วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กินหรู! 8 เมนูอาหารไทยโมเดิร์น ย่านราชประสงค์ ฟินจนต้องไปซ้ำ

กินหรู! 8 เมนูอาหารไทยโมเดิร์น ย่านราชประสงค์ ฟินจนต้องไปซ้ำ

  • Share:

อาหารไทยเป็นอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นด้วยวัตถุดิบที่ใช้ และมีขั้นตอนการปรุงรสชาติที่อร่อย จนถูกจัดอันดับให้เป็นแถวหน้าของอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก ในช่วงปลายปีที่เป็นเวลาแห่งการเฉลิมฉลองแบบนี้ จะมาทานอาหารไทยธรรมดาๆ ก็ดูกระไรอยู่ งั้นลองควงแขนแฟนไปดินเนอร์สุดหรูกับ "อาหารไทย" สไตล์โมเดิร์น ใน "ย่านราชประสงค์" สักครั้ง รับรองว่า ฟิน!

ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ มีโอกาสได้ร่วมชิมความอร่อยจากเมนูอาหารในธีม TASTE OF RATCHAPRASONG โดยมี 8 เมนูซิกเนเจอร์ ที่เป็นอาหารไทยผสมผสานไอเดียการตกแต่งสไตล์โมเดิร์น นำอาหารไทยมาออกแบบหน้าตาใหม่ได้ ว้าว! สุดๆ ซึ่งเราได้ชิม 2 เมนู จากทั้งหมด 8 เมนูสุดพิเศษด้วยล่ะ มาดูกัน...ว่าจะอร่อยแค่ไหน?

1. บลู ออฟ เดอะ ซี (Blue of the Sea)

เริ่มจากเมนูแรกที่เราได้ลองชิม นั่นคือ บลู ออฟ เดอะ ซี (Blue of the Sea) จากห้องอาหาร ฟร้อนท์ รูม ของโรงแรม วอล ดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ

อาหารจานเด่นเมนูนี้ เชฟเฟย์ รุ่งทิวา ชุ่มมงคล หัวหน้าเชฟประจำห้องอาหารที่มีประสบการณ์การทำงานกว่า 10 ปี ได้แรงบันดาลใจมาจากปูผัดผงกะหรี่ของไทย คัดสรรเนื้อปูม้าและหัวขึ้นฉ่ายฝรั่งจากโครงการหลวง ซึ่งเป็นผักที่นิยมเป็นอย่างสูงในแถบสแกนดิเนเวีย มาเป็นวัตถุดิบหลักในการทำ โดยเมนูของเชฟเรียกว่าเป็นอาหารสไตล์ "นอร์ดิคไทย" (ไม่ใช่อาหารไทย)

ขออธิบายให้เห็นภาพว่า เชฟนำเนื้อปูมาใส่ในแป้งกรอบรูปทรงกระบอก (อารมณ์คล้ายๆ ทองม้วน) แต่งหน้าด้วยครีมโฟมรสผงกะหรี่ และตกแต่งเพิ่มสีสันให้กับเมนูด้วยขึ้นฉ่ายฝรั่งหั่นฝอย ไข่ปลาเทราต์ และดอกเวอร์บีน่าสีม่วงอ่อน รับประทานคู่กับน้ำบีทรูทที่มีส่วนผสมของบีทรูท สับปะรด และมันแกว มีรสเปรี้ยวและช่วยเพิ่มความสดชื่น เพิ่มกลิ่นและรสชาติของปูให้เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม

รสชาติ : ได้ความหอมกลิ่นผงกะหรี่จากซอส เนื้อปูแน่นเต็มคำ และเสริมความหอมด้วยขึ้นฉ่ายฝรั่ง

ความสด : เนื้อปูสดมาก หวาน เนื้อแน่น

การตกแต่งจาน : ตกแต่งมาสวยงามมาก เห็นถึงความใส่ใจของเชฟในทุกๆ ขั้นตอน

ความอร่อย (เต็ม 5 ดาว) : 5 ดาว

ราคา : 380 บาท

พิกัด : ฟร้อนท์ รูม ชั้น Lower Lobby ณ โรงแรม วอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ 

เปิดบริการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 
17.30 น. ถึง 22.30 น.

