วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เห็นโอกาสเท่ากับเห็น..."ชัยชนะ"

เห็นโอกาสเท่ากับเห็น..."ชัยชนะ"

  • Share:

“โอกาส” คำคำนี้ที่สร้างสิ่งดีๆให้หลายธุรกิจได้เติบโต ประสบความสำเร็จมามากมาย

แน่นอนธุรกิจที่จะเจอะเจอโอกาสและพบความสำเร็จได้นั้นจะต้องมองเห็นลู่ทางช่องว่างในตลาด รวมถึงรู้ว่าสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการคืออะไร เพื่อจะนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือสินค้า เข้าไปเติมเต็มได้ตรงจุด

สัปดาห์นี้ Business On My Way ขอพาท่านผู้อ่านไปหาโอกาสดีๆ ที่จะได้เรียนรู้เทคนิค การทำธุรกิจที่ดูแสนจะธรรมดา มีการแข่งขันในตลาดที่สูง ซึ่งเจ้าของธุรกิจกลับไม่กลัวที่จะต้องเจอปัญหาเหล่านั้น แต่กลับมองอีกมุมว่าเราสามารถนำเสนอความต่าง “พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสได้”

“คุณอ้อย” (พนิตตา สายะศิลป์) เจ้าของแบรนด์รองเท้าแฟชั่นเด็กสุดน่ารัก ผู้ก่อตั้ง บริษัท เดอะ การ์ตูน เอเจนซี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์รองเท้าสำหรับเด็กสกรีนลายการ์ตูนลิขสิทธิ์แท้ โดยดำเนินธุรกิจมากว่า 17 ปี

คุณอ้อย เล่าว่า จุดเริ่มต้นธุรกิจเกิดจากตนเองมีลูกสาว ซึ่งก็ชอบจับลูกสาวแต่งตัวน่ารักๆ สไตล์เด็กผู้หญิง กระทั่งวันหนึ่งรู้สึกว่าตลาดรองเท้าเด็กมีตัวเลือกน้อย รวมถึงลวดลายก็จะเป็นแบบเดิม ทำให้คิดขึ้นมาเล่นๆว่า ลองพัฒนารองเท้าแบบที่อยากให้ลูกใส่มาขายดูคงดี

“หากย้อนไปประมาณ 17 ปีที่แล้ว ตลาดรองเท้าเด็กยังมีสัดส่วนในตลาดที่น้อยมาก ซึ่งก็มองว่าเป็นโอกาสดีหากเราทำออกมาจำหน่าย ซึ่งก็ไม่รอช้าเริ่มหาข้อมูล แหล่งผลิตภัณฑ์ ตัวผลิตภัณฑ์ ว่าจะสามารถหาซื้อได้ที่ไหน จากนั้นไม่นาน ก็เจอโรงงานที่รับจ้างผลิต (OEM) ก็เข้า ไปเจรจาพูดคุยว่าจ้าง ซึ่งเงินก้อนแรกที่ลงทุนประมาณ 100,000 บาท”

หลังจากที่ผลิตภัณฑ์ออกมาวางจำหน่ายได้ระยะหนึ่ง ปรากฏว่ามีการตอบรับที่ดี มียอดขายต่อเนื่อง มีการมาติดต่อขอซื้อแบบขายส่ง ซึ่งตอนนั้นก็ตัดสินใจเปิดหน้าร้านที่โบ๊เบ๊ ทาวเวอร์ เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้า โดยในช่วง 2 ปีแรกที่ทำธุรกิจลายการ์ตูนที่สกรีนลงบนรองเท้า จะเป็นการ์ตูนแบบง่ายๆน่ารัก ที่ร่วมคิดพัฒนากับทางโรงงาน

