วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รัฐแจกสะบั้นยันจ่อหน้าคูหา ใช้จ่าย 2 หมื่น คืนแวตหัวละพัน กุมภาปีหน้า

รัฐแจกสะบั้นยันจ่อหน้าคูหา ใช้จ่าย 2 หมื่น คืนแวตหัวละพัน กุมภาปีหน้า

  • Share:

คลังยอมเฉือนเนื้อ 10,000 ล้านบาท ชงมาตรการคืนแวตให้ประชาชน 5% ใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตวงเงิน 20,000 บาท รับเงินคืน 1,000 บาท ช่วงเทศกาลตรุษจีนเริ่ม 1-15 ก.พ.62 ด้าน ม.หอการค้าไทยคาดเลือกตั้งแข่งเดือดดันเงินสะพัด 80,000 ล้านบาท ช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยปีหน้าโตเกิน 4%

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง เปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการช็อปช่วยชาติ ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 4 ธ.ค.นี้แล้ว ลำดับต่อไปกระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการพิเศษเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีเพย์เมนต์ โดยในระหว่างวันที่ 1-15 ก.พ.2562 ซึ่งอยู่ในช่วงเทศกาลตรุษจีน หากประชาชนใช้จ่ายบัตรเดบิตและชำระผ่านเครื่องรับชำระเงินอัตโนมัติ หรืออีดีซีในวงเงินไม่เกิน 20,000 บาท จะได้คืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) 5% จากปัจจุบันจัดเก็บ อยู่ในอัตรา 7%

“โครงการนี้ผมยังไม่ได้ตั้งชื่อ และขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการหาเสียง เพราะเป็นการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง หรือเป็นซีรีส์ของมาตรการ อีเพย์เมนต์ ซึ่งผมกังวลว่าหากไม่มีการกระตุ้นเรื่องดังกล่าว และรัฐบาลใหม่ไม่ดำเนินการต่อโครงการนี้จะล้มเหลว”

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้เสนอมาตรการช่วยเหลือประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปแล้วจำนวน 14.5 ล้านคน ในส่วนของการคืนภาษีแวตซึ่งเริ่มดำเนินการไปตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งระบบอีเพย์เมนต์ได้แยกข้อมูลของประชาชนที่ซื้อสินค้าและได้รับคืนแวตเรียบร้อยแล้ว กระทรวงการคลังจึงนำโครงการนี้มาใช้กับประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นการเปิดวงกว้างไม่ได้จำกัดว่าเป็นคนรวยหรือคนที่มีรายได้น้อย เพียงแค่ใช้บัตรเดบิตซื้อสินค้าภายในวงเงินไม่เกิน 20,000 บาท ช่วงวันที่ 1-15 ก.พ.2562 จะได้รับคืนภาษี 1,000 บาท หลังจากนั้นอีก 1 เดือนหรือในวันที่ 15 มี.ค. ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับหมายเลขบัตรประชาชนเท่านั้น โดยคาดว่า จะมีประชาชนได้รับคืนภาษีแวตประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท แต่หากได้รับความสนใจก็เพิ่มเป็น 10,000 ล้านบาทได้ โดยเรื่องดังกล่าวจะหารือกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีต่อไป

สำหรับประชาชนที่ยังไม่มีบัตรเดบิตนั้น ปัจจุบันบัตรเดบิตก็ใช้ร่วมกับเอทีเอ็มได้แล้ว แต่หากยังไม่ได้เปิดบัตรเดบิตก็สามารถทำบริการเสริมได้ ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่กระทรวงการคลังจะขอให้ทางธนาคารพาณิชย์ไม่คิดค่าบริการ เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้จ่ายเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์

ส่วนมาตรการช็อปช่วยชาตินั้น คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.ในวันที่ 4 ธ.ค.นี้ และดำเนินการระหว่างวันที่ 15 ธ.ค.2561-15 ม.ค.2562 โดยมีสินค้า 3 รายการที่เข้าร่วมมาตรการ ประกอบด้วย 1.ล้อยางรถยนต์ 2.หนังสือและอี-บุ๊ก และ 3.สินค้าโอทอป นำมาลดหย่อนภาษีได้ 15,000 บาท โดยในปีนี้ประชาชนที่ซื้อสินค้าจากโอทอปไม่จำเป็นต้องใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ เพียงแต่ใช้บิลเงินสดและร้านค้าโอทอปต้องขึ้นทะเบียนสินค้าโอทอปกับกระทรวงพาณิชย์เท่านั้น โดยยืนยันว่ามาตรการนี้ เป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจ

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2562 คาดว่าจะขยายตัวในกรอบ 3.8-4.2% โดยมีความน่าจะเป็นมากที่สุดคือ ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 4% เพราะจะได้รับอานิสงส์จากการใช้จ่ายของพรรคการเมืองและหัวคะแนนในการเลือกตั้งเร็วๆนี้ ประมาณ 80,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) 40,000 ล้านบาท และการเลือกตั้งท้องถิ่นอีก 40,000 ล้านบาท

“เงินสะพัดจากการเลือกตั้ง คาดว่าจะช่วยดันเศรษฐกิจปีหน้าเพิ่มได้อีก 0.5% เพราะเชื่อว่าการเมืองแข่งขันกันดุเดือด ทำให้มีเงินสะพัดเป็นพิเศษ ทั้งค่าใช้จ่ายในการจ้างคนเดินตาม ทำป้ายหาเสียง และทำกิจกรรมอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจในท้องถิ่นกลับมาคึกคักได้ระดับหนึ่ง”

นอกจากนี้ยังมีเม็ดเงินการลงทุนในโครงการเขตพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) อีก 200,000-300,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเป็นภูมิคุ้มกันผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น สงครามการค้าโลก.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้