2. ต้มยำกุ้งมังกร

จานต่อมาที่เราได้ลองชิมก็คือ ต้มยำกุ้งมังกร จากห้องอาหารวูว์ โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ ซึ่งเขาใช้กุ้งมังกรของไทยสดๆ ส่งตรงมาจากภูเก็ต เชฟการันตีว่าเนื้อกุ้งมังกรของไทยเราอร่อยกว่าล็อปสเตอร์ก้ามโตจากเมืองนอกซะอีก

เชฟลักษณ์ ปรีเปรม เลือกนำเสนอเมนูที่เป็นเอกลักษณ์ของไทยอย่างต้มยำกุ้ง มาต่อยอดเพิ่มความพรีเมียม โดยใช้กุ้งมังกรตัวใหญ่เนื้อแน่น เด้ง สด หวาน นำมาปรุงน้ำซุปต้มยำรสแซ่บ แต่ไม่เผ็ดจนเกินไป

มีเคล็ดลับที่ทำให้อร่อยกว่าต้มยำกุ้งเจ้าอื่นๆ ก็คือ ใส่น้ำมะพร้าวอ่อนเพิ่มความหวานจากธรรมชาติ และใส่ใบมะขามอ่อนเพิ่มความเปรี้ยว หอม และมีสรรพคุณที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทำให้เมนูนี้มีรสชาติกลมกล่อมและเผ็ดกำลังดี จัดเสิร์ฟในลูกมะพร้าวอ่อน ตกแต่งจานด้วยเปลือกกุ้งมังกร แถมเชฟยังมาปรุงให้ชมสดๆ ข้างโต๊ะอาหารอีกด้วย

รสชาติ : ไม่ได้แซ่บจัดจ้านขนาดนั้น แต่รสชาติกลมกล่อมอร่อยแบบกำลังดี ไม่เผ็ดจนเกินไป ซุปต้มยำของที่นี่อร่อยมากจริงๆ เผลอซดจนหมดชามแบบไม่รู้ตัว 

ความสด : เนื้อกุ้งมังกรสดมาก เนื้อเด้งหวานอร่อย

การตกแต่งจาน : ตกแต่งมาในลูกมะพร้าวอ่อน สวยงามในสไตล์คลาสสิก

ความอร่อย (เต็ม 5 ดาว) : 4.5 ดาว

ราคา : เริ่มต้นที่ 2,500 บาท (ราคาตามขนาดของกุ้ง)

พิกัด : วูว์ ชั้น 12 ณ โรงแรม เดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ

เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 06.00 - 24.00 น.


นอกจากนี้ยังมีเมนูอร่อยที่รอให้คุณไปลิ้มลองอีก 6 เมนู จากห้องอาหารสุดหรูในย่านราชประสงค์ ได้แก่

1. เซียร์ทูน่าต้มยำกับซอสมะขาม

เซียร์ทูน่าต้มยำกับซอสมะขาม จากห้องอาหารบาร์ นายน์ เบียร์ การ์เด้น ณ โรงแรมโนโวเทลกรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ นำความเป็นไทยแบบดั้งเดิมผสมผสานเข้าไปในเมนู ชูวัตถุดิบเด่นเอกลักษณ์ของไทยคือ ซอสมะขามและผงปรุงรสต้มยำสูตรพิเศษที่โรงแรมทำขึ้นเอง โดยมีส่วนผสมหลักคือ ใบมะกรูด ข่า ตะไคร้ และพริกชี้ฟ้า (วัตถุดิบมาจากโครงการหลวง)

นำทูน่าหมักด้วยผงปรุงรสต้มยำ ทำให้กลายเป็นเมนูอาหารไทยแบบโมเดิร์นที่มีรสชาติจัดจ้านกำลังพอดี จัดแต่งจานด้วยเซียร์ทูน่าเรียงซ้อนบนขนมปังหน้ากุ้งโรยงา สันคอหมูทอด และราดด้วยซอสมะขาม

พิกัด : บาร์ นายน์ เบียร์ การ์เด้น ชั้น 9 ณ โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ 

เปิดบริการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 - 01.00 น. 

ราคา : เริ่มต้นที่ 220 บาท 

2. ทาปาสไทย 10 คอร์ส

ทาปาสไทย 10 คอร์ส ในรูปแบบโมเลคิวลาร์ จากห้องอาหาร อาร์ บาร์ โรงแรมเรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ เป็นการนำอาหารไทยมาตีความใหม่ ปรุงขึ้นมาด้วยเทคนิคโมเลคิวลาร์ รวมทั้งยังเลือกใช้วัตถุดิบคุณภาพดี และนำเอาสมุนไพรไทย เช่น พริกขี้หนู มะขาม ตะไคร้ และมะกรูด มาใช้เป็นวัตถุดิบหลัก เพื่อรักษารสชาติอาหารไทยแบบดั้งเดิมเอาไว้

สำหรับเมนูทาปาสที่เป็นไฮไลต์ คือ มัสมั่นเนื้อวัว ใช้เนื้อวัวจากนำเข้าจากออสเตรเลียมาปรุงให้สุกภายใต้สุญญากาศถึง 24 ชั่วโมง ส่วนน้ำแกงใช้วิธีโมเลคิวลาร์ในการเปลี่ยนน้ำแกงมัสมั่นเป็นซอสครีมเข้มข้น ที่ยังคงรสชาติและกลิ่นแกงมัสมั่นดั้งเดิมไว้

พิกัด : อาร์ บาร์ ชั้นล็อบบี้ ณ โรงแรม เรเนซองส์ กรุงเทพฯ ราชประสงค์ 

เปิดบริการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 
07.00 - 01.00 น. (สำหรับโปรโมชั่นดังกล่าวเสิร์ฟทุกวันพฤหัสบดีถึงวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 19.00 - 21.00 น. 
พร้อมค็อกเทลต้อนรับ เวลา 18.30 น.)  

