วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ส่องทำเนียบ 'ผู้นำสีกากี' ศึกชิงอำนาจเก้าอี้ดนตรี ที่มีรัฐบาลฯ ชักใย?

ส่องทำเนียบ 'ผู้นำสีกากี' ศึกชิงอำนาจเก้าอี้ดนตรี ที่มีรัฐบาลฯ ชักใย?

  • Share:

นับตั้งแต่เริ่มต้นก่อตั้ง "กองโปลิศ-กรมกองตระเวน" เมื่อปี พ.ศ.2403-พ.ศ.2458 สู่การเปลี่ยนผ่านเป็น "กรมตำรวจ" ในปี พ.ศ.2458-พ.ศ.2541 กระทั่งท้ายที่สุด ยกระดับขึ้นเป็น "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" ในปี 2541 มาจนถึงปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่า วงการสีกากี ก็เป็นอีก 1 หน่วยงานที่ถูกแทรกซึมจากทุกรัฐบาลมาตั้งแต่ยุคสมัยแรก โดยการดัน "นายตำรวจสายตรง" ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลยุคนั้นๆ เข้ามามีบทบาทเป็นผู้นำสูงสุด ซ้ำยังมีสิทธิ์ขาด คุมตำแหน่งแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจทั่วประเทศ เตะขั้วอำนาจเก่าตกเก้าอี้กันระนาวอย่างที่เห็นกันมาหลายยุคสมัย 

หากจะให้ย้อนไกลไปถึง "กรมกองตระเวน" เมื่อปี พ.ศ.2403 คงจะยืดยาวไปใหญ่  หากแต่ว่าเมื่อ 20 ปีที่ผ่านไป ยังมีข้อมูลฉายชัดจนกระจ่างสืบสาวเรื่องราวความนัย "เด็กใคร? สายไหน? ได้นั่งเป็นใหญ่ในรั้วปทุมวัน" เริ่มต้นกันตั้งแต่กรมตำรวจยกระดับขึ้นเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม  พ.ศ.2541 พลตำรวจเอกประชา พรหมนอก นั่งเก้าอี้เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 

-พลตำรวจเอกประชา พรหมนอก -อดีตรองนายกรัฐมนตรี (ฝ่ายความมั่นคง) และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นนายตำรวจมือปราบมีฉายาว่า "อินทรีอีสาน" เนื่องจากเป็นชาวจังหวัดนครราชสีมา เป็นทั้งอธิบดีกรมตำรวจคนสุดท้าย และเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนแรกของประเทศไทย เนื่องจากมีตำแหน่งสูงสุดในช่วงที่ปรับเปลี่ยนสถานะของกรมตำรวจเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จากประวัติตำแหน่งหน้าที่การงานที่ผ่านมา บ่งชี้ได้ชัดเจนว่า "เขามาจากสายไหน?"

พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา


-พลตำรวจเอกพรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ -อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 
ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่ พ.ศ.2543 ถึง พ.ศ.2544 ต่อจากพลตำรวจเอกประชา พรหมนอก ซ้ำยังเป็นเพื่อนนักเรียนเตรียมทหารรุ่น 2 และนักเรียนนายร้อยรุ่นที่ 18 เหมือนกัน ภายหลังพ้นจากตำแหน่ง ไม่มีรายละเอียดระบุว่าเข้าร่วมเล่นการเมือง

-พลตำรวจเอกสันต์ ศรุตานนท์ -อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำรงตำแหน่งในวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2544-30 กันยายน พ.ศ.2547 สันต์ ศรุตานนท์ หลักจากนั้นเมื่อเกิดการเลือกตั้งและการเมืองเปลี่ยนขั้วอำนาจ จึงถูก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ย้ายไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรีจนเกษียณอายุราชการ

-พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ -รับช่วงต่อ นั่งเก้าอี้รักษาการจนกระทั่ง พล.ต.อ.สันต์ เกษียณเมื่อปี 2547 อดีตนายกฯ ได้แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ เป็น ผบ.ตร.คนต่อมา ดำรงตำแหน่งวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2547 ขณะเดียวกันในเหตุการณ์รัฐประหารประเทศไทย พ.ศ.2549 ได้รับคำสั่งไปช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550 โดยให้เหตุผลที่ว่า โกวิท วัฒนะ ไม่มีผลงานความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีเหตุระเบิดในกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2549 ภายหลังศาลปกครองพิจารณาว่าท่านอยู่ในตำแหน่งจนเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2550 

พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ

-พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส -อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เจ้าของฉายา "วีรบุรุษนาแก" และ "มือปราบตงฉิน" ทันทีที่ พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ได้หลุดจากเก้าอี้ เสรีพิศุทธ์ ก็ได้ขึ้นเป็นใหญ่คุมบังเหียน ตร.ในยุคที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ได้ยึดอำนาจโดยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่มาจากการเลือกตั้ง โดย เสรีพิศุทธ์ นั่งเก้าอี้รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และขึ้นเป็นตัวจริงเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550 ต่อมารัฐบาล "นายสมัคร" ได้ทำการสั่งย้ายไปประจำสำนักนายกฯ และตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดวินัยร้ายแรง ก่อนมีคำสั่งปลดออกจากตำแหน่งในเดือน เม.ย.2551 

-พลตำรวจเอกพัชรวาท วงษ์สุวรรณ -อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2551-30 กันยายน พ.ศ.2552 อย่างไรก็ตาม ในรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ย้าย พล.ต.อ.พัชรวาท ไปช่วยราชการสำนักนายกฯ 21 ธ.ค. 2551 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รักษาการนายกฯ มีคำสั่งให้กลับคืนสู่ตำแหน่งเดิมเป็น ผบ.ตร.เพียงคนเดียว ที่ถูกสั่งย้ายแล้วได้กลับคืนสู่ตำแหน่ง กระทั่งภายใต้การนำของรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.พัชรวาท ยังไม่พ้นวิกฤติ เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ลงมติว่า พล.ต.อ.พัชรวาท ผิดอาญารวมทั้งผิดวินัยร้ายแรง กรณีสั่งสลายผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม รอให้ ก.ต.ช.พิจารณาลงโทษใน 30 วัน เพื่อไล่ออกหรือปลดออกเท่านั้น

-พลตำรวจเอกวิเชียร พจน์โพธิ์ศรี -อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ.2553 ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (กตช.) ได้มีมติเห็นชอบตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเสนอชื่อ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ด้วยมติเอกฉันท์ 9:0 หลังจากที่ตำแหน่งนี้ว่างเว้นมายาวนานเกือบหนึ่งปี จากนั้นในวันที่ 6 กันยายน ปีเดียวกัน มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอย่างเป็นทางการ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน ปีเดียวกัน

-พลตำรวจเอกเพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ -อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ภายหลังคืนอำนาจให้ประชาชน ปลดล็อกเลือกตั้งเข้าสู่รัฐบาล นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ นั่งเก้าอี้เป็นรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2554-25 ตุลาคม พ.ศ.2554 ก่อนจะผงาดขึ้นเป็นตัวจริงในวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2554-30 กันยายน พ.ศ.2555 ภายหลังเกษียณอายุราชการแล้ว พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ สมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2555 

พลตำรวจเอก เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์

-พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว -อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อ 1 ตุลาคม พ.ศ.2555 ต่อจาก พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ซึ่งเกษียณอายุราชการเมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2555 ต่อมาในวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 พล.ต.อ.อดุลย์ กลับกลายเป็นหนึ่งในผู้ทำการรัฐประหารในนามคณะรักษาความสงบแห่งชาติในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่หลังจากนั้น 2 วัน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ออกคำสั่งให้ พล.ต.อ.อดุลย์ พ้นจากตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักนายกรัฐมนตรี โดยมี พล.ต.อ.ดร.วัชรพล ประสารราชกิจ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นผู้รักษาราชการแทน แต่ยังคงดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า เขาขอปลดตัวเองเพื่อให้ พล.ต.อ.ดร.วัชรพล ประสารราชกิจ เพื่อนของเขาเป็นรักษาการผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอีก 4 เดือน 

-พลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง -อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับไม้ต่อนั่งเก้าอี้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2557–30 กันยายน พ.ศ.2558 ในยุครัฐบาลทหาร อย่างไรก็ตามเป็นที่ร่ำลือว่า เขาเป็นนายตำรวจซุปเปอร์คอนเนกชั่นเข้าได้ทุกขั้วอำนาจ เพราะเคยเป็นอดีตนายตำรวจติดตาม มนตรี พงษ์พานิช ซึ่งต่อมาได้แนะนำให้เขารู้จักกับ เนวิน ชิดชอบ จนได้รับการสนับสนุนทางการเมือง นอกจากนี้เขายังเป็นลูกน้อง พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ และเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เขายังมีความสัมพันธ์กับ นิพนธ์ พร้อมพันธุ์ และ วิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท ภูผาธารา เขาใหญ่ จำกัด และ บริษัท เลอ โวเทล เขาใหญ่ จำกัด เจ้าของคิง เพาเวอร์ ที่เพิ่งเสียชีวิตไปอีกด้วย 

-พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา -ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนปัจจุบัน เริ่มดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2558 แน่นอนว่าปัจจุบัน บิ๊กแป๊ะ ถูกมองว่ารับใช้ขั้วอำนาจทหาร เป็นเด็กในบ้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ นายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ย้อนเล่าไปเมื่อปลายปี พ.ศ.2553 สื่อมวลชนตั้งสมยานามให้บิ๊กแป๊ะว่า "น.1 อีซี่พาส" เนื่องจากติดยศ พลตำรวจโท (พล.ต.ท.) อย่างรวดเร็วและเป็นถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ทั้งๆ ที่เพื่อนร่วมรุ่นบางคนยังเป็นแค่สารวัตรเท่านั้น จึงคาดหมายว่าในอนาคตอาจจะได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพราะมีอายุราชการนานถึง 10 ปี 

พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี

ต่อมาสมัยรัฐบาลที่มี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น พล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้ถูกโยกย้ายไปเป็นผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค (ผบช.ภาค 9) โดยมี พล.ต.ท.วินัย ทองสอง เข้ามาดำรงตำแหน่งแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล  รัฐประหารในวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 ในวันที่ 24 พฤษภาคม ปีเดียวกัน ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ รักษาการผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาการผู้บัญชาการตำรวจนครบาล แทนที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ที่ได้รับคำสั่งให้ไปปฏิบัติหน้าที่ศูนย์ราชการพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

ต่อมาบิ๊กแป๊ะได้กลับมาผงาดอีกครั้ง ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ.2558 ซึ่งมีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานแทน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ติดภารกิจได้มีมติเป็นเอกฉันท์เลือกพลตำรวจเอกจักรทิพย์เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 11 สืบต่อจากพลตำรวจเอกสมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2558 โดยได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งในวันที่ 4 กันยายน 2558 และมีผลในวันที่ 1 ตุลาคม 2558 มาจนถึงปัจจุบัน 

***และทั้งหมดนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ตำรวจและสื่อมวลชนหลายท่านทราบกันดีถึงประวัติความเป็นมาของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติทุกนาย ที่มักจะถูกเตะสกัด สลับโยกย้ายไปตามวาระแห่งชาติ เพราะทุกครั้งที่เปลี่ยนขั้วอำนาจรัฐบาลใหม่ ก็มีอันให้เกิดปัญหา มีคดีความ ตั้งกรรมการนำสู่การเตะเข้ากรุช่วยราชการสำนักนายกฯ จนหมดวาระอยู่ทุกทีร่ำไป....... แบบนี้ไม่เรียกว่า มีเรื่องของการเมืองอยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้อย่างไร? แล้วตำรวจไทยจะต้องปฏิรูปไปทิศทางไหน เมื่อทุกวันนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติกลายเป็นเก้าอี้ดนตรี ขุมทรัพย์มหาศาล ให้รัฐบาลแต่ละฝั่งฝ่ายแย่งชิงอำนาจ สลับเปลี่ยนหมุนเวียนเอาคนของตัวเองเข้ามาบริหาร.    

พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว
พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้