วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จ่อขยายเวลาแจงทรัพย์สิน เข้า ป.ป.ช.อาทิตย์หน้าทันเส้นตายวันที่ 2 ธ.ค.

จ่อขยายเวลาแจงทรัพย์สิน เข้า ป.ป.ช.อาทิตย์หน้าทันเส้นตายวันที่ 2 ธ.ค.

  • Share:

“วิษณุ” เรียก ป.ป.ช.ถกปมร้อนแจ้งบัญชีทรัพย์สินลามถึงสังฆราช ด้าน “รองเลขาฯ ป.ป.ช.” เผยสัปดาห์หน้าประชุม ป.ป.ช.ชุดใหญ่ เร่งสรุปหาทางออกให้ได้ก่อน 2 ธ.ค.นี้เล็งหาทางออกไว้เบื้องต้นขยายเวลาบังคับใช้ออกไปก่อน ส่วนศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ห่วงพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องชี้แจงบัญชีทรัพย์สินไม่ถูกต้องตามขั้นตอนอาจจะมีความผิดถึงขั้นสละสมณเพศ ขณะที่ “ภตช.” หนุนกรรมการมหาวิทยาลัยโชว์ความโปร่งใส แฉอธิการบดีในมหาวิทยาลัยดังๆ บางแห่งร่ำรวยมากกว่านายกรัฐมนตรี แต่ละตำแหน่งมีจุดเสี่ยงต่อการทุจริต สอดรับกับ “นายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษา” เห็นด้วยกับคำสั่งให้ชี้แจงบัญชีทรัพย์สินน่าจะเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย ถ้าเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ต้องกลัว

ภายหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ถึงประกาศของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ที่กำหนดให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ยื่นบัญชีทรัพย์สินหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมไปถึงนายกสภามหาวิทยาลัย กรรมการศาสนา อธิการบดีของมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ มหาวิทยาลัยสงฆ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 1 พ.ย.และให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ธ.ค.61

ความคืบหน้าเรื่องนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 พ.ย. นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการ ป.ป.ช. พร้อมนายภูเทพ ทวีโชติธนากุล ผอ.สำนักงาน กฎหมาย ป.ป.ช.และคณะ เข้าพบนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงประกาศดังกล่าว หลังเกิดข้อท้วงติงจากหลายฝ่าย นายนิวัติไชยให้สัมภาษณ์ก่อนหารือว่า ข้อกังวลจากประกาศดังกล่าว หลังกรรมการสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ส่วนใหญ่ ที่สมเด็จพระสังฆราชทรงดำรงตำแหน่งด้วย ไม่พอใจขู่ลาออกหากมีผลบังคับใช้จริง กรรมการ ป.ป.ช. แสดงความเป็นห่วง และนายวิษณุเชิญหารือจะรอฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆเพื่อรวบรวมเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาต่อไป ก่อนวันที่ 2 ธ.ค. จะมีผลบังคับใช้ หากจะแก้ไขหรือผ่อนปรน ตนมีหน้าที่มารับข้อคิดเห็นจากรัฐบาล ก่อนดำเนินการประมวลและสรุปเพื่อนำเสนอรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ชุดใหญ่ในสัปดาห์หน้า

ต่อมาเวลา 12.00 น. นายนิวัติไชยให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป รวมถึงกรณีสภามหาวิทยาลัยเตรียมขู่จะลาออก เนื่องจากอยู่ระหว่างรับฟังความเห็นของทุกฝ่าย ครั้งนี้เป็นการหารือทั่วไปในข้อกฎหมาย นายวิษณุสอบถามถึงการกำหนดตำแหน่งในประกาศของ ป.ป.ช.จะแก้ไขปัญหาอย่างไร เช่น การยื่นภายในกำหนดกี่วัน เจ้าหน้าที่ของรัฐตำแหน่งใดบ้างที่ต้องยื่น ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนต้องนำความเห็นต่างๆ เสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้พิจารณา คาดว่าจะดำเนินการแก้ปัญหาได้ทันก่อน 2 ธ.ค.นี้ที่ประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ แต่หากไม่ทันต้องขยายเวลาการบังคับใช้จากวันที่ 2 ธ.ค.ไปก่อน แล้วค่อยดูแนวทางอีกครั้ง เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นปัญหาพอสมควรต้องรับฟังความเห็นจากหลายทาง

“ทางออกเบื้องต้นอาจขยายเวลาออกไปก่อน ส่วนจะเป็นระยะเวลาเท่าไรยังไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะใช้เวลาศึกษาหาทางออกเท่าไร และยังไม่มีความชัดเจนว่าจะแก้ไขหรือไม่แก้ประกาศดังกล่าว เนื่องจากยังต้องศึกษารายละเอียด” นายนิวัติไชยกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประกาศ ป.ป.ช.ครอบคลุมถึงสมเด็จพระสังฆราช ที่ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย จะดำเนินการอย่างไร นายนิวัติไชยกล่าวว่า มีกระแสข่าวอยู่เหมือนกัน เป็นประเด็นหนึ่งที่ต้องพิจารณา ต่อข้อถามว่า มีความเป็นไปได้ที่จะใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาหรือไม่ นายนิวัติไชยกล่าวว่า ไม่ทราบ อยู่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะพิจารณา

