วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อย่าปลดล็อกช้าเกินไป

อย่าปลดล็อกช้าเกินไป

  • Share:

อีกประมาณสามเดือนเศษก็จะถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ซึ่งรัฐบาล คสช.สัญญาว่าจะเป็นวันเลือกตั้งใหญ่ ที่ประเทศไทยว่างเว้นมานานหลายปี แต่พรรคการเมืองก็ยังถูกล็อกอยู่ เพียงแต่คลายล็อกให้ทำกิจกรรมบางอย่าง เช่น การประชุมใหญ่เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค การหาสมาชิก แต่ห้ามหาเสียง ห้ามระดมทุน และห้ามประกาศนโยบาย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.บอกว่าพร้อมที่จะหารือกับพรรคการเมืองในเดือนพฤศจิกายนหรือต้นเดือนธันวาคม เพื่อปลดล็อกให้ทำกิจกรรมการเมืองได้เต็มที่ แต่นักการเมืองและนักวิชาการส่วนใหญ่เห็นว่าตั้งแต่ช่วงปลายปี 2561 ไม่ควรมีข้อห้ามหรือข้อจำกัดใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการหาเสียง การระดมทุน และประกาศนโยบาย

ไม่ควรรอจนถึงหลังประกาศพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง เพราะสายจนเกินไป และสร้างความสับสน พรรคการเมืองต้องมานั่งตีความว่าอะไรทำได้ อะไรทำไม่ได้ ตัวอย่างเช่น การที่หลายพรรคเดินสายพบประชาชน โดยอ้างว่าเพื่อรับฟังความเห็น และหาสมาชิกพรรค หรือการหาเสียงกับสมาชิกเพื่อเลือกหัวหน้าพรรค เป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ฝ่ายคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ดูเหมือนจะชอบอ้างคำสั่ง คสช. มากกว่ากฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง หรือรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ เช่นบอกว่าคำสั่ง คสช.ยังมีผลบังคับใช้อยู่ พรรคการเมืองจะทำการใดๆ จึงต้องแจ้ง กกต. ล่วงหน้า 5 วัน การเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค จะต้องมาจากการประชุมใหญ่ของพรรค

เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยเสรีและเป็นธรรม ตามหลักประชาธิปไตย และเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รัฐบาลจึงควรปลดล็อกการเมืองโดยเร็ว อย่าให้บรรยากาศการเมืองก่อนการเลือกตั้ง และการคืนสู่ประชาธิปไตยกลายเป็นอาณาจักรแห่งความกลัวและความสับสน แต่ต้องเป็นบรรยากาศที่เสรี

รัฐบาลไม่ควรเอาเปรียบพรรคอื่นๆซึ่งเป็นคู่แข่งในการเลือกตั้งครั้งนี้ ด้วยการยืนยันว่าไม่ใช่รัฐบาลชั่วคราว แสดงว่าไม่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่ารัฐบาลที่บริหารประเทศอยู่ในช่วงก่อนการเลือกตั้งใหญ่ ต้องไม่อนุมัติโครงการใหญ่ๆ ไม่แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ ไม่ใช้ทรัพยากรและบุคลากร ของรัฐเพื่อเอื้อการเลือกตั้ง

การใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อการเลือกตั้ง เช่นการอนุมัติงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีประชาชน ในโครงการลดแลกแจกแถมต่างๆในฤดูกาลการเลือกตั้งหรือการใช้เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อให้คุณหรือให้โทษแก่ผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองใด ตามปกติเป็นการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งที่ร้ายแรง มีโทษทั้งจำคุกไม่เกิน 10 ปี และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้