วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ซ้อมใหญ่คึกคักรอวันจริง ชมไบค์อุ่นไอรัก เตรียมรับเสด็จฯ ด้วยความปลื้มปีติ

ซ้อมใหญ่คึกคักรอวันจริง ชมไบค์อุ่นไอรัก เตรียมรับเสด็จฯ ด้วยความปลื้มปีติ

  • Share:

ประชาชนแห่รับเสื้อและสิ่งของพระราชทานในกิจกรรม Bike อุ่นไอรัก ล้นหลาม ขณะที่การซ้อมใหญ่ปั่นจักรยานตามเส้นทางจริงลุล่วงไปด้วยดี ด้านคนค้าขายย่านปากคลองตลาดสุดปลื้มปีติที่จะได้เฝ้ารับเสด็จใกล้ชิด ส่วนการจัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาวฯ ประกาศห้ามนำโดรนขึ้นบิน พระลานพระราชวังดุสิต-สนามเสือป่า-เส้นทางปั่นจักรยาน-พื้นที่โดยรอบรัศมี 19 กม. หากฝ่าฝืนโดนสอยทันที

ในหลวงพระราชทานดอกไม้และกระเช้าเยี่ยมประชาชนที่ป่วยระหว่างร่วมพิธีรับมอบสิ่งของพระราชทาน กิจกรรม Bike อุ่นไอรัก ที่สนามศุภชลาศัย ขณะที่บรรยากาศผู้ร่วมกิจกรรมปั่น Bike อุ่นไอรัก ใน กทม. แห่รับของพระราชทานวันสุดท้ายยังคึกคัก

พระราชทานกระเช้าเยี่ยมผู้ป่วย

ตามที่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชานุญาตให้จัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์” และทรงจักรยานนำประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยาน “Bike อุ่นไอรัก” (ไบค์ อุ่นไอรัก) ในวันที่ 9 ธันวาคม 2561 นั้น ในวันที่ 2 ธ.ค. เวลา 09.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ รองหัวหน้าฝ่ายที่ประทับ เป็นผู้แทนพระองค์นำดอกไม้พระราชทานและกระเช้าเยี่ยมไปมอบให้ประชาชนที่มีอาการป่วยระหว่างมาร่วมพิธีรับมอบสิ่งของพระ ราชทาน กิจกรรม Bike อุ่นไอรัก ณ สนามศุภชลาศัย เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้แก่ นายณัฐชัย สนธิ อายุ 55 ปี มีอาการหายใจติดขัด และนายสุบิน อรุณรุ่ง อายุ 71 ปี มีอาการโรคหัวใจ เข้ารักษาตัว ณ โรงพยาบาลตำรวจ และโรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งแพทย์ได้ดูแลอาการอย่างใกล้ชิดจนอาการดีขึ้นโดยลำดับ ทั้งนี้ ผู้ป่วยทั้งสองคนต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยพสกนิกร และพระราชทานขวัญกำลังใจมาในโอกาสนี้ ยังความปลื้มปีติแก่ผู้ป่วยและครอบครัวเป็นล้นพ้น

เปิดรับมอบเสื้อฯ ก่อนเวลา

สำหรับบรรยากาศวันสุดท้ายของพิธีรับมอบสิ่งของพระราชทานแก่ประชาชนทั่วไปที่เข้ากิจกรรม Bike อุ่นไอรัก สำหรับประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่สนามศุภชลาศัย เปิดให้ประชาชนรับสิ่งของพระราชทานที่สนามศุภชลาศัย ตั้งแต่เวลา 06.30 น. ก่อนเวลาเดิมที่กำหนดไว้ในเวลา 08.00 น. เพื่อให้ประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม Bike อุ่นไอรัก ได้รับมอบสิ่งของพระราชทาน ซึ่งประกอบด้วย เสื้อ และ Tag จักรยาน ครบตามจำนวนคนที่ลงทะเบียนไว้ 102,600 ราย หลังจากที่ในวันแรก มีประชาชนเข้ารับพระราชทานสิ่งของ จำนวน 42,571 คน จากจำนวนที่ลงทะเบียนไว้ทั้งสิ้น 50,000 ราย

