วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
95 ปี ฮาจิ หมาตัวเล็ก หัวใจยิ่งใหญ่

95 ปี ฮาจิ หมาตัวเล็ก หัวใจยิ่งใหญ่

  • Share:

หาก “ฮาจิ” ยังมีชีวิตอยู่ ปีนี้ก็จะมีอายุได้ 95 ปีแล้ว เพราะฮาจิเกิดเมื่อ วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2466 แต่ในความเป็นจริง สุนัขตัวเล็กๆ อย่างฮาจิ มีชีวิตอยู่จนถึงแค่วันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2478 รวมอายุได้ไม่ถึง 12 ปี

ทว่า ฮาจิ “ตาย” ไปแล้วจริงๆหรือ

ในความทรงจำและการระลึกถึงนั้น ฮาจิ ไม่เคยตาย แต่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก และความกตัญญู เป็นสุนัขที่มีผู้สร้างอนุสาวรีย์ให้ โดยอนุสาวรีย์ที่โด่งดังที่สุดของฮาจิ ตั้งตระหง่านอยู่หน้าสถานีรถไฟชิบุยะ กรุงโตเกียว สถานที่ซึ่งนักท่องเที่ยวที่ไปญี่ปุ่นมักจะไปเยือน ในขณะที่หนุ่มสาวก็มักจะมาร่วมปฏิญญารักมั่นกันที่หน้าอนุสาวรีย์แห่งนี้ เพราะ ฮาจิ กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ที่คนญี่ปุ่นยกย่อง

ฮะชิ หรือที่คนไทยออกเสียงกันแบบคุ้นหูมากกว่าว่า ฮาจิ เป็นสุนัขพันธุ์อะกิตะอินุ ที่มีชื่อเสียงด้วยเรื่องราวอันน่าประทับใจ จนหลายคนต้องหลั่งน้ำตาให้ เรื่องราวของฮาจิสามารถหาอ่านได้ทั่วไป ในเมืองไทยมีหนังสือเกี่ยวกับฮาจิหลายเล่ม เนื้อหาหลักๆคือ ฮาจิ เป็นสุนัขที่ฮิเดะซะบุโร อุเอะโนะ (Hidesaburo Ueno) อาจารย์แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียว (University of Tokyo) นำมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็กๆ เมื่อ พ.ศ.2467

ทุกวันอาจารย์อุเอะโนะจะออกจากบ้านแต่เช้า ขึ้นรถไฟไปทำงานและกลับมาตอนเย็น โดยลงรถไฟที่สถานีชิบุยะ ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากบ้านพัก และเจ้าฮาจิ หมาที่รู้เวลา เหมือนมีนาฬิกาประจำตัวก็จะเดินไปยืนเตร่รอเจ้านายที่สถานีรถไฟทุกวัน เมื่อได้พบกันแล้ว ทั้งสองก็เดินกลับบ้านไปด้วยกันพร้อมรอยยิ้มสดใส

เหตุการณ์เป็นอย่างนี้อยู่ทุกวัน แต่ในเย็นวันหนึ่งของปี พ.ศ.2468 ที่ฮาจิมายืนรอเช่นเคยนั้น เจ้าหมาน้อยไม่ได้พบคนที่ภักดี เพราะอาจารย์อุเอะโนะเสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยภาวะเลือดออกในสมองที่มหาวิทยาลัย แต่ฮาจิก็ยังรออยู่ตรงนั้น จนกลางคืนมาเยือนก็กลับไปนอน และวันรุ่งขึ้นในเวลาประมาณเดิม ฮาจิก็มายืนรอรับนายกลับบ้านที่สถานีรถไฟชิบุยะอีก เจ้าหมาน้อยไม่รู้เลยว่า “นาย” ไม่มีวันกลับมาหาอีกแล้ว

อนุสาวรีย์ล่าสุดของฮาจิ ที่ทำให้เจ้าหมาน้อยได้พบกับเจ้านายในที่สุด.

