วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เตือน! ภัยกินสมุนไพร สรรพคุณดีแต่มีเสี่ยง

เตือน! ภัยกินสมุนไพร สรรพคุณดีแต่มีเสี่ยง

  • Share:

“กินหนานเฉาเหว่ย...สมุนไพรสรรพคุณมหัศจรรย์แล้วเสียชีวิต” ที่แชร์ส่งต่อๆกันมาในโลกโซเชียล หลายคนที่กินสมุนไพรเป็นประจำคงจะอดสงสัยไม่ได้ว่า...“สมุนไพร” อันตรายได้ขนาดนั้นเชียวหรือ

ข้อแนะนำที่ได้สอบถามจาก “ศูนย์ข้อมูลเภสัชสนเทศ” โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ระบุย้ำชัดเจนว่า การกินสมุนไพรหนานเฉาเหว่ย สำหรับผู้ป่วยที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือว่าความดันโลหิตสูงต้องมีการซักประวัติผู้ป่วยก่อน เนื่องจากว่ายาตัวนี้มีสรรพคุณหลายอย่าง อาจจะไม่ได้เหมาะกับผู้ที่เป็นเบาหวาน

“แล้ว...ก็ห้ามใช้ในผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นโรคไต โรคตับแล้ว จะไม่แนะนำ...คนที่เป็นโรคไตค่าไตต่ำกว่า 60 แล้วบางคนไม่ได้เป็นโรคอะไรเลย แต่รับประทานใบหนานเฉาเหว่ยสดอยู่ทุกวัน วันละ 2–3 ใบ รู้สึกว่าทานแล้วโล่งหัว เบาสบาย รู้สึกสดชื่น แจ่มใส ข้อนี้...อาจจะไม่แนะนำ ให้กินเพื่อเป็นยาบำรุง”

ส่วนใหญ่เท่าที่โรงพยาบาลเราใช้จะใช้กับคนที่มีปัญหาโรคเรื้อรัง แต่ในกรณีที่ถามว่ากินแล้วช่วยให้บำรุงร่างกายไหม ซึ่งในตำรายาก็มีระบุว่าได้ แต่เรายังไม่ได้นำมาเก็บข้อมูล อาจจะต้องระวังอันตรายที่จะเกิดขึ้นตามมา ยิ่งในกรณีคนที่เป็นโรคเบาหวานที่คุมได้ เราจะให้กินวันเว้นวัน แต่ก็ไม่ได้กินทุกวัน

เน้นย้ำว่า...ปริมาณการกินไม่เท่ากันทุกคน ขึ้นอยู่กับระดับน้ำตาลและอาการของแต่ละคน ซึ่งต้องซักประวัติ ตรวจเป็นรายๆไป...ถึงตรงนี้ค่อนข้างกระจ่างชัดกันแล้วว่า “หนานเฉาเหว่ย สมุนไพรสรรพคุณมหัศจรรย์” มีดีแต่ก็มีเสี่ยง มีโทษเช่นกันถ้าใช้ไม่ถูกต้อง ใช้ไม่ถูกที่ไม่ถูกเวลา

ย้ำกันชัดๆอีกว่า สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นอะไร ไม่แนะนำให้ใช้ กินสด หรือเอามาต้มกินเพื่อบำรุงร่างกาย “หนานเฉาเหว่ย” หรือ “ป่าช้าเหงา” ไม่ใช่ยาสมุนไพรที่สามารถจะเอามากินบำรุงร่างกายได้ จะใช้ในกลุ่มที่มีโรคประจำตัวที่เป็นโรคเรื้อรังก็ต้องได้รับการดูแลใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเฉพาะปริมาณการกิน...

ใครที่คิดว่าจะกินเสริมด้วยตัวเองเพื่อช่วยในการรักษาก็ไม่แนะนำ “หนานเฉาเหว่ย” หรือ “ป่าช้าเหงา” มีข้อห้าม ข้อควรระวังค่อนข้างเยอะ มีสรรพคุณหลายอย่างที่ไม่เหมาะกับคนร่างกายปกติ ไม่เจ็บ ไม่ป่วยอะไรเลย.... “บางคนก็ไม่ทราบ ไม่รู้ รู้เพียงว่ากินแล้วมีสรรพคุณดี แต่ไม่รู้ขนาดการกินที่ไม่ถูกต้องก็มีความเสี่ยง ในคนที่เป็นเบาหวาน บางคนคุมระดับน้ำตาลได้ หากกินสมุนไพรหนานเฉาเหว่ยเยอะเกินไปน้ำตาลก็จะตกอาจจะวูบได้”

