วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แม่ใจจะขาด ลูกชาย 13 ปีซิ่ง จยย.อัดท้ายรถไถลากพ่วง สาหัสเป็นตายเท่ากัน

แม่ใจจะขาด ลูกชาย 13 ปีซิ่ง จยย.อัดท้ายรถไถลากพ่วง สาหัสเป็นตายเท่ากัน

  • Share:

แม่ชาวนครพนม ร่ำไห้แทบขาดใจ หลังพบลูกชาย 13 ปี ซิ่ง จยย.ชนท้ายรถไถลากพ่วง เป็นตายเท่ากัน ตร.เตือนถนนมรณะ 100 ศพ ตายบ่อย แนะงดซิ่ง ด้านชาวบ้านร้องขอขยายถนนมา 10 ปี เงียบ...

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 ร.ต.อ.วิสัตน์ จิตพิมพ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.หนองบ่อ อ.นาแก จ.นครพนม รับแจ้งจากชาวบ้านมีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนรถไถนาลากพ่วง มีผู้บาดเจ็บ บริเวณถนนสายสกลนคร มุ่งหน้าเข้า อ.นาแก เขตบ้านคำพี้ ต.คำพี้ อ.นาแก จ.นครพนม จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่กู้ชีพ 1669 โรงพยาบาลอำเภอนาแก และเจ้าหน้าที่กู้ชีพ อบต.คำพี้ ร่วมตรวจสอบให้การช่วยเหลือ โดยในที่เกิดเหตุพบผู้ได้รับบาดเจ็บ หมดสติคาซากรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีดำแดง ไม่ติดป้ายทะเบียน สภาพถูกชนพังเสียหายยับเกือบทั้งคัน ชิ้นส่วนกระจัดกระจาย

เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันนำร่างผู้ได้รับบาดเจ็บ นำส่งโรงพยาบาลอำเภอนาแก ทราบชื่อภายหลัง คือ ด.ช.มารุต คนหมั่น อายุ 13 ปี ชาวบ้าน หมู่ที่ 8 ต.คำพี้ อ.นาแก จ.นครพนม บาดเจ็บสาหัสเป็นตายเท่ากัน ซึ่งหลังเกิดเหตุแม่ผู้ได้รับบาดเจ็บได้เดินทางมาหลังทราบข่าว ร้องไห้แทบสิ้นใจ โผเข้ากอดร่างลูกชาย ร้องขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยเร่งนำส่งโรงพยาบาล

นอกจากนี้ ห่างจากรถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุ ประมาณ 20 เมตร พบรถไถนาเดินตามยี่ห้อคูโบต้า สีแดง ลากพ่วง ถูกชนท้าย เสียหายเล็กน้อย ทราบชื่อคนขับคือ นายวิจิตร วังคะพันธ์ อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 141 หมู่ 3 บ้านนาโสก ต.บ้านแก้ง อ.นาแก จ.นครพนม ยืนอยู่ในอาการตกใจ และให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ได้ขับรถไถนาเดินตามลากพ่วงมาจากนา เพื่อไปเก็บเกี่ยวข้าว กำลังจะกลับบ้าน ซึ่งมีภรรยาและลูกนั่งมาด้วยในรถ จากนั้นถึงที่เกิดเหตุ ได้มีรถจักรยานยนต์ เด็กวัยรุ่นขับซิ่งมา 2 คัน พบเห็นคันแรกแซงไปอย่างรวดเร็ว แต่อีกคนพุ่งชนท้ายรถพ่วงลากของตนอย่างแรง จนพังกระจัดกระจาย จากนั้นตนจึงจอดรถมาดู พบเด็กชายวัยรุ่นนอนหมดสติคาซากรถจักรยานยนต์ จึงโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ และชาวบ้านมาช่วยเหลือ

คนขับรถไถพ่วงกล่าวอีกว่า ขณะขับรถมาได้ระมัดระวัง และมีการนำไฟแบตเตอรี่ส่องสว่าง ทำเป็นสัญญาณด้านหลัง แต่รถจักรยานยนต์ดังกล่าวมาด้วยความเร็ว และกำลังเป็นช่วงหัวค่ำ อาจมองไม่เห็นและเบรกไม่ทัน เป็นเหตุให้ชนเข้าอย่างแรง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งตรวจสอบเก็บหลักฐาน และหาสาเหตุโดยละเอียด ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนไปยังประชาชนที่สัญจรไปมา ให้ระมัดระวังงดใช้ความเร็ว อีกทั้งในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยว มีรถไถการเกษตรสัญจรไปมาบนถนน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และให้เกษตรกรหาทางป้องกัน ติดไฟสัญญาณเวลาวิ่งบนถนน โดยถนนดังกล่าวถือเป็นเส้นทางเสี่ยงที่เกิดอุบัติเหตุเจ็บตายบ่อย เพราะมีการจราจรคับคั่ง ถนนแคบ และไม่มีไฟส่องสว่าง จนชาวบ้านให้ฉายาว่า ถนน 100 ศพ ซึ่งชาวบ้านเคยเรียกร้องมานานนับ 10 ปี ไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง ให้ปรับปรุงขยายช่องทางการจราจร แต่ไม่มีการแก้ไข เนื่องจากมีปัญหาเรื่องงบประมาณ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านที่สัญจรไปมาเป็นอย่างมาก.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้