วันพฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'มิจฉาชีพสนามบิน' จ้องกระเป๋าเดินทางหรู ยกเลย! ฉกง่ายๆ สูญกว่า3 แสน

'มิจฉาชีพสนามบิน' จ้องกระเป๋าเดินทางหรู ยกเลย! ฉกง่ายๆ สูญกว่า3 แสน

  • Share:

สนามบินนานาชาติที่ว่าปลอดภัยมีกล้องวงจรปิดทุกหลืบมุม ใครจะรู้ว่ามิจฉาชีพมันกล้าลงมือต่อหน้า ผู้โดยสาร และเจ้าหน้าที่นับร้อยชีวิต ที่ยืนรอกระเป๋าวิ่งผ่านสายพานลำเลียงออกมาจากตัวเครื่องบินในหลายๆ ไฟลต์ทั่วโลกที่มุ่งหน้าบินลงสู่ท่าอากาศยานนานาชาติ กระเป๋านับพันๆใบถูกทยอยปล่อยออกมา โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าของใครเป็นของใคร และถ้าเมื่อไหร่ที่เจ้าของกระเป๋าตัวจริงเผอเรอ ไม่จับจ้องกระเป๋าตัวเองดีๆ มิจฉาชีพในคราบผู้โดยสารบางราย จะฉวยโอกาสเหมาะ ฉกกระเป๋าคุณไปทันที 

ภายหลังเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมา ภาพวงจรปิดผู้โดยสารขาเข้า สายพานรับกระเป๋าในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ จับภาพชายชาวจีนรูปร่างสันทัด สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขาสั้น ใบหน้าไม่ได้ปกปิดด้วยสิ่งใดๆ กำลังยกกระเป๋าเดินทางออกจากสายพานลำเลียงกระเป๋า โดยเลือกเฉพาะกระเป๋าที่มียี่ห้อแพงๆ เพราะเชื่อว่าของข้างในจะมีมูลค่าสูง 

สื่อจีนตีแผ่ คลิปชาวจีนขโมยกระเป๋าในสนามบินประเทศไทย 

ต่อมาคลิปภาพจากวงจรปิดถูกนำกลับไปเผยแพร่สื่อชื่อดังของประเทศจีน "เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์" ในวันที่ 2 ธันวาคม 2561 ลงเป็นคลิปประกาศเตือนลักษณะ "เวลากระเป๋าลงจากเครื่องบิน ส่งมาที่สายพานตามสนามบินต่างๆ อย่าได้คลาดสายตา เพราะมีเหตุเกิดขึ้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย โดยมีโจรคนจีน ลากกระเป๋าเดินทางราคาแพงที่ไม่ใช่ของตัวเองออกไปจากสายพาน" พร้อมทั้งบรรยายข้อความในคลิปเป็นภาษาอังกฤษ 

พฤติกรรมจงใจ ฉกกระเป๋าสายพานที่ไม่ใช่หมายเลขสายการบินตัวเอง

เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสุวรรณภูมิให้ข้อมูลผ่านสื่อในประเทศไทยว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย มีเจตนาที่จะลักทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวจากสายพานต่างๆ ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิชัดเจน เนื่องจากสายพานดังกล่าว ไม่ใช่สายพานหมายเลขของสายการบินที่ ทั้ง 2 เดินทางมา ที่สำคัญเลือกหยิบเฉพาะกระเป๋าเดินทางยี่ห้อแพงๆ ก่อนจะนำกระเป๋าและทรัพย์สินที่ขโมยมาได้ ไปขายยังต่างประเทศ จากการสืบสวนเชื่อว่า ผู้ต้องหาน่าจะก่อเหตุดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง ถูกแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันลักทรัพย์ในท่าอากาศยานในเวลากลางคืน พร้อมควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เตือน! อย่าละสายตาจากกระเป๋าเดินทางของคุณ 