ราคา : เริ่มต้นที่ 1,000 บาทต่อท่าน รวมเครื่องดื่มต้อนรับ (ราคาพิเศษ เฉพาะวันนี้ - 1 ธันวาคม 2561) 

3. ยำดอกขจร บัวหลวง

ยำดอกขจร บัวหลวง จากห้องอาหารเอราวัณ ที รูม ของโรงแรม แกรนด์ไฮแอท เอราวัณกรุงเทพฯ นำเอากลีบของดอกบัวหลวงสายพันธุ์ บัวแดง ฉัตรชมพู หรือสัตตบงกช ที่มีรสชาติขมเล็กน้อย มาผสานเข้ากับดอกขจร ที่มีรสชาติหวานหน่อยๆ

บวกกับเครื่องเคียงที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมะพร้าวคั่วกรอบ ถั่วลิสงคั่วบด และเม็ดบัวต้ม รับประทานพร้อมกับน้ำยำ ที่ได้นำกะทิพริกเผามาปรุงกับน้ำมะขาม น้ำตาลปี๊บ และเกลือ เคี่ยวให้เกิดรสชาติอมเปรี้ยว 
อมหวาน เผ็ดปลายลิ้น จัดวางดอกขจรในกลีบดอกบัวอย่างพอดีคำ

พิกัด: เอราวัณ ที รูม โดย โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ ชั้น 2 ศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค๊อก


เปิดบริการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 - 22.00 น.

ราคา : เริ่มต้น 290 บาท 


4. กุ้งคั่วพริกเกลือ

กุ้งคั่วพริกเกลือ จากห้องอาหารสไปซ์มาร์เก็ต ของโรงแรม อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ เชฟเลือกใช้กุ้งลายเสือตัวใหญ่เนื้อสดแน่น เข้ากันดีกับพริก ข่า ตะไคร้ ที่นำมาโขลกและผัดให้เกิดกลิ่นหอม จากนั้นโรยด้วยหอมแดงและกระเทียมทอดกรอบ ตกแต่งจานในรูปแบบใหม่และทันสมัยเพื่อเพิ่มความโดดเด่น 

พิกัด : สไปซ์มาร์เก็ต ชั้นล็อบบี้ ณ โรงแรม อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ 

เปิดบริการ : ทุกวัน ช่วงกลางวัน เวลา 11.30-14.30 น. และช่วงเย็น เวลา 18.00-22.30 น. 
ราคา : เริ่มต้น 1,520 บาท

5. ปลากะพงซอสมะขาม

ปลากะพงซอสมะขาม จากห้องอาหารเอสเพรสโซ่ ของโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ นำเอาวัตถุดิบที่เป็นสมุนไพรไทย เช่น มะขามเปียก มะนาว หอมแดง พริกแห้ง และผักชี พร้อมเครื่องปรุงรสไทยๆ อย่างน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ มาทำเป็นน้ำซอส ราดบนเนื้อปลากะพงชุบแป้งทอดกรอบ ทำให้ได้รสหวานของเนื้อปลากะพง ไปพร้อมกับรสชาติเปรี้ยวหวานจัดจ้านของซอสมะขาม 

พิกัด : ห้องอาหารเอสเพรสโซ่ ชั้น M ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ 

เปิดบริการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 
06.00 - 23.00 น.

ราคา : อาหารกลางวัน 899++ บาท และอาหารเย็น 1,400++ บาท (วันจันทร์ถึงเสาร์) และ บรันช์วันอาทิตย์ 2,200++ บาท 

6. อกเป็ดเซียร์เสิร์ฟพร้อมตับห่าน

อกเป็ดเซียร์เสิร์ฟพร้อมตับห่าน จากห้องอาหารอูโนมาส ของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ เป็นเมนูที่นำวัตถุดิบท้องถิ่นของไทย มาผสมผสานกับรูปแบบของอาหารสเปน เลือกใช้อกเป็ดจากโครงการหลวงที่มีคุณภาพดีเลิศ ทานคู่กับตับห่านเซียร์ ราดด้วยซอสซึ่งทำจากน้ำสต็อกโครงเป็ดที่ใช้เวลาเคี่ยวนานหลายชั่วโมง 

พิกัด : ห้องอาหารอูโน มาส ชั้น 54 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ 

เปิดบริการ : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 16.00 - 01.00 น. 

ราคา : เริ่มต้นที่ 550 บาท

 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้