วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เรื่องนายใหญ่ 'ต้องตายไปกับเรา' ย้อนอ่านบันทึก 'สุรนันทน์ ถึง บุญทรง'

เรื่องนายใหญ่ 'ต้องตายไปกับเรา' ย้อนอ่านบันทึก 'สุรนันทน์ ถึง บุญทรง'

  • Share:

ครบรอบ 1 ปี  72 วัน พอดิบพอดี สำหรับการหนีหายของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหญิง หนึ่งเดียวของไทย ทิ้งภาระเบื้องหลัง ไว้ให้ลูกน้องคนสนิทอย่าง นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และพวก รวม 28 ราย เป็นเหตุให้ศาลต้องออกหมายจับ ศาลอ่านคำพิพากษา มีความผิดตามฟ้อง โดยให้จำคุก นายภูมิ สาระผล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ 36 ปี นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ 42 ปี นายมนัส สร้อยพลอย 40 ปี นายทิฆัมพร นาทวรทัต 32 ปี นายอัครพงศ์ ทีปวัชระ 24 ปี นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร 48 ปี ส่วนจำเลยอื่น ศาลลงโทษจำคุกลดหลั่นตามพฤติการณ์ความร้ายแรงแห่งการกระทำความผิด (ครบ 1 ปี 'ปู' หนีจำนำข้าว ปล่อย 'บุญทรง ภูมิ'ผจญชะตากรรม ถูกจองจำอยู่ไทย)

1 ปีกว่าที่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ต้องเผชิญชีวิตอยู่ในคุกด้วยอาการป่วย หามส่งโรงพยาบาลครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งล่าสุด (5 พ.ย. 61) พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้ข้อมูล กรณีนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรมว.พาณิชย์ 1 ใน 28 จำเลยที่ถูกอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ฟ้องในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ เตรียมผ่าตัดที่โรงพยาบาลตำรวจ 

"ขณะนี้นายบุญทรงยังเข้ารับการรักษาและพักรักษาอาการป่วยด้วยโรคหมอนรองกระดูกสันหลังอักเสบอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และแพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจได้มีการนัดตรวจดูอาการอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมา นายบุญทรงได้เข้ารับการรักษาอยู่ตลอด แต่อาการยังไม่ดีขึ้น โดยเบื้องต้นได้รับรายงานว่า แพทย์จากโรงพยาบาลตำรวจได้นัดดูอาการของนายบุญทรง ในวันที่ 27 พ.ย.นี้ เพื่อตรวจร่างกายเตรียมผ่าตัดจากอาการป่วยดังกล่าว"

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2560 ภายหลังนางสาวยิ่งลักษณ์ ได้หายตัวกะทันหันแบบตั้งใจหนี ขณะนั้นเอง นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Suranand Vejjajiva 

“ยกหูโทร.คุยกันครั้งหนึ่งเท่าที่จำได้ เพื่อนบอก “ไม่ต้องห่วง” ส่วนผมนั้นโดนตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี ด้วยเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ได้แต่ช่วยให้กำลังใจอยู่ห่างๆ” หลังจากนั้นได้มาร่วมงานกันอีกครั้งเมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยนายสุรนันทน์ ได้เป็นเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หลังจากพ้นจากการถูกตัดสิทธิทางการเมืองในปี 2555 ส่วนนายบุญทรงได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ก่อนขยับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

"จน “เพื่อน” เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมเป็นเลขาธิการนายกฯ ได้เจอกันบ้าง แวะไปคุย เห็นเพื่อนแฟ้มเต็มโต๊ะ ยังเป็นห่วง  ........ “ใครดูให้ แต่ละเรื่องน่ากลัว” ผมแอบพลิกแฟ้มดู ...... “กูมีทีม” แล้วชวนทานข้าวจากโรงอาหาร หน้าห้องสั่งมาให้ ยังคงความเป็นคนง่ายๆ ที่ผมรู้จัก ถึงแม้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่”

นายสุรนันทน์ระบุอีกว่า เวลาที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปต่างประเทศ ทำให้มีโอกาสได้คุยกัน และพบว่าในแววตาของนายบุญทรงมีความกังวล “ช่วงวิกฤติ ผมทำงานหลายด้าน แต่ก็ไม่วายห่วงเพื่อน ส่งเรื่องจากทำเนียบก็คอยเตือนว่าเรื่องไปแล้วรีบจัดการ เราเป็นเพียง “เสมียน” ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางทั้งหมด แต่รู้สึกเสมอว่าเพื่อน “ไม่สบายใจ”

หลังพายุพัดผ่าน รัฐประหารไปแล้ว เคยนั่งจิบไวน์คุยกันสองคน ผมถาม​ “เล่าให้กูฟังหน่อยว่าเรื่องเป็นยังไง” ผมนับถือน้ำใจมันที่ตอบ “กูพูดไม่ได้”.....เราร่ำสุราจนดึก แล้วไม่แตะเรื่องนั้นอีกเลย”

ทางการเมือง บางเรื่อง “ต้องตายไปกับเรา” พูดไม่ได้ ผมเข้าใจดี และผม “เห็นใจ” เพื่อน ที่ต้องเข้าไปติดกับ “เงื่อนไข” นั้น ผมอาจจะ “โชคดี” กว่า ที่ยังรักษาความเป็นตัวของตัวเองได้ และ “เพื่อน” ไม่ “โชคดี” เท่า

ผมโลดแล่นทางการเมืองมาหลายสิบปี เห็นคนตั้งใจดีโดนกลั่นแกล้งจนถอยไป และเห็นคนที่เริ่มต้นด้วยอุดมการณ์ดี แต่เวลาผ่านไป “เสียคน” ก็เยอะ เอาเป็นว่า หาก “ใจ” ไม่ “นิ่ง” จริง อำนาจทำลายล้างทางการเมือง ทำลายคนได้” นายสุรนันทน์ระบุ

***ในวันนี้ที่ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ป่วยหนัก เชื่อว่าใครหลายคนที่มีความสนิทชิดใกล้ คงจะเป็นห่วงเป็นใย และหวังเป็นอย่างยิ่งให้เขาปลอดภัยจากการผ่าตัด โรคหมอนรองกระดูกสันหลังอักเสบ และพักรักษาตัวให้หายป่วยเร็ววัน 

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้