วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วิ่งเพื่อหัวใจ

วิ่งเพื่อหัวใจ

โดย ฟ้าคำราม
3 พ.ย. 2561 05:01 น.
  • Share:

ทุกวันนี้การวิ่งเป็นหนึ่งในวิธี การออกกำลังกายยอดฮิต ที่ได้รับความนิยมในหมู่คนทุกเพศทุกวัย จะเห็นได้ว่ามีการจัดกิจกรรมวิ่งมาราธอน หรือมินิมาราธอน เกิดขึ้นมากมาย

เพื่อเชิญชวนให้คนหันมาใส่ใจกับสุขภาพ

แต่การจะวิ่งให้ได้ทั้งความสุข ความสนุกสนาน สุขภาพที่ดี และเกิดความปลอดภัยต่อตนเอง ควรมีการเตรียมตัวที่ดี ซึ่งนับเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามก่อนร่วมกิจกรรมการวิ่ง

แม้ว่าการวิ่ง จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ต้านทานโรคภัยต่างๆได้ แต่การวิ่งที่ถูกต้องนั้นสำคัญกว่า เพราะจะช่วยให้เราวิ่งได้อย่างปลอดภัย

ป้องกันไม่ให้เราบาดเจ็บ จนถึงขั้นหัวใจวายเฉียบพลัน และสามารถสนุกกับการวิ่งได้จนถึงเส้นชัย

นพ.ธนะรัตน์ ลยางกูร ประธานคณะกรรมการมูลนิธิเด็กโรคหัวใจ กล่าวว่า ลักษณะการวิ่งที่ถูกต้อง ควรเริ่มจากการวอร์มอัป (Warm up) ให้ร่างกายเตรียมพร้อม โดยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบื้องต้น แล้วเริ่มวิ่งจากช้าๆ เมื่อหัวใจเต้นเร็วขึ้น จึงค่อยๆวิ่งเร็วขึ้นในระดับที่ร่างกายรับไหว ไม่เหนื่อยจนเกินไป

เมื่อสิ้นสุดการวิ่ง จึงลดระดับการวิ่งให้ช้าลง ทีละนิด และไม่หยุดวิ่งในทันที นับว่าเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หรือคูลดาวน์ (Cool Down)

การวิ่งที่ดีไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็ว แต่ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ซึ่ง นพ.ธนะรัตน์ ให้เหตุผลว่า กล้ามเนื้อของแต่ละคนมีความทนทานไม่เท่ากัน จึงต้องสังเกตตัวเองว่าสามารถวิ่งได้มากน้อยเท่าไร

สมมติว่าเราไม่เคยวิ่งมาก่อน เริ่มต้นด้วยการวิ่งมากๆแล้ว เหนื่อย แน่น จุก ประเภทนี้ต้องระวังตัวเอง ว่าตอนนี้เริ่มมีปัญหาแล้ว กล่าวคือมีอัตราการเต้นของหัวใจที่เร็วกว่าคนอื่น เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่วิ่งเป็นประจำ ซึ่งมีอัตราการเต้นของหัวใจ

ที่ช้ากว่าในระดับเดียวกัน

การตรวจร่างกายพื้นฐานก็เป็นสิ่งสำคัญมาก เพื่อให้การวิ่งมีประสิทธิภาพ หากรู้สึกเจ็บ แน่น จุกหน้าอกเวลาอยู่เฉยๆ หรือเดินเร็วๆ แล้วเหนื่อย เดินได้น้อยลง ช้าลง จนไม่สามารถเดินเร็วได้ ควรไปตรวจเพื่อหาสาเหตุ

ส่วนคนที่สูบบุหรี่ เครียด อดนอน ความดันโลหิตสูง และเป็นโรคเบาหวาน เหล่านี้เป็นความเสี่ยงที่ก่อให้เกิดหลอดเลือดขรุขระ และหลอดเลือดแข็งตัวได้ ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ยากขึ้น

โดยเฉพาะในขณะที่มีอาการเหนื่อยจากการออกกำลังกาย ขณะนั้นกล้ามเนื้อหัวใจจะหนาขึ้น ยิ่งทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้ยากขึ้นกว่าคนปกติ ส่งผลให้เกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลันขึ้นได้

แม้ในกลุ่มนักกีฬา หรือนักวิ่งมืออาชีพ จะมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ไม่เคยมีอาการส่งสัญญาณเตือนใดๆ แต่ก็ยังมีข่าวเกี่ยวกับอาการหัวใจวายเฉียบพลันขณะการแข่งขันให้ได้เห็นกันอยู่เป็นประจำ ซึ่งส่วน ใหญ่เกิดจากการออกกำลังกายมากเกินปกติ

หรือในกลุ่มคนทั่วไป อาจจะมีอาการหลอดเลือดตีบ หรือมีตะกรันเกาะอยู่ที่หลอดเลือดโดยไม่รู้ตัว เพราะไม่เคยตรวจสุขภาพ เมื่อออกกำลังกายเหนื่อย มากจนเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่ทัน ก็เกิดหัวใจวายเฉียบพลันได้เช่นกัน

ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้วิ่ง จึงควรตรวจการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ และตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจร่วมด้วยในการตรวจสุขภาพประจำปี

นพ.ธนะรัตน์กล่าวอีกว่า การวิ่งยังช่วยป้องกันโรคหัวใจได้ หากมีการฝึกวิ่งสะสมมาเป็นระยะเวลานาน เพราะเป็นการฝึกกล้ามเนื้อหัวใจ เพื่อให้หัวใจทำงานได้มากขึ้น หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจจะขยายตัว จึงมีพื้นที่ให้เซลล์เล็กๆ ภายในหลอดเลือด สามารถผลิตเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้มากขึ้น

แต่ต้องดูปัจจัยเสี่ยงอื่นๆควบคู่ เช่นไม่ออกกำลังกายอย่างหักโหม หรือฝืนร่างกายจนเกินไป เพื่อไม่ก่อให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือดได้

ทั้งหมดนี้เป็นเกร็ดความรู้จากทีมงานของการจัดการแข่งขันวิ่งมินิมาราธอนการกุศล TMB I ING PARKRUN 2018 ที่กำลังจะมีการวิ่งพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ 2 ธ.ค.2561

ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.makethedifference.org/parkrun 

โดยรายได้ทั้งหมด ไม่หักค่าใช้จ่าย จะนำไปบริจาคเป็นค่าผ่าตัดให้กับเด็กโรคหัวใจ ผ่านทางมูลนิธิเด็กโรคหัวใจฯ ซึ่งทุกคนจะมีส่วนร่วมทำบุญครั้งยิ่งใหญ่ด้วยกันในการช่วยชีวิตเด็กโรคหัวใจ ให้กลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติอีกครั้ง

เรียกได้ว่า หากใครสนใจงานวิ่งครั้งนี้ ก็จะได้ทั้ง วิ่งเพื่อหัวใจตัวเอง เพื่อสุขภาพของตนเอง

และหัวใจของน้องๆอีกหลายคน...

ฟ้าคำราม

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้