วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รวบหัวขโมยแสบ ฉกกระเป๋าเงิน เดารหัส ATM ถูก กดเงินช้อป กว่า 3 หมื่นบาท

รวบหัวขโมยแสบ ฉกกระเป๋าเงิน เดารหัส ATM ถูก กดเงินช้อป กว่า 3 หมื่นบาท

  • Share:

ตร.เชียงใหม่ แกะรอยตามรวบหัวขโมยหนุ่ม ฉกกระเป๋าเงิน นศ.สาว ที่ลืมไว้ช่องเก็บของหน้ารถ จยย.หลังคนร้ายรื้อค้นกระเป๋า เจอบัตรเอทีเอ็ม สุ่มรหัสจากวันเดือนปีเกิดบัตรประชาชน นศ.สาว เกิดฟลุ๊คถูกเฉย รูดเงินจากตู้กว่า 3 หมื่น เที่ยวช้อปสำราญใจ ตร.ฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ อย่าตั้งรหัสบัตรตามวันเดือนปีเกิด เพราะหากเกิดเหตุ อาจสูญทรัพย์สิน ติดตากลับคืนยาก

เมื่อวันที่ 7 พ.ย.61 พ.ต.ท.อานนท์ เชิดชูตระกูลทอง สารวัตรสืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้จับกุมตัว นายประวีร์ สุภาพ อายุ 25 ปี พักอยู่หอพักย่าน ถ.ราชมรรคา ต.พระสิงห์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พร้อมด้วยของกลางแผ่นซีดีบันทุกภาพจากกล้องวงจรปิดใบหน้าของคนร้ายจากหน้าตู้เอทีเอ็ม และยานพาหนะของคนร้ายตามเส้นทางหลบหนี นำตัวส่งมอบให้พนักงานสอบสวน ดำเนินคดีในข้อลักทรัพย์ในเวลากลางคืน 

โดยเหตุเกิดขึ้นช่วงเวลาประมาณ 22.30 ของวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา คนร้ายได้ก่อเหตุขโมยกระเป๋าเงินของ น.ส.พัชรี เจริญสิงทอง อายุ 22 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ ที่ลืมกระเป๋าเงินไว้บริเวณช่องเก็บของหน้ารถจักรยานยนต์ ยี่ห้อสกู๊ปปี้ ไอ ที่นำมาจอดบริเวณใต้สะพานลอยระหว่างตลาดวโรรสและตลาดต้นลำใย ถ.วิชยานนท์ ต.ช้างม่อย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จากนั้นคนร้าย คือ นายประวีร์ สุภาพ ได้เดินผ่านมา แล้วสังเกตุเห็นกระเป๋าเงินพอดี จึงเข้าไปหยิบกระเป๋าออกมาแล้วขับรถหนีหายไป โดยคนร้ายได้นำบัตร ATM ที่อยู่ในกระเป๋าเงินไปกดเงินจำนวน 3 ครั้ง ตามตู้เอทีเอ็มหน้าร้านสะดวกซื้อ ย่านหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ย่านหน้าตลาดแม่เหียะ และย่าน ต.ป่าแดด ในตัวเมือง เชียงใหม่ ในเวลาไล่เลี่ยกัน รวมเงินที่กดได้ทั้งหมด 33,500 บาท ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพใบหน้า และพาหนะของคนร้ายเอาไว้ได้ หลังเกิดเหตุผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้แกะรอยตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนสามารถติดตามจับกุมตัวคนร้ายดังกล่าวได้ในที่สุด

จากการสอบสวน นายประวีร์ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า หลังจากที่ขโมยกระเป๋าเงินมาได้แล้ว ค้นเจอบัตรเอทีเอ็มของผู้เสียหาย จึงทดลงนำไปกด โดยสุ่มจากวันเดือนปีเกิดของผู้เสียหายที่อยู่ในบัตรประชาชนในกระเป๋า แล้วก็ฟลุ๊คเป็นรหัสเอทีเอ็มจริง จึงกดเงินออกมาทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 จำนวน 20,000 บาท ครั้งที่ 2 จำนวน 9,800 บาท และครั้งที่ 3 จำนวน 3,700 บาท ซึ่งได้นำเงินเหล่านี้ไปซื้อแหวนทองมาใส่ รวมถึงโทรศัพท์มือถือ จนมาถูกตำรวจตามจับได้คาหอพัก 

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ฝากเตือนไปถึงประชาชนว่า ไม่ควรตั้งรหัสบัตรเอทีเอ็มเป็นวันเดือนปีเกิด เพราะหากกระเป๋าเงินหาย คนร้ายก็สามารถคาดเดาได้ว่า รหัสบัตรเอทีเอ็มนั้นจะเป็นวันเดือนปีเกิดของเราหรือไม่ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้นั้นเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง และยากที่จะติดตามตัวคนร้ายและเงินที่ถูกถอนออกไปกลับคืนมา ส่วนผู้ต้องหาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาลักทรพย์ในเวลากลางคืน ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้