ให้รวบยอดตกค้างจากวันแรก

ทั้งนี้ ประชาชนผู้เข้าร่วมกิจกรรม Bike อุ่นไอรัก ที่ลงทะเบียนไว้ตั้งแต่หมายเลข 50,001-102,600 รวมถึงผู้ตกค้างจากวันแรก เนื่องจากไม่ได้มารับสิ่งของพระราชทานตามกำหนด ได้ทยอยเดินมารับสิ่งของพระราชทานอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดจากศูนย์รักษาความปลอดภัย (ศรภ.) ศูนย์ต่อต้านก่อการร้ายสากล (ศตก.) กองพันระวังป้องกัน และสารวัตรทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย มีการสแกน และตรวจกระเป๋าเพื่อความปลอดภัยภายในบริเวณทุกจุด ขณะที่ขั้นตอนการรับสิ่งของพระราชทานตั้งแต่ประตูทางเข้า จุดตรวจ จุดลงทะเบียน จนถึงจุดรับสิ่งของพระราชทานในสนามศุภชลาศัย เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สะดวกรวดเร็ว นอกจากนี้ ภายในบริเวณสนามศุภชลาศัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานครัวพระราชทานสำหรับบริการอาหารและน้ำดื่มให้กับพี่น้องประชาชนทุกคนที่มาร่วมพิธี รวมทั้งมีการจัดสินค้าและการบริการจากกรมการค้าภายใน หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กระทรวงแรงงาน และจากภาคเอกชนต่างๆ รวมไปถึงการแสดงดนตรีจากกองบัญชาการกองทัพไทย และสามเหล่าทัพ มาบริการประชาชนที่เดินทางมารับสิ่งของพระราชทานอีกด้วย

ประดับดอกไม้หลากสีเส้นทางปั่น

ส่วนที่บริเวณหน้ากองทัพภาคที่ 1 ในเวลาประมาณ 14.55 น. มีการซ้อมใหญ่เหมือนจริงตามเส้นทางการปั่นจักรยาน จากเส้นทางพระลาน พระราชวังดุสิต-สวนสุขภาพลัดโพธิ์ อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ รวมระยะทางไปกลับ 39 กม. โดยมีประชาชนใส่เสื้อสีเหลืองและสีฟ้า ร่วมชมการซ้อม มีนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 ร่วมซ้อมปั่นด้วย โดยจุดเริ่มต้นอยู่ที่บริเวณราชดำเนินนอก หน้ากองทัพภาคที่ 1 ที่ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ กทม.ได้นำดอกไม้นานาชนิดหลากสีสันมาตกแต่งบริเวณเกาะกลางถนน รวมทั้งนำจักรยานจำลองขนาดใหญ่มาประดับอย่างสวยงาม

สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนแล้วมีจุดรายงานตัว 9 จุด ประกอบด้วย จุดที่ 1 และจุดที่ 2 สนามม้านางเลิ้ง จุดที่ 3 ลานคนเมือง จุดที่ 4 สนามหลวง จุดที่ 5 รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า จุดที่ 6 สวนป่าใต้สะพานตากสิน จุดที่ 7 หน้าประตูทางเข้า มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา จุดที่ 8 ลานกิจกรรมพระประแดงอาเขต และจุดที่ 9 บริษัทศุภนาวากรุ๊ป

ยาย 73 ปี ตั้งใจปั่นจนครบระยะ

ในส่วนของประชาชนที่เข้าร่วมซ้อมนั้น ผู้สื่อข่าวได้พบกับนางประดับ สุประดิษฐ์ อายุ 73 ปี นำจักรยานคู่ชีพสภาพเก่า ซึ่งเป็นจักรยานจ่ายตลาด ออกจากบ้านย่านจรัญสนิทวงศ์ 23 กทม. มาร่วมซ้อมปั่นในกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก” กล่าวว่า ตนร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานมาตั้งแต่งาน “ไบค์ ฟอร์ มัม” และ “ไบค์ ฟอร์ แดด” ครั้งนี้จึงไม่พลาดที่จะร่วมปั่น “ไบค์ อุ่นไอรัก” อยากมาร่วมซ้อมดูเรี่ยวแรงตัวเองว่ายังไหวมั้ย เพราะระยะทางปั่นไกล ตนอายุมากแล้ว แต่ก็มั่นใจว่ายังมีเรี่ยวแรงที่จะปั่นจนครบระยะทาง ทุกวันนี้ออกกำลังกายด้วยการปั่นไปจ่ายตลาดและปั่นไปส่งหลานไปโรงเรียน ส่วนจักรยานก็เป็นรถที่ใช้ทุกวัน เป็นรถแม่บ้าน อาจปั่นไม่ไวเหมือนรถสำหรับปั่นระยะทางไกลเหมือนของคนอื่น แต่ก็จะปั่นไปเรื่อยๆ เพราะในขบวนยังมีทั้ง คนแก่และเด็กๆที่มาร่วมด้วย เจ้าหน้าที่ก็ช่วยกันดูแลไปจนถึงปลายทาง ลูกหลานที่บ้านเป็นห่วงแต่ไม่ห้าม เพราะเห็นความตั้งใจ ตนรักและศรัทธาในหลวงรัชกาลที่ 9 รัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ตั้งใจจะร่วมกิจกรรมทุกครั้งจนกว่าร่างกายจะไม่ไหว