ยิ่งช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ ใครๆ ก็แพ็กกระเป๋าเตรียมเดินทางไกล ไปเที่ยวรอบโลก หรือจะเที่ยวในเมืองไทยก็สุดแล้วแต่ สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าลืมตรวจสอบสัมภาระของตัวเอง โดยเฉพาะกระเป๋าเดินทาง กล่องลังต่างๆ เอาติดตัวไปด้วยกี่ชิ้น เมื่อโหลดของลงเครื่องแล้ว ดูให้แน่ชัดว่าของผ่านการสแกนเข้าไปอยู่ในระบบ พุ่งทะยานขึ้นน่านฟ้าไปพร้อมๆกับเรา หลังจากนั้น เมื่อเดินทางถึงที่หมาย ให้รีบไปรอที่สายพานเลขที่ทางสนามบินกำหนดทันที จดๆ จ้องๆ ดูว่ากระเป๋าเราไหลออกมาตามทางสายพานหรือยัง รอนับให้ครบทุกใบ ก่อนเดินทางกลับไปยังที่พัก 

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสุวรรณภูมิ แนะวิธีดูแลทรัพย์สินให้ปลอดภัย 

ร้อยตำรวจเอกหญิง ปรียาการย์ สาลีวรโรจน์ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสุวรรณภูมิ แนะวิธีดูแลสัมภาระของท่านให้ปลอดภัยง่ายๆ

1. เช็กเบอร์สายพานที่ตนเองต้องรอรับสัมภาระกระเป๋าเดินทางให้ชัดเจน แล้วรีบไปยืนรอตรงจุดดังกล่าว

2. ควรทำสัญลักษณ์กระเป๋าเดินทางของตนเองให้เด่นชัด เห็นแล้วรู้เลยเป็นของเรา

3. ให้เขียนชื่อ นามสกุลติดไว้ที่กระเป๋าเป็นภาษาไทย และภาษาอังกฤษ (จะดีมากๆ)

4. ไม่ควรฝากกระเป๋าเดินทางไว้กับคนที่เราไม่รู้จักอย่างเด็ดขาด

5. อย่าลืมสำรวจ Baggage tag ของตัวเองที่สายการบินให้มา เพราะจะมีรายละเอียดต่างๆ ทั้งชื่อผู้โดยสารและจำนวนกระเป๋า หากเกิดกรณีสูญหายจะได้ตามกระเป๋าคืนทันท่วงที 

6. ไม่พกทรัพย์สินมีค่า ราคาแพง ไว้ในกระเป๋าที่เราต้องโหลดใต้เครื่อง

เมื่อรู้ตัวว่า กระเป๋าหายไปแล้วต้องทำอย่างไร? 

ร้อยตำรวจเอกหญิง ปรียาการย์ สาลีวรโรจน์ ระบุว่า อันดับแรกต้องตั้งสติดีๆ เมื่อดูจนแน่ชัดว่ากระเป๋าเราไม่โผล่ออกมาจากสายพานหมายเลขที่ทางสนามบินแจ้งไว้ ให้ติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวทันที โดยสอบถามทางเดินไปยังจุดรับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ละแวกดังกล่าว พร้อมแจ้งข้อมูลไฟลต์บินของเราให้เจ้าหน้าที่ทราบ ระบุรายละเอียดให้ชัดเจน หากกระเป๋าเกิดหาย หลังจากที่ยกออกมาจากสายพานแล้ว ควรระบุรายละเอียดให้ชัดด้วยว่า ไปวางไว้ยังจุดไหนอย่างไร เพื่อที่ตำรวจจะได้ตรวจสอบข้อมูลหลักฐานอย่างชัดเจน 

ผู้โดยสารภายในประเทศไทย ไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกจาก ตำรวจ ให้แจ้งทันที 

หากท่านไม่ได้รับความร่วมมือ หรือการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยทุกหน่วยภายในสนามบิน เบื้องต้นสามารถโทรแจ้งได้ที่เบอร์ 1155 หรือ 1178 ตลอด 24 ชม. ระบุข้อมูลสถานที่และหน่วยงานของตำรวจที่ไม่อำนวยความสะดวกช่วยเหลือท่านให้ชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางในการสอบข้อเท็จจริงสู่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป 

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้