หากอยากจะกินเพื่อบำรุงร่างกาย แนะนำให้กินสมุนไพรตัวอื่น สมมติว่าถ้ารู้สึกวิงเวียนศีรษะ แนะนำว่าอาจใช้กลุ่มยาหอมที่ช่วยลดอาการวิงเวียน จะตรงกับอาการมากกว่า เช่น ยาหอมทิพย์โอสถจะช่วยในเรื่องขับลม วิงเวียนโดยเฉพาะ จะเหมาะกว่า...หากจะทานสมุนไพร ถ้าจะไม่เสี่ยงอันตราย แนะนำว่าให้ซื้อยาสมุนไพรที่ผลิตได้มาตรฐาน มีสรรพคุณ ข้อบ่งชี้ชัดเจน...มีปริมาณการกินระบุชัด เพื่อบรรเทาอาการอะไรที่ชัดเจนดีที่สุด

“มะระขี้นก” สรรพคุณมีผลลดน้ำตาลในเลือด แต่การทานสมุนไพร “รสขม” แนะนำว่าต้องมีการตรวจติดตามค่าตับร่วมด้วย เพื่อป้องกันตับอักเสบ และสมุนไพรรสขมทุกชนิดหากทานนานๆมีผลค่ะ

“เพชรสังฆาต” ผลข้างเคียงทำให้ไซ้ท้อง ไม่สบายท้องในคนไข้บางรายถ้าเป็นให้ทานหลังอาหาร ตัวชาไม่อยากข้าว ให้ระวังการใช้ในผู้ป่วยโรคหัวใจและโรคไต

“ใบบัวบก” สมุนไพรธรรมดาคนไทยรู้จักกันมาช้านาน แม้ว่าสรรพคุณแบบแคปซูลของอภัยภูเบศรจะช่วยเลือดหมุนเวียนดี แก้เครียด บรรเทาอาการปวดศีรษะได้ กระนั้นก็ต้องทาน 3 เดือน พัก 1 เดือน ข้างต้นเป็นกรณีตัวอย่างที่ตัดตอนมาจากข้อมูลในเฟซบุ๊กเพจ “สมุนไพรอภัยภูเบศร”

สำคัญว่า...“สมุนไพรแต่ละตัวมีสรรพคุณหลายๆด้าน แต่ละด้านบางตัวก็ยังไม่ได้มีงานวิจัยรับรองหรือการเก็บข้อมูลทางคลินิกอาจจะต้องระวังในการใช้ เพราะบางคนรู้แค่สรรพคุณก็กินเลย...”

บางคนอาจจะกินน้ำต้ม “ขิง” กับ “ขมิ้น” แนะนำว่าขิงทานได้ในคนที่รู้สึกแน่นท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย หรือว่าจะใช้ในกรณีมีอาการวิงเวียนศีรษะก็ได้ หรืออาจจะเกิดจากความเย็น หรือว่ามีอาการไม่ค่อยสบายเนื้อสบายตัวเนื่องจากเกี่ยวกับลม...เรอบ่อย

ส่วน “ขมิ้น” ก็กินได้ไม่มีปัญหา แต่ที่ทานเป็นแคปซูลเพราะว่ารสกับกลิ่นของขมิ้นบางคนก็ไม่ค่อยโอเค ถ้ากินแบบแคปซูลจะง่ายกว่า ในกรณีคนที่มีปัญหาเรื่องระบบทางเดินอาหารรับประทานได้ไม่มีปัญหา...หรือถ้าเป็นในส่วนอุปกรณ์ที่ใช้คั้น ก็อาจจะทำความสะอาดให้เรียบร้อย ก่อนเอาไปต้มอาจจะผ่านความร้อนก่อน

ในภาพใหญ่ ข้อแนะนำเบื้องต้นถ้าคิดจะกิน “สมุนไพร” แบบไม่เสี่ยง ถ้าเราจะกินสด ถ้าเราจะกินสมุนไพรแปรรูปปัญหาอาจจะน้อยกว่า ตรงนี้ขอย้ำว่าถ้ากินสมุนไพรสด ตัวที่มีตำรับบอกเอาไว้สามารถเอาไปประกอบอาหารอย่างไรได้บ้าง หรืออาจจะไม่ได้มีข้อควรระวังเป็นหลัก

แต่โดยปกติแล้วถ้าจะนำสมุนไพรสดมาใช้ ก็ต้องล้างให้สะอาด เอามาต้ม ผ่านความร้อน หรือถ้าจะคั้นก็ต้องรักษาความสะอาดเสียก่อน เพราะจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ปนเปื้อนมาได้

