วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บุกจับ-ผับหลังเขา ‘ยาเสพติด’ เกลื่อน พบฉี่ม่วงเป็นร้อย 5 เสือโดนเด้งทันที

บุกจับ-ผับหลังเขา ‘ยาเสพติด’ เกลื่อน พบฉี่ม่วงเป็นร้อย 5 เสือโดนเด้งทันที

  • Share:

รรท.ผบช.ภ.1 สั่งเด้ง 5 เสือโรงพักหนองแคไปช่วยราชการที่ ศปก.ภ.1 พร้อมตั้งกรรมการสอบ หลังกรมการปกครองบุกทลายผับดัง “ผับหลังเขา” ของลูกชายนักการเมืองท้องถิ่น พบนักเที่ยวหลายร้อยคน ยาเสพติดทิ้งเกลื่อนพื้น จับตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วงถึง 131 คน และยังพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี 128 คน พร้อมดำเนินคดีกับ 2 แม่ลูกเจ้าของผับ เสนอ ผวจ.สระบุรี สั่งปิดทันที “เฉลิมเกียรติ” ลั่นเชือดไม่เลี้ยง

สั่งเด้ง 5 เสือโรงพักหนองแคไปช่วยราชการศปก.ภ.1 หลังกรมการปกครองบุกทลายผับดังของลูกชายนักการเมืองท้องถิ่นรายนี้ เปิดเผยเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 1 พ.ย.พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รรท.ผบช.ภ.1 ได้ลงนามในคำสั่งย้ายตำรวจ 5 นาย สังกัด สภ.หนองแค จ.สระบุรี ประกอบด้วย พ.ต.อ.ฉัฐวัชร วงศ์วาสน์ ผกก. พ.ต.ท.สราวุฒิ ทองภู่ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.เหมราช รุ่งโรจน์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.พงษ์ปกรณ์ พิพัฒนสมพร สวป. พ.ต.ต.ธนวัฒน์ ไชยสงเมือง สว.สส. ไปช่วยราชการที่ ศปก.ภ.1 โดยขาดจากตำแหน่งเดิม หลังจาก พล.ต.ต.สมหมาย ประสิทธิ์ ผบก.ภ.จ.สระบุรี ส่งหนังสือคำสั่งย้ายเสนอให้ รรท.ผบช.ภ.1 พิจารณา กรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองบุกเข้าจับกุมสถานบันเทิงในพื้นที่และพบว่ามีการปล่อยปละละเลยให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าไปใช้บริการมั่วสุมเสพยา

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 1 พ.ย. นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผอ.ส่วนกำกับสืบสวนและปราบปราม สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ร่วมกับกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนและฝ่ายปกครองจังหวัดสระบุรี นำกำลังเข้าปิดล้อมตรวจค้นสถานบันเทิงชื่อ ผับหลังเขา (Back Mountain) ตั้งอยู่ริมถนนสุวรรณศร สายหินกอง-นครนายก ต.ห้วยทราย อ.หนองแค จ.สระบุรี เป็นของลูกชายนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่ง หลังได้รับการร้องเรียนจากบรรดาผู้ปกครองนักเรียนและชาวบ้านละแวกใกล้เคียงว่าผับดังกล่าวเปิดให้กลุ่มวัยรุ่นเข้าไปใช้บริการ และยังส่งเสียงดังสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้พักอาศัยในบริเวณใกล้เคียงไม่เป็นอันหลับอันนอน

พบเป็นผับขนาดใหญ่ มีนักท่องเที่ยวชายหญิงหลายร้อยคนเนื่องจากเป็นวันฮาโลวีนกำลังดื่มกินและเต้นยักย้ายส่ายสะโพกกันอย่างเมามันส์ตามจังหวะเสียงดนตรีที่เร้าใจ เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ต่างตกใจโยนสิ่งของบางอย่างทิ้งลงพื้นและบางคนพยายามหลบหนีออกจากผับ แต่เจ้าหน้าที่ปิดกั้นทางเข้าออกเอาไว้พร้อมสั่งให้เปิดไฟและปิดเครื่องเสียง จากการคัดแยกนักเที่ยวพบว่ามีนักเที่ยวที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าไปใช้บริการจำนวนมากถึง 128 คน แยกเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 43 คน เป็น เด็กอายุเกิน 18 ปี แต่ยังไม่ถึง 20 ปี 85 คน มีนักเที่ยว ที่ปัสสาวะเป็นสีม่วง 131 คน นอกจากนี้ ยังพบยาเสพติดและอุปกรณ์การเสพหลายชนิด ทั้งไอซ์ ยาอี ยาเคตามีน ยาไฟว์ ถูกทิ้งเกลื่อนพื้นร้าน และในห้องน้ำภายในร้าน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมดเอาไว้ประกอบด้วย ยาอีและยาเค บรรจุซองพร้อมใช้ 83 ห่อ ยาอีและยาไฟว์ อีกจำนวนหนึ่ง