คุณอ้อย เล่าต่อว่า โดยความที่อยากให้ธุรกิจเติบโต ต่อเนื่อง เธอจึงแสวงหาแนวทางใหม่มาเสริมลูกเล่นให้ผลิตภัณฑ์ กระทั่งไปปิ๊งไอเดีย อยากที่จะนำการ์ตูนดังขวัญใจเด็กๆ ระดับโลก มาเป็นลายบนรองเท้าของตนเอง ซึ่งในเวลานั้นแบรนด์รองเท้าสัญชาติไทยหลายเจ้ายังไม่มีใครทำ

“หลังจบจากความคิดนั้นก็ไม่รอช้า ก็รีบหาช่องทางเพื่อจะขอติดต่อซื้อลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง ซึ่งการ์ตูนที่โด่งดังเป็นที่รู้จักเวลานั้นก็หนีไม่พ้นค่ายยักษ์ใหญ่ เดอะวอลท์ดิสนีย์ ตอนนั้นยอมรับว่าเป็นอะไรที่ยากมาก เพราะเราเป็นเพียงบริษัทเล็กๆ ซึ่งก็ทำประวัติบริษัทไปนำเสนอ ผลปรากฏว่าดีลสำเร็จ ซึ่งถือว่าบริษัทเป็นรายแรกของเมืองไทยที่เจรจาขอลิขสิทธิ์มาผลิตรองเท้า”

สำหรับลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์การ์ตูนตัวแรกที่นำมาคือ MICKEY MOUSE & Friends ซึ่งก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จากนั้นก็เจรจาขอซื้อเพิ่มซึ่งปัจจุบันก็มี Disney FROZEN, Disney Cuties และเร็วๆนี้กับลิขสิทธิ์ HOTWHEELS เอาใจ เด็กสายแมนๆ โดยลิขสิทธิ์จะมีอายุดีล 2 ปี ซึ่งจากนั้นก็จะต้องต่อสัญญา

คุณอ้อย เล่าว่า ในส่วนของแบบรองเท้าก็มีให้เลือกกว่า 100 แบบ ซึ่งความต่างของเราคือจะนำเสนอแบบ รองเท้าใหม่ออกมาต่อเนื่อง หลากหลายสไตล์ โดยผลิตภัณฑ์หลักๆจะเป็นกลุ่มอายุเด็กเล็ก-12 ปี

และเมื่อถามถึงภาวะการแข่งขันของตลาดนี้ คุณอ้อย เล่าว่า เป็นตลาดที่แข่งขัน สูง ซึ่งที่ผ่านมาก็มีผลิตภัณฑ์จากประเทศจีนเข้ามาตีตลาด ซึ่งก็จะแข่งกันไร้ทุบราคา และส่วนใหญ่ก็จะเป็นผลิตภัณฑ์ก๊อบปี้ โดยในระยะหลังมีหลายประเทศหันมาเอาจริงเอาจังกับการละเมิดลิขสิทธิ์รวมถึงประเทศไทย ทำให้เป็นโอกาสดีที่ผลิตภัณฑ์ที่มีลิขสิทธิ์ถูกต้องสามารถกลับมาแข่งขันได้ในตลาด

ในส่วนของแผนการตลาด ก็มีการจัดจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่าย รวมถึงนำช่องทางออนไลน์มาเจาะตลาดด้วย อย่างเพจ เฟซบุ๊ก : CartoonAgency.co.th และเปิดหน้าร้านที่ตลาดสำเพ็ง 2 ไว้สำหรับค่าส่ง ซึ่งในตอนนี้ก็มีแผนขยายตลาดโดยการหาตัวแทนขายสินค้ารายใหญ่ (ยี่ปั๊ว) 1 จังหวัด 1 ร้าน เพื่อกระจายผลิตภัณฑ์ให้ร้านเล็กๆ ภายในจังหวัดนั้น ซึ่งก็จะมีส่วนช่วยให้ผลิตภัณฑ์เข้าถึงลูกค้าง่ายขึ้น

ท้ายสุดคุณอ้อย เล่าว่า นอกจากจะเน้นลุยหนักตลาดในประเทศ เร็วๆนี้ก็จะเจรจานำผลิตภัณฑ์ไปจำหน่ายในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมา อีกด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้