ผู้คนในละแวกสถานีรถไฟชิบุยะต่างก็คุ้นเคยกันดี กับภาพฮาจิที่มายืนรอนายกลับบ้านทุกวัน คนที่เห็นใจต่างพากันให้อาหาร ช่วยกันเลี้ยงดูฮาจิเท่าที่ทำได้ แต่ฮาจิก็ไม่มีเจ้าของใหม่ หมาน้อยยังรอวันที่จะได้พบกับอาจารย์อุเอะโนะ นานวันเข้า เรื่องราวของฮาจิกลายเป็นข่าวใหญ่ระบือไกล ผู้คนจำนวนมากเดินทางมาจากทุกสารทิศ เพื่อมองดูสายตาละห้อยโหยหาของหมาน้อย หลายคนแอบปาดน้ำตาเบาๆ เมื่อนึกถึงหัวจิตหัวใจของฮาจิที่ได้แต่รอ เจ้าหมาผู้ภักดีกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งชิบุยะ ด้วยการมารอนายทุกวันอย่างไม่ย่อท้อ ไม่ว่า ฝนจะตก แดดจะออก เมื่อผู้คนมองไปก็จะเห็นแววตาแน่วแน่ของฮาจิที่ยังจ้องมองไปที่ประตูทางออกสถานีด้วยความหวังเต็มเปี่ยมว่า นายจะเดินยิ้มร่าออกมาจากตรงนั้น เหมือนเช่นที่เคยได้พบกัน

ตุ๊กตาฮาจิ ที่มีขายในร้านขายของเล่น.

รวมเวลา 10 ปี ที่ฮาจิมารออย่างไม่มีวันหยุด แต่...นายไม่เคยกลับมา ทว่า ฮาจิก็รอเจ้าของตราบจนลมหายใจสุดท้ายของสุนัขเล็กๆ ตัวหนึ่ง แม้วันสิ้นใจเขาก็ไม่กลับมา ฮาจิไม่เคยได้สมหวัง แต่ถึงกระนั้น ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของหมาตัวหนึ่ง และหากอาจารย์อุเอะโนะมองลงมาจากฟากฟ้า ก็คงจะเข้าใจได้ถึงความรักที่ฮาจิมีให้เขา

เมื่อฮาจิจากโลกนี้ไปด้วยโรคมะเร็ง ผู้คนจำนวนมากเสียน้ำตาให้กับหมาน้อยแสนซื่อสัตย์ตัวนี้ และในที่สุดก็ได้สร้างอนุสาวรีย์ฮาจิขึ้นที่หน้าสถานีรถไฟชิบุยะ อนุสาวรีย์ที่ผู้คนมาเยือนจำนวนมากในทุกๆวัน แต่นั่นก็เป็นเพียงอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นจากโลหะ แล้วตัวจริงๆ ของฮาจิล่ะ อยู่ที่ไหน

อนุสาวรีย์ฮาจิ ที่หน้าสถานีรถไฟชิบุยะ.

วันนี้ คอลัมน์ไทยรัฐซันเดย์สเปเชียล โดยทีมงานนิตยสารต่วย’ตูน ก็เลยขอพาแฟนานุแฟนไปชมร่างจริงของฮาจิ ที่ได้มีการสตัฟฟ์เก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติและวิทยาศาสตร์แห่งชาติญี่ปุ่น (National Museum of Nature and Science) ณ กรุงโตเกียว ซึ่งขอสารภาพตามตรงว่า ผู้เขียนได้มาเยือนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้แล้วหลายหน แต่ไม่เคยสังเกตเห็นฮาจิ จนได้มายืนดู “ตัวจริง” ของฮาจิตอนที่บังเอิญอ่านไปเห็นชื่อเข้า ก็เลยหยุดมอง แล้วก็รู้สึกว่า เจ้าหมายอดกตัญญูตัวนี้ตัวเล็กมาก เล็กกว่าที่เคยคิดไว้ เพราะปกติ เวลาเห็นที่อนุสาวรีย์ ฮาจิตัวโตกว่านี้มาก แต่ตัวจริง ฮาจิ เป็นสุนัขพันธุ์เล็ก ยิ่งทำให้มองเห็น “หัวใจ” ที่ยิ่งใหญ่ของหมาน้อยตัวนี้

โมเสกภาพฮาจิ บนกำแพงด้านหน้าสถานีรถไฟชิบุยะ.