คนต่างชาติตื่นตาตื่นใจแห่เก็บภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ขบวนนักปั่นเคลื่อนไปนั้น บางช่วงต้องผ่านสถานที่และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ศาลหลักเมือง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) รวมถึงปากคลองตลาด ในเส้นทางขากลับ พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจชมการซักซ้อมครั้งนี้ พร้อมกับสอบถามบรรดาจิตอาสาว่าเป็นกิจกรรมอะไร หลังได้เห็นความพร้อมใจของคนไทย บ้างยังนำโทรศัพท์หรือกล้องถ่ายรูปมาบันทึกเก็บไว้เป็นที่ระลึก ทั้งนี้ ภายหลังการปิดการจราจรบริเวณตั้งแต่ถนนราชดำเนิน ตลอดจนเส้นทางขบวนจักรยาน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารยืนรักษาความปลอดภัยตลอดทั้ง 2 ฝั่งถนน พร้อมจัดรถติดเครื่องขยายเสียงตามจุดต่างๆที่มีเส้นทางแคบ หรือทางเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เพื่อแจ้งให้นักปั่นชะลอความเร็วอีกด้วย

นักปั่นปลื้มได้ร่วมงานตรงวันเกิด

ด้านประชาชนที่ร่วมกิจกรรม ซึ่งในวันซ้อมต้องลงทะเบียนที่สนามม้านางเลิ้ง หลายคนยินดีที่ได้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการปั่นจักรยานครั้งยิ่งใหญ่นี้ โดยนางเอื้อมพร สรรพสาร อายุ 48 ปี พนักงานบริษัทเอกชน จาก กทม. กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาร่วมงานไบค์อุ่นไอรัก เพราะก่อนหน้านี้ได้ร่วมปั่นงานไบค์ ฟอร์ มัม และไบค์ ฟอร์ แดด ถือเป็นกิจกรรมที่ดีๆ ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจัดเพื่อประชาชนที่รักการปั่นจักรยาน ส่วนตัวปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกายเป็นประจำวันละ 20-30 กิโลเมตร จึงไม่มีปัญหา ที่มาซ้อมคราวนี้เพราะต้องการสร้างความคุ้นเคยกับเส้นทางในวันปั่นจริง ขณะที่นายเกษมศักดิ์ แช่มประเสริฐ อายุ 67 ปี จาก กทม. กล่าวว่า เริ่มปั่นจักรยานมาตั้งแต่เด็กๆ จนตอนนี้อายุมากขึ้นแต่ยังหลงใหลการปั่นจักรยาน และชอบไปปั่นที่ไกลๆ อย่างบ้านตนอยู่เขตพระนครก็จะชอบปั่นไปถึง จ.นครปฐม พอทราบว่าจะมีงานไบค์อุ่นไอรัก ในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ ก็ตัดสินใจมาสมัครอย่างไม่ลังเล เพราะวันนั้นตรงกับวันเกิดของตนด้วย

ชาวปากคลองฯปีติจะได้รับเสด็จ

น.ส.สุทัศนีย์ กมลมาศรัตน์ แม่ค้าย่านปากคลองตลาด กล่าวว่า รู้สึกปลื้มปีติทันทีที่ทราบว่าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจักรยานผ่านถนนจักรเพชร หรือย่านปากคลองตลาดแห่งนี้ ตั้งแต่เกิดมาไม่มีปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้น แม้จะเป็นเพียงวันซ้อม แต่ทุกคนก็ออกมาชม และเชื่อว่าวันนั้นบรรดาผู้ค้ายินดีที่จะปิดร้าน คงไม่มีใครขายของ เพราะต้องการมารอชื่นชมพระบารมี ถือเป็นบุญของพวกเราที่ได้มารับเสด็จ

หลายจังหวัดซ้อมปั่น จย.คึกคัก

สำหรับในส่วนภูมิภาค หลายจังหวัดยังคงมีพิธีรับมอบเสื้อยืดพระราชทาน“BiKE อุ่นไอรัก” และจัดซ้อมใหญ่ปั่นจักรยานในกิจกรรม “Bike อุ่นไอรัก” เช่นกัน อาทิ นนทบุรี สุราษฎร์ธานี ประจวบคีรีขันธ์ ฯลฯ ซึ่งแต่ละแห่ง มีบรรดานักปั่นจักรยานทุกเพศทุกวัย รวมถึงชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในพื้นที่ต่างก็นำจักรยานหลากหลายประเภทมาร่วมซ้อมปั่นตามเส้นทางจริงในแต่ละจังหวัดกันอย่างพร้อมเพรียง และการซ้อมลุล่วงไปด้วยดี

