Thairath Logo
กีฬา

3 เขตตัวจี๊ด ถูกจับปรับขี่จยย.บนทางเท้ามากสุด! 4 เดือนปรับ 3.3 ล้านบาท

Share :

เป็นข่าวที่คนให้ความสนใจอย่างมาก หลังจากที่มีคนขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นบนทางเท้าก่อนพุ่งชนนักเรียนจนได้รับบาดเจ็บนั้น ร้อนถึงศาลาว่าการ กทม. ผู้ว่าฯ ต้องสั่งการเพิ่มจุดจับปรับจาก 115 จุด เป็น 233 จุด รวมทั้ง ไฟเขียวเพิ่มค่าปรับขั้นต่ำจาก 500 บาท เป็น 1,000 บาท พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนช่วยกันแจ้งเบาะแสและตกรางวัลครึ่งหนึ่งของค่าปรับให้ด้วย

แต่เมื่อ 5 เดือนที่แล้ว ก็มีโครงการนี้เกิดขึ้นเช่นกัน ลองไปดูกันว่า สถิติการจับกุมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้ามากน้อยแค่ไหน...?

ภาพจาก @EmaEmika

จยย.วิ่งบนทางเท้า จับแล้ว 9,572 ราย ปรับ 3.3 ล้านบาท

จากข้อมูลของสำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร พบว่า สถิติการจับปรับ รถจักรยานยนต์วิ่งบนทางเท้า ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.61 - 31 ต.ค.61 มีจำนวนทั้งสิ้น 9,572 ราย แบ่งเป็น...

- ว่ากล่าวตักเตือน จำนวน 3,250 ราย

- ปรับเงิน จำนวน 6,142 ราย เป็นจำนวนเงินค่าปรับทั้งสิ้น 3,393,100 บาท

- อยู่ระหว่างการส่งดำเนินคดี 180 ราย

“วังทองหลาง” ขึ้นแท่น มีผู้ขับขี่รถจยย.บนทางเท้ามากที่สุด!

สำหรับเขตที่มีผู้ฝ่าฝืนมากที่สุด ได้แก่

อันดับ 1 เขตวังทองหลาง 260 ราย
อันดับ 2 เขตหนองแขม 235 ราย
อันดับ 3 เขตสวนหลวง 197 ราย

“เราเน้นทุกเขตให้ดูแลเป็นพิเศษ ไม่ใช่เขตใดเขตหนึ่ง ซึ่งท่านผู้ว่าฯ กทม.ได้กำชับทุกฝ่ายให้กวดขัน และให้สำนักงานเขตตั้งจุดจับปรับในบริเวณที่มีการฝ่าฝืนกันสูง โดยทั้งหมดที่เริ่มโครงการ 115 จุด ล่าสุดได้เพิ่มขึ้นมาอีก 118 จุด รวมทั้งสิ้น 233 จุด รวมทั้ง ร่วมมือกับ บก.จร.ส่งเจ้าหน้าที่มาประจำจุดทั้ง 233 จุดด้วย เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดขั้นตอนโดยจับปรับตรงจุดนั้นเลย” ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ อธิบาย

ชัดเจน ครบถ้วน! เปิดขั้นตอนการแจ้งเบาะแส รับเงินส่วนแบ่งค่าปรับ

นายธีรพันธ์ อธิรัฐธนภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร ได้เปิดเผยถึงกระบวนการแจ้งเบาะแสผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า ว่า

1.หากประชาชนพบเจอผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนทางเท้า สามารถแจ้งเบาะแสมาได้ที่ ไลน์แอด @ebn6703w ,สายด่วนสำนักเทศกิจ 02-465-6644, Email : citylaw_bma@hotmail.com, Facebook : สำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร, สายด่วนเทศกิจ โทร. 02-465-6644

ทั้งนี้ ต้องมีรายละเอียดครบถ้วนชัดเจน เช่น รูปพฤติการณ์ของผู้กระทำผิด วัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ รายละเอียดรถ ทะเบียนรถ

2.เมื่อเจ้าหน้าที่ได้รับเบาะแส จะส่งต่อให้กับพื้นที่ที่เกิดเหตุไปดำเนินการตามขั้นตอน โดยจะต้องส่งข้อมูลไปยังกรมการขนส่งทางบก เพื่อขอที่อยู่การจดทะเบียนของรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เมื่อได้มาแล้วจึงจะจัดส่งจดหมายไปยังเจ้าของรถให้มาชำระค่าปรับ ซึ่งถ้าเจ้าของรถเข้ามาชำระค่าปรับทันที ก็ถือว่าสิ้นสุดคดี