เมื่อถามว่า การที่นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยมีปฏิกิริยากับเรื่องนี้มาก เป็นไปได้หรือไม่ที่ว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่ไม่โปร่งใสและมีทุจริตจำนวนมาก นายนิวัติไชยตอบว่า ทุกอย่างอยู่ที่ข้อกฎหมายตามนิยามของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงซึ่งกำหนดไว้แล้วว่าเป็นใครบ้าง คณะกรรมการ ป.ป.ช.เพียงแต่ออกประกาศให้ทราบเท่านั้นว่ามีหน่วยงานไหนบ้าง แต่วันนี้มีประเด็นคือ ตำแหน่งนั้นๆใช่ตำแหน่งที่จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินหรือไม่จึงต้องมาหารือกัน

ด้านพระครูปลัดกวีวัฒน์ รองเลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่พระเถระชั้นผู้ใหญ่ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยสงฆ์เตรียมที่จะลาออก หาก ป.ป.ช.ยังไม่มีการแก้ไขประกาศ ป.ป.ช. เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 รวมตำแหน่งนายกสภา และกรรมการสภามหาวิทยาลัยสงฆ์ อยู่ในประกาศนี้ด้วยว่า พระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่เป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัยรวมทั้งนายกสภามหาวิทยาลัยพร้อมให้ตรวจสอบ แต่ขั้นตอนการชี้แจงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.เท่าที่ทราบมีหลายขั้นตอนมาก หากชี้แจงไม่ครบไม่ถูกต้องด้วยความที่พระเถระชั้นผู้ใหญ่ท่านไม่ทราบขั้นตอน อาจจะมีความผิดได้ และยิ่งเป็นพระสงฆ์ ในช่วงที่ผ่านมามีบรรทัดฐานของ พระสงฆ์ที่ถูกจับมาแล้ว แม้ว่าศาลยังไม่ได้พิจารณาความผิด หากศาลไม่ให้ประกันตัวต้องสละสมณเพศตามกฎหมาย อยากให้ ป.ป.ช.คำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) น.ส.ภคอร จันทรคณา รองเลขาธิการคณะกรรมการภาคีเครือข่ายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของชาติ (ภตช.) ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. เพื่อขอให้คงประกาศ ป.ป.ช. เรื่องกำหนดให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. เนื่องจาก ภตช.รับการร้องเรียนจากข้าราชการมหาวิทยาลัย อดีตกรรมการสภามหา-วิทยาลัย เกี่ยวกับการใช้อำนาจหน้าที่มิชอบของอธิการบดี รองอธิการบดี นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัยจำนวนหนึ่งว่าทุจริตงบประมาณแผ่นดิน ร่ำรวยผิดปกติ เพราะเป็นตำแหน่งที่หาประโยชน์และให้คุณให้โทษได้ แต่เมื่อมีประกาศ ป.ป.ช.ดังกล่าว ผู้ดำรงตำแหน่งที่อยู่ในข่ายยื่นบัญชีทรัพย์สินจึงยื่นลาออก ไม่อยากแสดงบัญชีทรัพย์สินของตัวเอง ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเป็นแหล่งผลประโยชน์ในหมู่ผู้บริหาร มหาวิทยาลัยได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐตั้งแต่ 1.5 หมื่นล้านบาท ลดหลั่นไปตามขนาด ผู้บริหารแต่ละคนมีเงินเดือน 3-7 แสนบาทต่อเดือน ไม่รวมค่ากรรมการหลักสูตร ไม่นับเงินทุจริต นายกและกรรมการสภามหาวิทยาลัย อธิการบดีในมหาวิทยาลัยดังๆบางแห่งร่ำรวยมากกว่านายกรัฐมนตรี แต่ละตำแหน่งมีจุดเสี่ยงต่อการทุจริต ขอให้ ป.ป.ช.คงประกาศดังกล่าวต่อไป

ที่ จ.ลพบุรี นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม นายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษา ภาคกลาง 2 และประธานคณะกรรมการนายกสภาสถาบันการอาชีวศึกษา เผยว่า ตามประกาศ ป.ป.ช.บังคับให้ นายกสภาและกรรมการสภามหาวิทยาลัยแจ้งทรัพย์สิน น่าจะเป็นผลดีมากกว่าผลเสีย ถ้าหากเราเป็นผู้บริสุทธิ์ทำงานเพื่อสังคมเพื่อการศึกษาเพื่อประชาชนและเพื่อประเทศชาติ ไม่เห็นต้องลาออก นายกสภาฯ หรือคณะกรรมการสภาลาออกหมดทุกมหาวิทยาลัยจะเกิดผลเสียต่อวงการศึกษาเป็นอย่างมาก เนื่องจากนักศึกษาทุกคนที่จบการศึกษาต้องผ่านมติคณะกรรมการ สภามหาวิทยาลัย ถ้าลาออกกันหมด นักศึกษา ที่จบแล้วใครจะเป็นผู้อนุมัติปริญญา สำหรับสภาสถาบันการอาชีวศึกษามีทั้งหมด 23 สถาบัน นักศึกษาที่จบ ปวช. ปวส. และปริญญาตรีต้องให้สภาสถาบันการอาชีวศึกษาเป็นผู้อนุมัติ ถ้าคณะกรรมการลาออกกันหมดแล้วนักศึกษาจบออกไปจะทำงานได้อย่างไร

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้