วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'จาตุรนต์' กั๊กอนาคตการเมือง หลังมีชื่อแพลมย้ายค่าย ย้ำผูกพันเพื่อไทย

'จาตุรนต์' กั๊กอนาคตการเมือง หลังมีชื่อแพลมย้ายค่าย ย้ำผูกพันเพื่อไทย

  • Share:

"จาตุรนต์" ปัดตั้งพรรคใหม่ขัดแย้งภายใน ยังกั๊กอนาคตการเมือง หลังมีชื่อย้ายร่วม "ไทยรักษาชาติ" ย้ำเมื่อถึงเวลาต้องเลือกขอยึดอุดมการณ์ บอกผูกพันเพื่อไทยมาก ก่อนชี้ พท.ถูกกระทำจากผลพวงรัฐประหาร ไม่ใช่พรรคขัดแย้งภายใน

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.61 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวว่ามีนักการเมืองพรรคเพื่อไทย และมีชื่อตนจะไปอยู่พรรคไทยรักษาชาตินั้น ขอชี้แจงว่าการที่นักการเมืองของพรรคเพื่อไทย ไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ ทั้งที่ตั้งไปแล้วและที่กำลังจะเกิดขึ้นอีก จะเกิดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์ใดก็ตาม แต่เท่าที่ทราบไม่ได้เกิดจากความขัดแย้งภายในพรรคอย่างที่เป็นข่าว ความขัดแย้งแตกต่างในพรรคการเมืองทุกพรรค ย่อมมีอยู่เป็นธรรมดาไม่เว้นพรรคเพื่อไทย แต่ความขัดแย้งแตกต่างทางความคิด ไม่ได้เป็นสาเหตุที่จะทำให้ถึงขั้นจะอยู่ร่วมพรรคกันไม่ได้ และถ้ามีการหารือเคารพความเห็นที่แตกต่างกันตามสมควร ทำงานอย่างเป็นประชาธิปไตย ความขัดแย้งแตกต่างๆทางความคิด ก็จะไม่เป็นปัญหาใหญ่โตอะไร

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคการเมืองที่ถูกกระทำมากที่สุด จากระบบและกติกาภายใต้ยุทธศาสตร์ "การรัฐประหารครั้งนี้ต้องไม่เสียของ" และ "คสช.ต้องสืบทอดอำนาจยาวนาน" ยุทธศาสตร์เหล่านี้มุ่งขัดขวางสกัดกั้น เพื่อไม่ให้พรรคเพื่อไทยกลับมาเป็นรัฐบาล และทำให้พรรคเพื่อไทยต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ 2 ประการคือ 1.ความเสี่ยงที่จะถูกยุบพรรค เรื่องนี้พรรคเพื่อไทยทั้งๆที่จนถึงขณะนี้ไม่มีข้อเท็จจริง หรือปัญทางกฎหมายใดๆ ที่จะใช้ยุบพรรคเพื่อไทยได้เลย แต่ก็ต้องยอมรับว่าในอดีตที่ผ่านมาการยุบพรรคการเมืองบางพรรค ก็เกิดขึ้นทั้งๆที่ไมได้ทำผิดอะไร เมื่อมีข่าวว่ามีความพยายามที่จะยุบหรือมีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปหาทางยุบพรรคเพื่อไทย หลายคนก็ยังมั่นใจว่าไม่มีทางถูกยุบ แต่ก็มีนักการเมืองจำนวนไม่น้อยเห็นว่า ไม่มีหลักประกันใดๆว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ถูกยุบ ควรเตรียมทางหนีทีไล่ไว้โดยไม่ประมาท
2.ระบบเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญใหม่นี้ ถูกออกแบบเพื่อทำให้พรรคการเมืองทั้งหมดอ่อนแอ พรรคเล็กๆเสียเปรียบ พรรคขนาดกลางๆได้ประโยชน์ แต่หาทางป้องกันไม่ให้พรรคขนาดใหญ่ได้เสียงมากอย่างที่เคยได้ พรรคที่ได้เสียงจากเขตเลือกตั้งเกินครึ่ง ซึ่งปกติต้องถือว่าชนะท่วมท้นกลับมีความเป็นไปได้สูงมาก ที่จะเป็นพรรคเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฏร พรรคใดยิ่งได้ ส.ส.เขตมากก็ยิ่งมีโอกาสได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อน้อยหรือไม่ได้เลย พรรคเพื่อไทยมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากระบบเลือกตั้งที่แปลกประหลาดนี้มากที่สุด 

นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า เมื่อต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้ ที่นักการเมืองพรรคเพื่อไทยจะหาทางป้องกันไม่ให้ถูกกระทำหรือพยายามลดความเสียหายที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการแสวงหาช่องที่ที่นักการเมืองแต่ละคน จะสามารถทำงานในระบบรัฐสภาได้ต่อไป ส่วนสาเหตุที่การดำเนินการต่างๆดูจะเป็นไปอย่างสับสน ก็น่าจะมาจากสภาพต่างคนต่างทำ ขาดการหารือวางแผนร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพ

"สภาพการณ์เช่นนี้ทำให้นักการเมืองทุกคนในพรรคเพื่อไทย ไม่อาจหลีกเลี่ยงการคิดรับมือกับสิ่งต่างๆที่จะเกิดขึ้น และในที่สุดแต่ละคนก็ต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่ง สำหรับผมต้องยอมรับว่า มีความผูกพันกับพรรคเพื่อไทยอย่างมาก เมื่อถึงเวลาที่ทุกคนจะต้องตัดสินใจ ผมก็จะพิจารณาว่า ทางเลือกใดจะเป็นช่องทางในการทำงาน ตามแนวคิดอุดมการณ์ได้มากที่สุด" นายจาตุรนต์ กล่าว

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้