ขณะตรวจค้นมีนายกฤษณะ วงศ์ด้วง อายุ 30 ปี ลูกชายนายธีรไชยเดช วงศ์ด้วง สมาชิกสภาเทศบาลตำบลหินกอง อ.หนองแค แสดงตัวเป็นผู้จัดการดูแลร้าน และจากการตรวจสอบพบว่าร้านดังกล่าว มีนางขวัญจิต แซ่หงุ่ย แม่ของนายกฤษณะ เป็นผู้มีชื่อในใบอนุญาตจำหน่ายสุรา และในใบทะเบียน พาณิชย์ จึงได้แจ้งข้อหากับนายกฤษณะและแจ้งความดำเนินคดีกับนางขวัญจิต 6 ข้อหาประกอบด้วย 1.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.จำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด 3.ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี 4.จำหน่ายสุราให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี 5.ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร 6.ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วยวิธีการที่ผิดกฎหมาย (จัดโปรโมชัน) หลังจากนี้ นายอำเภอหนองแค จะได้รายงานให้ ผวจ.สระบุรี สั่งปิดร้านมีกำหนด 5 ปี ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ต่อไป

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.กล่าวว่าได้มีคำสั่งให้นายตำรวจในพื้นที่ สภ.หนองแค เข้ามาปฏิบัติราชการที่ ศปก.ภ.1 พร้อมสั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง หากพบตำรวจท้องที่บกพร่องต่อหน้าที่ หรือมีการปล่อยปละละเลยก็ต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน พื้นที่ดังกล่าวตนเพิ่งลงพื้นที่ไปมอบนโยบายแต่กลับพบการกระทำผิด จะเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือไม่นั้น รอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน ยืนยันจะให้ความเป็นธรรม ขอย้ำว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญและดำเนินการมาตรการป้องกันและปราบปรามสกัดยาเสพติดอย่างจริงจังและเด็ดขาด แบบขุดรากถอนโคนเพื่อป้องกันไม่ให้เข้าประเทศและหากเข้ามาแล้วก็จะต้องดำเนินการจับกุมให้หมด ในส่วนภายในประเทศสั่งการให้เข้มงวดกวดขัน โดยเฉพาะสถานบันเทิง สถานบริการที่ปล่อยให้มีการใช้สารเสพติดโดยเฉพาะเด็กและเยาวชน

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) เผยว่า ขณะนี้ทาง พล.ต.ต.อำพล บัวรับพร รรท.ผบช.ภ.1 มีคำสั่งตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงแล้ว พร้อมออกคำสั่งให้ตำรวจที่เกี่ยวข้องในพื้นที่รับผิดชอบไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 1 ที่ผ่านมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับทุกพื้นที่มาตลอดเรื่องการป้องกันปราบปราม ไม่ให้มีการปล่อยปละ ละเลย อบายมุข บ่อนการพนัน สถานบริการ หรือ การค้ามนุษย์เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ หากมีหน่วยอื่นเข้าตรวจค้นจับกุม ท้องที่ต้องรับผิดชอบตามคำสั่ง ตร.ที่ 234/2558 ลงวันที่ 27 เม.ย.58 เรื่อง การพิจารณาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่บกพร่องในการป้องกันและปราบปราม อบายมุข ทั้งนี้จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าตำรวจท้องที่เกิดเหตุปล่อยปละละเลยหรือไม่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ส่วนที่ กทม. เมื่อเวลา 04.30 น. พ.ต.อ.จิรกฤต จารุนภัทร์ ผกก.ดส.บช.น. พร้อม พ.ต.อ.ภาสกร รัตนปนัดดา ผกก.สน.ลาดพร้าว สนธิกำลังตำรวจ กก.ดส.บช.น. และตำรวจ สน.ลาดพร้าว เข้าปิดล้อมตรวจค้นจับกลุ่มวัยรุ่นจัดปาร์ตี้ยาเสพติด ภายในเจแปน ทาวน์ รีสอร์ต ซอยโยธินพัฒนา 3 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. หลังรับแจ้งข้อมูลมีกลุ่มพริตตี้และนักท่องราตรีรวมตัวมั่วสุมจัดปาร์ตี้เสพยาเสพติด ในช่วงคาบเกี่ยวกับเทศกาลวันฮาโลวีน

จากการตรวจสอบรีสอร์ตดังกล่าวเป็นอาคารที่พักสูง 1 ชั้น ปลูกติดกันหลายหลัง ตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่นเปิดให้บริการเช่าพัก 24 ชม. พบกลุ่มวัยรุ่นจำนวนมาก เปิดเพลงส่งเสียงดังและมั่วสุมเสพยาอยู่ภายในห้องที่เปิดไว้ 2 ห้อง ชุดจับกุมจึงแสดงตัวเข้าตรวจค้นภายในห้องพบชาย-หญิงมั่วสุมเสพยา รวม 20 คน เป็นชาย 12 คน หญิง 8 คน มียาเค-ตามีน ชนิดเกล็ดและผง น้ำหนักรวม 13.6 กรัม และยาอีเม็ดสีชมพู 1 เม็ด ตกอยู่ในห้อง จากนั้นขยายผลตรวจค้นรถยนต์ผู้ที่มามั่วสุมครั้งนี้ พบปืนพก 3 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง จึงตรวจยึดไว้ ก่อนนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ดำเนินคดีในข้อหามีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภท 2 (ยาเคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามฐานความผิดของแต่ละบุคคล

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้