“ตามกฎหมายปรับผู้กระทำความผิด แต่หากคนขี่ไม่ใช่เจ้าของรถก็จะต้องสืบหาว่าใครเป็นคนขี่ ณ วันเวลานั้น แต่หากยังไม่มาชำระค่าปรับ จะส่งเรื่องไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามดำเนินคดีต่อไป เนื่องจากเจ้าพนักงานไม่ได้มีอำนาจปรับ หรือส่งฟ้องศาลตาม พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว จึงต้องอาศัยอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการ ทำให้เกิดความล่าช้าพอสมควร” ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ อธิบาย

3.ทางเจ้าหน้าที่ก็จะแจ้งไปยังพลเมืองดีที่ช่วยแจ้งเบาะแสว่าได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว สามารถเข้ามารับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งของค่าปรับได้ภายใน 60 วัน ที่สำนักงานเขตพื้นที่รับผิดชอบ

“เกณฑ์การเตือน เกณฑ์การปรับ ใช้หลักเกณฑ์อย่างไรนั้น หากเป็นการกระทำความผิดเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จะตักเตือนก่อน แต่หากตักเตือนแล้ว มีการประชาสัมพันธ์ มีป้ายเตือนหัวท้ายถนนติดไว้ แต่ยังฝ่าฝืนอยู่ ก็ต้องปรับ” ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กล่าว

เงินค่าปรับ 3.3 ล้าน เอาไปทำอะไร?

4 เดือนที่ผ่านมาสามารถปรับผู้กระทำความผิดได้เป็นเงินกว่า 3.3 ล้านบาทนั้น นายธีรพันธ์ กล่าวว่า เงินส่วนหนึ่งจะมอบให้กับพลเมืองดีผู้แจ้งเบาะแส ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการมอบให้ไปแล้วหลายราย ขณะที่เงินอีกส่วนหนึ่งจะนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป

ผอ.สำนักเทศกิจ คาด ปชช.ให้ความร่วมมือแจ้งเบาะแสมากขึ้น

นายธีรพันธ์ กล่าวว่า เมื่อมีช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแส และยังให้ค่าตอบแทนครึ่งหนึ่งจากเงินค่าปรับนั้น คาดว่าน่าจะมีประชาชนให้ความร่วมมือเยอะขึ้น เพราะว่าทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อน ต้องช่วยกันสร้างความปลอดภัยในการใช้ทางเท้า รวมทั้ง สร้างจิตสำนึกให้กับผู้ใช้รถไม่ทำผิดกฎหมาย ไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น

จับตาดูระบบแจ้งเบาะแส หากยังฝ่าฝืน จ่อลงโทษหนัก

การนำเงินรางวัลค่าปรับมาตอบแทนแก่ผู้แจ้งเบาะแส จะทำให้จำนวนผู้ขับขี่บนทางเท้าลดน้อยลงหรือไม่นั้น นายธีรพันธ์ ตอบว่า จะได้ผลหรือไม่ได้ผลต้องคอยดูกันต่อไป จากเดิมที่เจ้าหน้าที่จับเอง ต่อมาเปิดให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแสและมอบเงินรางวัลด้วย แต่หากยังมีผู้ฝ่าฝืนอีก คงต้องใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้นไปเรื่อยๆ เช่น อัตราค่าปรับสูงขึ้น ยึดใบขับขี่รถ ซึ่งคงต้องเพิ่มลำดับความเข้มข้นขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อให้เกิดความมีวินัยในการใช้ทางเท้า

“ผมวอนให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ช่วยขับขี่ในเส้นทางที่กฎหมายจราจรกำหนด ส่วนในที่ห้ามขับขี่ก็ขอให้ปฏิบัติตามกฎหมาย และอยากให้เคารพสิทธิ์ประชาชนที่ใช้ทางเท้าด้วย เพื่อความปลอดภัย เจ้าของรถก็ต้องสำนึก รับผิดชอบต่อสังคมด้วยครับ” ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ ฝากทิ้งท้าย

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่มีการเพิ่มอัตราค่าปรับผู้ขับขี่บนทางเท้า ต่ำสุดจาก 500 บาท เป็น 1,000 บาท ดีเดย์ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา จะช่วยสร้างจิตสำนึกให้กับผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ชอบใช้วิธีลัดกันบ้างหรือไม่ ต้องติดตามกันต่อไป.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านเพิ่มเติม...
ขี่รถบนทางเท้ามอเตอร์ไซค์วิ่งบนทางเท้าขับขี่บนทางเท้าขี่ จยย.บนทางเท้าทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์