วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พ่อรอง สารภาพทำ แม่ทุม เสียใจ! ถึงวันนี้กลัวที่สุดเมียจะจากไปตลอดกาล (คลิป)

พ่อรอง สารภาพทำ แม่ทุม เสียใจ! ถึงวันนี้กลัวที่สุดเมียจะจากไปตลอดกาล (คลิป)

  • Share:

แต่งงานอยู่ด้วยกันมากว่า 51 ปี สำหรับคู่ของ พ่อรอง เค้ามูลคดี กับแม่ทุม ปทุมวดี แต่ตอนนี้แม่ทุมป่วยหนัก นอนรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมากว่า 5 ปีแล้ว และล่าสุดในรายการ คลับฟรายเดย์ โชว์ ทางช่อง GMM 25 พ่อรอง ได้มานั่งเล่าย้อนถึงวีรกรรมเมื่อสมัยครั้งเป็นหนุ่มๆ

โดยยอมรับว่า เจ้าชู้หนักมาก แต่สุดท้ายคนที่อยู่เคียงข้างจริงๆ ก็คือ เมียและลูก แม้ว่าพ่อรองจะเจ้าชู้หนักแค่ไหน แต่แม่ทุมก็ไม่เคยโวยวายใส่เลย เพราะให้เกียรติสามีตนเอง และรอว่าเมื่อไหร่สามีจะให้เกียรติภรรยาบ้าง โดยพ่อรองเล่าว่า

เมื่อก่อนเจ้าชู้มาก?
“นี่แหละผู้ชนะสิบทิศตัวจริง อาจจะเป็นเพราะความคะนองเราด้วย เรามีเงิน มีชื่อเสียง และมีความเจ้าชู้ อีกทั้งหน้าตาดีด้วย ความรักครั้งแรกตอนอายุ 17 ตอนนั้นทำงานอยู่ช่อง 4 บางขุนพรหม เค้าเป็นรักครั้งแรก เป็นนางรำ

คุณพ่อเค้ามาขอพบเรา แล้วบอกว่าให้เลิกยุ่งกับลูกผมเถอะ ไม่ใช่ว่าไม่เหมาะสมแต่อารมณ์เหมือนดูถูกเรา คุณสูงขนาดไหนทำไมมาดูถูกเรา แต่พอเราเป็นพ่อคนเรารู้เลยว่า อารมณ์เป็นยังไง กับคนนี้ถือว่าเป็นการอกหักครั้งแรกและครั้งเดียว แต่ก็แค่เสียใจ”

เคยคบเยอะที่สุดกี่คน?
“3-4 คนพร้อมกัน เรียกชื่อผิดก็มี จนกระทั่งวันดีคืนดีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็ได้ส่งคนดีเข้ามา คือ ส่งให้ผมได้รู้จักคุณปทุมวดี แต่ไม่มีอะไรนะ ก็แค่รู้จัก ตอนนั้นเค้าดังมาก

เราไม่มีอะไรเทียบเค้าได้เลย แต่เราเป็นแค่เพื่อนกัน ซึ่งแฟนของเราก็คือเพื่อนของคุณทุม คุณทุมนั้นไม่อยู่ในสายตาเลย เค้าไม่ใช่สเปก ตอนที่คบกันแฟนเรานั้น ทะเลาะกันเกือบทุกวัน

ซึ่งเราก็ไปปรึกษาคุณทุม ว่าเพื่อนเป็นอะไร ทะเลาะกันทุกวันเลย เค้าก็แนะนำให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ จนกลายเป็นที่ปรึกษาส่วนตัว พอเลิกกับแฟนคนนี้ก็ไปคบคนอื่นต่อ คือเราเจ้าชู้ไหลไปเรื่อย

วันหนึ่งก็นัดไปกินข้าวกับเพื่อนกัน โต๊ะยาวเลย แล้วไม่รู้อะไรดลใจให้เราลงไปนั่งข้างคุณทุมเค้า กินข้าวไปก็นั่งมองไปว่า ผู้หญิงคนนี้ทำไมมันเก่งจัง แก้ปัญหาทุกอย่างให้เราได้หมดเลย

ถ้าเราอยู่ด้วยกันคงดีนะ เลยขอเค้าแต่งงานตรงนั้นกลางโต๊ะอาหารเลย ไม่เคยบอกรักหรือขอเป็นแฟนเลย แต่ขอแต่งงานเลย

เค้าก็บอกว่า ให้ไปขอพ่อ เราก็ไม่รู้พูดจริงรึเปล่านะ เลยมาบอกพ่อเราว่า พ่อครับผมจะแต่งงาน พ่อก็สงสัยแล้วมาบอกทำไม เราก็บอกว่า ให้ไปขอผู้หญิงให้ผม เค้าก็ถามกลับว่า แกอายุ 21 เนี่ยนะจะแต่งงาน ไม่ไปหรอก

