเป็นการนวดอโรม่าก็ไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานที่เรากำหนดไว้ ทั้งนี้ยังไม่ถึงขั้นให้บริการทางเพศ แต่ภาพที่ปรากฏส่อไปในทางอนาจารพอสมควร เมื่อออกไปในโลกโซเชียลแล้วทำให้ขัดต่อศีลธรรมอันดีงามของคนไทย อาจจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 28(9) ขัดต่อศีลธรรมอันดีงามของประชาชน หลังจากนี้จะสอบปากคำพนักงานนวดที่อยู่ในวันเกิดเหตุจำนวน 2 คน รวมถึงเจ้าของร้านด้วย 

นายชาตรี กล่าวต่อว่า จากการเข้าตรวจสอบสถานที่ยังไม่พบการกระทำผิดใดๆ และยังไม่แจ้งข้อหาใดๆ แก่ร้านดังกล่าว และพบว่ามีใบอนุญาตถูกต้อง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบต่อว่ามีการกระทำอะไรที่ฝ่าฝืนที่ได้กำหนดไว้หรือไม่ หากตรวจสอบครบกระบวนการจะเสนอต่ออธิบดีเพื่อพิจารณาว่าควรจะเพิกถอนใบอนุญาตหรือไม่ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางร้านไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปบันทึกภาพในจุดเกิดเหตุที่ปรากฏตามคลิป และไม่พร้อมสัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้