ห้ามบินโดรนงานอุ่นไอรักฯ

นอกจากนี้ วันเดียวกัน เฟซบุ๊กอุ่นไอรัก คลายความหนาว มีการโพสต์ข้อความห้ามนำโดรนบินขึ้นในงานและบริเวณโดยรอบและการให้ความช่วยเหลือผู้ที่จะมาเที่ยวชมงานว่า (1)ในช่วงที่ปิดการจราจร หากประชาชนมีความจำเร่งด่วนขอความช่วยเหลือ ท่านสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือในช่องทางต่อไปนี้ 1.1.ติดต่อตำรวจที่ประจำตามจุด 1.2. แจ้งสายด่วน 191/199/1669 (2) ห้ามบินโดรน ในวันที่ 2 และช่วงระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2561-19 มกราคม 2562 หากฝ่าฝืนเจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ “ทำลาย” อากาศยานฯ รวมถึงระบุ (3) ข้อห้ามขึ้นบินโดรน ดังนี้ 1.ห้ามบินโดรนในพื้นที่บริเวณพระลานพระราชวังดุสิตและสนามเสือป่า 2.ห้ามบินในบริเวณเส้นทางปั่นจักรยาน Bike อุ่นไอรัก และ 3.ห้ามในเขตพื้นที่โดยรอบรัศมี 19 กิโลเมตร เพื่อความปลอดภัยและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่จัดกิจกรรม ยกเว้น Drone ของคณะกรรมการอำนวยการจัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว “สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์”

ซ้อมลุล่วงดีเตรียมงานจริง 9 ธ.ค.

สำหรับเส้นทางปั่นจักรยาน Bike อุ่นไอรัก ในครั้งนี้ แบ่งเป็นจุดปั่นจักรยาน 9 จุด ตามเส้นทางเสด็จฯ และมีระยะทางปั่นให้ประชาชนสามารถเลือกได้ โดยมีขบวนดังต่อไปนี้ 1.ลานคนเมือง ระยะทาง 4.2 กิโลเมตร ซึ่งเป็นกลุ่มครอบครัว เริ่มต้นปั่นเวลา 08.00 น. 2.สนามม้านางเลิ้ง ระยะ 16.2 กิโลเมตร 3.สนามม้านางเลิ้ง ระยะ 6.2 กิโลเมตร 4.สนามหลวง ระยะทาง 11 กิโลเมตร 5.โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ระยะทาง 20.6 กิโลเมตร 6.แยกตากสิน ระยะทาง 23.2 กิโลเมตร 7.ถนนอินทรพิทักษ์ ระยะทาง 24.3 กิโลเมตร 8.พระประแดงอาเขต ระยะทาง 15 กิโลเมตร และ 9.โกดังศุภนาวากรุ๊ป ระยะทาง 23 กิโลเมตร

นอกจากนี้ เส้นทางปั่นกิจกรรม “ไบค์ อุ่นไอรัก” มีจุดคับขันหรือจุดเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังตลอดเส้นทางปั่นไป-กลับ จำนวน 14 จุด แบ่งเป็นจุดเสี่ยง 3 ประเภท ได้แก่ หักศอกและทางแคบ, คอขวด และทางลาดชัน กรณีหักศอกและแคบ จะกำหนดเป็นเครื่องหมายอัศเจรีย์ จำนวน 3 เครื่องหมาย (???) ส่วนหักศอก แต่ไม่อันตรายใช้เครื่องหมายอัศเจรีย์ จำนวน 2 เครื่องหมาย (??) รวมถึงกำหนดอัตราความเร็วในการปั่น 15 กม.ต่อ ชม. โดยกองทัพไทยและช่างฝีมือทหารได้จัดทำป้ายก่อนถึงจุดคับขันต่างๆ ทุก 200 เมตร และ 50 เมตร รวมถึงมีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ ณ จุดดังกล่าว เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ รถจักรยานชน และเกี่ยวกันล้ม

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การซ้อมเสมือนจริงในวันที่ 2 ธ.ค.ผ่านไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีนักปั่นจักรยานชุดแรกกลับถึงเส้นชัยในเวลา 17.42 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้