วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บุกร้านทองกวาดสร้อยหนัก 28 บาท ‘โจร’ อีกรายลัก 2.5 แสน!

บุกร้านทองกวาดสร้อยหนัก 28 บาท ‘โจร’ อีกรายลัก 2.5 แสน!

  • Share:

โจรบุกเดี่ยว สวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า ใช้ปืนปลอมจี้ร้านทองหน้าตลาดโรงเกลือ กวาดสร้อยคอทองคำหนัก 28 บาท หลบหนีลอยนวล ในเบื้องต้น จนท.พบปืนปลอมถูกทิ้งห่างจากร้าน 10 เมตรกับหมวกแก๊ปสีดำที่วิน จยย.เก็บไว้ได้ คาดเป็นของคนร้าย ขณะที่ ผบก.ภ.จ.สระแก้ว ประสานทหารกองกำลังบูรพาตั้งด่านสกัดเข้มตามแนวชายแดนป้องกันหลบหนีเข้าเขมร อีกรายตีนแมวงัดบ้านช่างทำทองย่านสำเหร่ กทม. ได้กำไลทองฝังเพชรและทองคำแท่งหนัก 10 บาท ตำรวจเชื่อเกลือเป็นหนอน เพราะรู้ความเคลื่อนไหวเจ้าของบ้าน อย่างดี ทั้งที่ทำตัวปกปิดไม่ให้มีใครรู้เป็นช่างทำทอง

โจรสวมหมวกไหมพรมปิดคลุมใบหน้าใช้ปืนปลอมบุกเดี่ยวจี้ร้านทองหนีลอยนวลรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 1 พ.ย. พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผกก. (สส.) สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว รับแจ้งว่า มีคนร้ายบุกเดี่ยวใช้ปืนจี้ชิงทองในร้านขายทอง อยู่ฝั่งตรงข้ามทางเข้าด่าน ตม.อรัญประเทศ หน้าด่านพรมแดนคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.เสกสรร วัฒนพงษ์ ผกก.สภ.คลองลึก นำกำลังรุดไปที่เกิดเหตุ ที่ร้านทอง “ห้าง เพชรทอง โกลด์เด้น ไนน์ตี้ไนน์” ตั้งอยู่ในอาคารพาณิชย์ชั้นเดียว เลขที่ 577 บริเวณทางเข้าตลาดโรงเกลือ พบพนักงานสาวในร้าน 3 คน ยืนหน้าตาตื่นเล่าให้ฟังว่า มีชายไม่ทราบสัญชาติ อายุ 30 ปีเศษ นุ่งกางเกงขายาวสีดำ สวมเสื้อคลุมแขนยาวสีดำ ใส่หมวกไหมพรมปิดคลุมใบหน้าและใส่หมวกแก๊ปสีดำทับ เดินเข้ามาในร้านแล้วชักปืนพกสั้นสีดำขึ้นมาข่มขู่ คนร้ายได้เปิดประตูกั้นด้านข้างเข้าไปใช้มือกวาดทองรูปพรรณ ซึ่งเป็นสร้อยคอทองคำน้ำหนักรวม 28 บาท จากนั้นวิ่งหนีเข้าไปทางตลาดโรงเกลือ

เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบคนร้ายเป็นชายไม่ทราบสัญชาติ อายุ 30 ปีเศษ สูงประมาณ 170 ซม. อาศัยจังหวะที่ลูกค้าเปิดประตูเดินออกจากร้าน เดินสวนเข้ามาแล้วชักปืนสีดำขึ้นมาขู่พนักงานในร้าน ลงมือกวาดทองรูปพรรณ ได้สร้อยคอทองคำ 6 เส้น มีสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท 4 เส้น สร้อยคอทองคำหนัก 4 บาท อีก 2 เส้น รวมน้ำหนัก 28 บาท เจ้าหน้าที่พบปืนปลอมคาดว่าเป็นของคนร้ายถูกทิ้งอยู่บริเวณทางเข้าตลาดโรงเกลือ ห่างจากร้านทองประมาณ 10 เมตร