(หากใครสนใจจะแวะไปเยี่ยมตัวจริงของฮาจิ สามารถลงรถไฟฟ้าใต้ดินที่สถานีอุเอโนะ แล้วเดินมาอีกไม่ไกล ผ่านสวนอุเอโนะมา ก็จะเจอพิพิธภัณฑ์ค่ะ)

เรื่องราวของฮาจิ ถูกนำไปเป็นแรงบันดาลใจในหนังสือหลายเล่ม ละคร ภาพยนตร์ รวมถึงภาพยนตร์ฮอลลีวูด ที่ได้ลุงริชาร์ด เกียร์ มารับบทอาจารย์เจ้าของฮาจิ และดูเรื่องนี้ทีไร ก็ร้องไห้โฮๆ ได้ตลอด

“ตัวจริง” ของฮาจิ ที่สตัฟฟ์ไว้ในพิพิธภัณฑ์.

ส่วนมุมน่ารักๆ ก็มีการนำฮาจิไปผลิตเป็นตุ๊กตา อย่างเช่น ในภาพที่นำมาให้ชมกันนี้ ผู้เขียนเจอตุ๊กตาฮาจิที่ร้านขายของเล่นในอาคารสกายทรี โตเกียว หน้าตาบ้องแบ๊วน่ารักดีเชียวค่ะ

และว่าแล้ว ก็ขอย้อนกลับไปยังสถานที่ที่คนไปเยี่ยมฮาจิกันบ่อยๆที่สถานีชิบุยะ นักท่องเที่ยวมักจะสนใจเฉพาะตัวอนุสาวรีย์ แต่หากมองไปรอบๆ จะเจอกำแพงที่มีการทำโมเสก เป็นรูปฮาจิด้วย ดังนั้น ถ้าใครแวะไป ลองมองรอบๆด้วยนะคะ จะมีภาพฮาจิตั้งแต่เล็กๆจนโตเลยทีเดียว

และล่าสุด ในปี พ.ศ.2558 ภาควิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยโตเกียว ได้สร้างรูปหล่อฮาจิ มาเป็นอนุสาวรีย์อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งมีจุดเด่นต่างจากอนุสาวรีย์เดิมที่มีแต่ฮาจิเพียงลำพัง เพราะอนุสาวรีย์ใหม่นี้ สร้างเป็นภาพที่ฮาจิได้พบกับอาจารย์อุเอะโนะ เจ้าของที่ฮาจิรอคอย เป็นรูปหล่อแห่งความยินดีที่ได้กลับมาพบกัน ที่แม้ในความเป็นจริงภาพนี้ไม่เคยเกิดขึ้น แต่ก็เชื่อว่าบนสวรรค์นั้น พวกเขาคงได้พบกันอีกครั้ง

แม้แต่ฝาท่อน้ำ ก็ยังเป็นรูปฮาจิ.

ใครที่อยากดูอนุสาวรีย์แห่งการกลับมาพบกันนี้ สามารถตามไปเจอฮาจิและอาจารย์อุเอะโนะได้ที่ภาควิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยโตเกียว สถานที่ซึ่งในที่สุดแล้ว ฮาจิก็ได้เจอเจ้านาย

นายที่เจ้าหมาตัวน้อยๆแต่มีหัวใจยิ่งใหญ่รอคอยมานานแสนนาน...ตราบจนสิ้นใจ

และดังได้กล่าวมาข้างต้นว่า หาก “ฮาจิ” ยังมีชีวิตอยู่ ปีนี้ก็จะมีอายุได้ 95 ปีแล้ว แต่สุนัขตัวเล็กๆอย่างฮาจิ มีชีวิตอยู่จนถึงอายุได้เพียง 11 ปีเศษเท่านั้น ทว่าในความทรงจำที่สัมผัสได้ถึงความซื่อสัตย์จงรักภักดีนั้น ฮาจิไม่เคยตาย และจะคงอยู่ไปอีกนานแสนนาน.

โดย :สุภาพรรณ เปล่งมณีพันธ์
ทีมงาน นิตยสาร ต่วย'ตูน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้