วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พ่อค้าส้มตำ จ่อฟ้องแพ่ง ตำรวจสืบนครบาล1 รีดเงิน เรียกค่าเสียหาย 5 ล.

พ่อค้าส้มตำ จ่อฟ้องแพ่ง ตำรวจสืบนครบาล1 รีดเงิน เรียกค่าเสียหาย 5 ล.

  • Share:

พ่อค้าส้มตำที่ถูกตำรวจ กก.สส.บก.น.1 ยัดข้อหา-รีดเงิน 5 หมื่น โร่ร้องดีเอสไอ ขอรับเป็นคดีพิเศษ หลังมีบุคคลเสนอเงิน 1 ล้านบาทให้พยานเซ็นเอกสารคดี พลิกคำให้การ เผยเตรียมฟ้องแพ่งเรียก 1-5 ล้าน

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 6 พ.ย.61 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายศักดิ์ชัย แน่นอุดร พ่อค้าขายส้มตำที่กล่าวหาตำรวจกองกำกับการสืบสวน บก.น.1 ยัดยา ยัดข้อหาและกรรโชกทรัพย์เงิน 5 หมื่นบาท พร้อมด้วยนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ยื่นคำร้องต่อ พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ ดีเอสไอ และในฐานะรองโฆษก ดีเอสไอ หลังพบว่าคู่กรณีที่เป็นตำรวจมีความพยายามสร้างพยานหลักฐานเท็จ ด้วยการเสนอเงินให้พยานถึง 1 ล้านบาท แก่พยานบางราย เพื่อพลิกคำให้การ

นายรณณรงค์ กล่าวว่า มายื่นเรื่องร้องให้ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษช่วยสืบสวนข้อมูลบางอย่าง ว่าคดีนี้มีบุคคลอย่างน้อย 1 ราย เข้ามายุ่งกับพยานบางปาก ซึ่งไม่ใช่คู่กรณีแต่กลับเสนอเงิน 1 ล้านบาท และไม่ทราบมีส่วนได้ส่วนเสียอะไรหรือไม่ โดยให้พยานเซ็นเอกสารบางอย่างเพื่อแลกกับเงินจำนวนดังกล่าว แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดเนื่องจากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของครอบครัวผู้เสียหาย ในส่วนด้านคดีความขณะนี้สำนวนคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของ ป.ป.ช. แต่ยังมีบุคคลมายุ่งเหยิงกับพยาน กลัวจะเกิดความเสียหายกับคดี

ด้าน นายศักชัย เผยว่า ที่มาร้องดีเอสไอ เพื่อให้รับเป็นคดีพิเศษ เพราะตนจะฟ้องทางแพ่งเรียกค่าเสียหายคู่กรณี 1-5 ล้านบาท เพราะที่ผ่านมาไม่สามารถเปิดร้านค้าขายอาหาร เป็นเวลา 2-3 เดือน ทำให้สูญเสียรายได้ ยืนยันว่าไม่เคยยุ่งกับยาเสพติดและไม่เคยมีประวัติแต่อย่างใด

ขณะที่ พ.ต.ต.วรณัน เปิดเผยว่า หลังจากรับคำร้องจะมีการพิจารณาข้อมูลตามคำร้อง ทั้งในประเด็นของการเรียกสอบพยาน และการเรียกวัตถุพยาน ว่าดีเอสไอสามารถดำเนินการตามคำร้องได้ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 ได้หรือไม่ เนื่องจากได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวกับการทำคดีไม่ให้ทับซ้อนกัน.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้