ต่อมา พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ ผบก.ภ.จ.สระแก้ว พร้อมตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.สระแก้ว ได้มาเก็บรอยนิ้วมือแฝงของคนร้าย พร้อมกับส่งชุดสืบสวน สภ.คลองลึก ออกติดตามคนร้าย ซึ่งวิ่งอ้อมไปทางหลังร้าน เข้าไปบริเวณด้านข้างห้างสรรพสินค้าสตาร์พลาซ่า หน้าด่านพรมแดนคลองลึก ซึ่งวินรถ จยย.รับจ้าง เก็บหมวกแก๊ปสีดำไว้ได้ คาดว่าเป็นของคนร้ายถูกทิ้งอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน จากนั้น พล.ต.ต. สุรจิตสั่งการให้ตำรวจทุกท้องที่ ประสานกับทหารกองกำลังบูรพา สกัดเข้มตามแนวชายแดนป้องกันคนร้ายหลบหนีออกไปฝั่งเขมร

อีกราย ตอนบ่ายวันเดียวกัน พ.ต.ท.นิโรธ ประทุมแก้ว รอง ผกก. (สอบสวน) สน.สำเหร่ รับแจ้งมีเหตุลักทรัพย์ภายในอาคารเลขที่ 676 ซอยตากสิน 25 แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กทม. จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.สายชล ปัญจชัย รอง ผกก.สส. และตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ไปที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 1 คูหา 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นที่ทำงานของช่างทำทองคำ ส่วนชั้นบนเป็นห้องพักอาศัย ตรวจสอบในเบื้องต้นพบลิ้นชักโต๊ะทำงานชั้นล่างถูกเปิดออก มีทรัพย์สินที่หายไป ประกอบด้วย กำไลทองคำฝังเพชร 3 วง และทองคำแท่งน้ำหนักประมาณ 10 บาท รวมมูลค่ากว่า 250,000 บาท สูญหายไป

สอบสวนนายนิรันดร์ ขวัญอยู่ อายุ 31 ปี ชาว จ.นครนายก ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เป็นช่างทำ เครื่องประดับทองคำ ส่งให้ร้านขายเครื่องเพชร โดยไปรับทองคำแท่ง เครื่องเพชร และเครื่องประดับจากผู้ว่าจ้างย่านวังบูรพา ก่อนนำทองคำและอัญมณีมาทำเครื่องประดับที่อาคารหลังนี้ โดยก่อนเกิดเหตุตนและภรรยา รวมถึงลูก 4 คน ได้เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านภรรยา ที่ จ.ยโสธร ตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา คาดว่าคนร้ายน่าจะอาศัยช่วงที่ไม่อยู่หลายวันปีนเข้าทางหน้าต่างห้องนอนชั้น 2 เข้ามาขโมยทรัพย์สินดังกล่าว เพราะลืมคล้องแม่กุญแจล็อกเหล็กดัดไว้

ด้าน พ.ต.ท.สายชลเปิดเผยว่า จากการสอบสวน นายนิรันดร์ ผู้เสียหายทราบว่าตามปกติแล้วจะไม่มีใครรู้ว่าเป็นช่างทำทองคำ เนื่องจากจะปิดประตูบ้านตลอดเวลา แม้กระทั่งช่วงที่ทำงานอยู่ก็ตาม เพื่อป้องกันทรัพย์สินทองคำ และอัญมณีมีค่าต่างๆที่รับมาขึ้นรูปและตกแต่งเป็นสร้อย แหวน กำไล ซึ่งอาจจะล่อตาล่อใจพวกมิจฉาชีพได้ “เชื่อว่าคนร้ายน่าจะรู้ความเคลื่อนไหวของคนในบ้าน และรู้ว่าเดินทางไปต่างจังหวัดหลายวัน หลังจากนี้จะสอบถามผู้เสียหายให้แน่ชัด พร้อมกับตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกที่เกิดเหตุ และให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเก็บลายนิ้วมือแฝงไว้ เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป” พ.ต.ท.สายชลกล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้