วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'สรรวัชญ์' ไม่สนคำวิจารณ์ ขอโฟกัสผลงานในสนามเท่านั้น

'สรรวัชญ์' ไม่สนคำวิจารณ์ ขอโฟกัสผลงานในสนามเท่านั้น

  • Share:

มิดฟิลด์จอมแอสซิสต์ของทีมชาติไทย เผยแบบหมดเปลือกถึงฟอร์มในเกมนัดเปิดหัวเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ที่ไล่ยำติมอร์ฯ ไปถึง 7 ลูก พร้อมเปิดใจถึงกระแสวิจารณ์ที่มีต่อตัวเองก่อนหน้านี้ด้วย...

วันที่ 10 พ.ย.61 สรรวัชญ์ เดชมิตร กองกลางเชิงสูงของทีมชาติไทย ยืนยันไม่นำเสียงวิจารณ์มาบั่นทอนกำลังใจ และขอโฟกัสแต่ผลงานในสนามเท่านั้น เพื่อช่วยทัพช้างศึกเดินหน้าป้องกันแชมป์เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ให้ได้อีกสมัย

สำหรับดาวเตะวัย 29 ปีจากค่ายแข้งเทพ โชว์ผลงานได้อย่างสุดยอด ในเกมนัดเปิดหัวที่พบกับติมอร์ เลสเต โดยจัดแอสซิสต์ให้กับเพื่อนร่วมทีมได้ถึง 3 ลูก ก่อนที่ทีมชาติไทยจะเอาชนะไปอย่างขาดลอย 7-0

ซึ่งหลังจบเกม “แคมป์” สรรวัชญ์ กล่าวว่า “ถือว่าตามเป้าครับที่เราได้ 3 แต้ม ก็อยากดีใจกับ กอล์ฟ (อดิศักดิ์) ด้วยที่ยิงได้ถึง 6 ประตู และน่าจะทำให้มั่นใจมากขึ้นในเกมต่อไป”

“ผมรับรู้เสียงวิจารณ์จากแฟนบอลอยู่ตลอด อย่างก่อนเกมเมื่อวานนี้ แม่ผมก็ไลน์มาบอกว่าไม่ต้องไปฟังเสียงข้างนอกมาก ให้มีสมาธิกับเกมมากที่สุด ซึ่งส่วนตัวผมก็ไม่ได้คิดมากอะไรอยู่แล้ว ผมแคร์เพื่อนร่วมทีม, สตาฟฟ์โค้ช และคนรอบข้างผมมากกว่า อีกอย่างในเมื่อโค้ช (ราเยวัช) ไว้ใจ ผมก็แค่ลงไปเล่นและทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรผมไม่รู้ ผมรู้แค่ว่าเต็มที่แน่นอน”

“กับ 3 แอสซิสต์ที่ได้ก็ทำให้ผมมั่นใจมากขึ้น แต่ผมก็ไม่ได้หวังให้เสียงวิจารณ์ลดน้อยลง อย่างที่ผมบอกผมแค่ลงไปทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ลงไปตอบแทนความไว้ใจจากโค้ช หรือถ้าผมต้องไปแคร์เสียงจากข้างนอก คงไม่มีสมาธิที่จะเล่น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดคือเรื่องในสนาม และถ้าวันไหนผมเล่นได้ไม่ดี ก็น้อมรับไว้ทั้งหมดอยู่แล้ว”

“ขณะเดียวกัน นัดนี้เรายิงได้เยอะก็จริง แต่ผมว่าสิ่งที่โค้ชภูมิใจมากที่สุดคือเราไม่เสียประตู หลายคนพยายามตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมเราต้องตั้งรับต่ำทั้งที่เจอทีมระดับ ติมอร์ ซึ่งผมมองว่าถ้าเรายิ่งโหมมากเท่าไร ช่องว่างให้โจมตีจะไม่มีเลย ดังนั้น โค้ชจึงบอกเราว่า ให้ติมอร์ทำเกมขึ้นมาบ้าง จากนั้นก็อย่างที่เห็นเราก็มีพื้นที่เล่น พื้นที่โจมตีมากขึ้น ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี ที่สำคัญมันมีผลต่อความมั่นใจกับทั้งแนวรุก และแนวรับของเราด้วย”

“อย่างไรก็ตาม นี่เป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น จริงๆ มันยังวัดอะไรไม่ได้มาก และไม่มีชัยชนะครั้งไหนที่สมบูรณ์แบบ ดังนั้น เราต้องทำงานหนักต่อไป รวมถึงเล่นให้ดีขึ้นกว่านี้ ส่วนตัวผมก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องเป็นตัวจริงตลอด เพราะเชื่อว่า 23 คนมีศักยภาพที่จะช่วยทีมได้ทั้งหมด เอาเป็นว่าไม่ว่าใครจะได้เล่นหรือไม่ได้เล่น เราก็พร้อมสนับสนุนซึ่งกันและกัน รวมถึงสตาฟฟ์โค้ชทุกคนด้วย”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้