“สมุนไพรบางตัว ถ้ารู้สึกว่าทำยาก กินเป็นแคปซูลก็ปลอดภัย อย่างขิงแนะนำว่าต้มกินเองได้ไม่มีปัญหา ชงเป็นชาดื่มก็ได้ แต่ไม่แนะนำให้กินแบบเข้มข้นเกินไปเพราะฤทธิ์จะร้อน ถ้าช่วยในเรื่องขับลมเฉยๆอาจจะไม่ต้องใช้ในปริมาณเยอะมาก”

สัญญาณเตือนเมื่อกินสมุนไพรแล้วมีความเสี่ยง...ไม่ถูกโรค จะเกิดการแพ้เป็นอันตรายต่อร่างกาย มีอะไรเตือนล่วงหน้าบ้างไหม?

โดยทั่วไปแล้วถ้ากินสมุนไพรแล้วมีความผิดปกติ อันดับแรกจะมีเรื่องผื่นขึ้น มีอาการวิงเวียน คลื่นไส้ หรือว่ามีอาการอย่างอื่นที่ผิดปกติ ท้องเสีย ท้องอืด ซึ่งอาจจะต้องสังเกตตัวเองหลังรับประทานสมุนไพรอะไรไปแล้ว ถ้าผิดปกติอาจจะดูว่าใช่ไหม...เริ่มจากหยุดยาก่อน แล้วดูว่าอาการดีขึ้นไหม

กระนั้นก็อาจจะมีตัวแปรหลายอย่าง เรากินข้าว อาหารอื่นๆด้วยหรือไม่

กินสมุนไพรเป็นยาธรรมชาติ ความรู้สึกคนทั่วไปก็อาจจะคิดว่าปลอดภัยชัวร์แน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์ วันนี้จะคิดอย่างนั้นคงไม่ได้อีกแล้ว นั่นเป็นเพราะว่าหลากหลายปัจจัยที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

“การนำสมุนไพรมากินประกอบเป็นอาหารไม่ค่อยเป็นปัญหา เพราะอาหารที่เรากินอยู่ทุกวันก็เป็นสมุนไพร แต่ถ้าบางตัว...หากจะใช้ในการรักษาโรค อาจจะต้องดูเพราะปริมาณการใช้จะมากขึ้น อาจจะต้องดูว่ายาตัวนี้เหมาะกับคนที่มีโรคประจำตัวแบบเราหรือเปล่า ถ้าจะใช้ในการรักษาโรค ต้องดูรายละเอียดกันอีกที”

แต่ถ้าจะใช้ในการ “ประกอบอาหาร” ส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะมีปัญหา ส่วนใหญ่จะ “กินได้” สมุนไพรที่ต้องระวังปกติแล้วของทาง “อภัยภูเบศร” ยกตัวอย่างก็จะมีขมิ้นชัน ห้ามในคนที่เป็นนิ่วในถุงน้ำดีหรือว่าท่อน้ำดีอุดตัน

หรือว่าคนที่กินยาละลายลิ่มเลือดจะต้องระวัง เพราะจะไปเสริมฤทธิ์ยา กรณีที่เป็นโรคหัวใจ โรคไต โรคตับ จะมีสมุนไพรที่มีข้อห้ามอยู่ แต่ว่าอาจจะไม่ทุกตัวที่มี สมุนไพรอภัยภูเบศรจะมีข้อห้ามระบุเอาไว้ชัดเจนที่ฉลาก

“ปกติแล้วคนที่รับยาของทางโรงพยาบาลจะเป็นยาที่ผลิตใช้ในคลินิก ก็คือเราจะต้องซักประวัติผู้ใช้ก่อนแล้วแนะนำโดยตรง กรณียาสมุนไพรหนานเฉาเหว่ยของเราไม่ได้มีขายโดยทั่วไป”

แต่ถ้าสงสัยโทร.มาสอบถามได้ที่ทางอภัยภูเบศรก็ได้...ก่อนที่จะตัดสินใจรับประทาน

“สมุนไพร” สุดมหัศจรรย์ ทั้งบรรเทา รักษา โรคร้ายต่างๆนานาที่แชร์กันมาสารพัดสูตรในโลกออนไลน์ อย่าเสี่ยง...ยิ่งไม่มีงานวิจัยรองรับก็อย่าได้ลอง อาจจะต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนว่ามีข้อห้าม ข้อควรระวังอะไรบ้าง มากน้อยแค่ไหน อย่างไร ในกลุ่มคนที่เป็นโรคไหนบ้าง...ปักใจเชื่อเลยไม่ได้เด็ดขาด.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้