เจ้าชู้ก็ไม่รู้จะยังไงแล้ว ทุกวันนี้สับรางจะไม่ถูกแล้ว ถ้าไปขอแล้วไปทิ้งเค้ากลางทาง จะไม่โดนถอนหงอกเหรอ เค้าก็ไม่ไปขอให้เรา แล้วบอกให้เราไปขอเอง

ทีนี้เราก็ไปชวนเพื่อนแต่ไม่มีใครไปสักคน เพราะบ้านคุณทุมเค้าเป็นค่ายมวย พี่ชายเป็นนักมวย พอไปถึงก็บอกพ่อเค้าบอกว่ามาเที่ยว ไม่มีอะไรแต่เราตั้งใจจะไปจริงๆ

จากนั้นมาก็ไปทุกวัน จนสนิทกับทุกคนในบ้านของทุมเค้า พ่อเค้าชอบอะไรเราก็ซื้อของไปให้ อยู่อย่างนี้เป็นปี โดยไม่ได้พูดอะไรเลยนะ เพราะมันไม่มีจังหวะจะพูด แต่พอเราติดงานไม่ได้ไปสัก 2-3 วัน พ่อเค้าก็ให้ทุมโทรมาหา ถามว่าเราเป็นอะไร ไม่สบายรึเปล่า”

ระหว่างที่ไปเทียวไล้เทียวขื่อบ้านเค้า ได้เป็นแฟนกับอาทุมรึยัง?
“ยัง แต่ขอจับมือแต่งงานแล้ว ไม่คิดจะจีบด้วย ซึ่งเค้าก็รู้ว่าเรามาด้วยจุดประสงค์อะไร พอหลังจากนั้นเราว่าง เราก็ไปหาพ่อเค้าเลย พอไปถึงบ้านเค้าก็ถามว่า

เราหายไปไหนมา เราก็บอกว่า มีปัญหาเรื่องงาน พ่อเค้าก็บอกว่า มีอะไรปรึกษาได้นะ ทีนี้มันเข้าทางเลย เลยบอกว่า มีครับ จะขอลูกสาวพ่อแต่งงาน

จากนั้นพ่อเค้าหน้าเปลี่ยนเลย แล้วถามเรากลับว่า มีอะไรเป็นหลักประกันที่จะดูแลลูกผมได้ เราก็ตอบกลับว่า ไม่มี แต่ผมชอบทุม ผมต้องการแต่งงานกับทุม พ่อเค้าก็ถามกลับว่า มีสินสอดเท่าไหร่ เราก็บอกว่าไม่มี แล้วพ่อเค้าก็ถามหาหลักประกันที่จะดูแลลูกสาวเค้าได้

เราก็ได้ก้มลงไปกราบเค้าแล้วให้คำมั่นสัญญาว่า จะไม่ทิ้งทุมเด็ดขาด ผมกับทุมจะจากกันก็ต่อเมื่อ ใครคนใดคนหนึ่งขึ้นไปอยู่บนเมรุเท่านั้นเอง แล้วพ่อเค้าก็จ้องหน้า จากนั้นก็ตอบตกลง”

ในวันแต่งงานสินสอดของอารองก็ไม่มี?
“ไม่มีจริงๆ ครับ ญาติพี่น้องทุมมาเต็มเลย ส่วนญาติทางฝั่งเรามีแค่น้องเราเท่านั้นที่มา พอถึงเวลาทำพิธี พ่อทุมเค้าก็ให้เราทั้งสองเข้าไปในห้องทำพิธี แล้วเจอพานทอง 2 พานวางอยู่

แล้วเค้าให้เราเปิด เปิดมาเจอเงินเป็นหมื่น แหวนทอง และสร้อยทองวางอยู่ในนั้น หลังทำพิธีเสร็จถึงได้รู้ว่า ญาติของฝ่ายหญิงเป็นคนจัดมาให้”

ชีวิตหลังแต่งงานเป็นยังไง?
“มันก็ราบรื่นดีพอสมควรในช่วงแรกๆ แต่พอไปได้สัก 2-3 ปี มันก็เริ่มโลดโผนแล้ว ความรับผิดชอบต่างๆ มันยังไม่มีหรอก แค่ว่าต้องการผู้หญิงคนนี้มาเป็นเมีย พอได้มาแล้วก็ไม่ทะนุถนอม ไม่ทำให้เค้าเสียใจ มันไม่มีตรงนี้เลย เรายังเด็กแค่ 21 หน้าตาดี มันเห็นอะไรสวยก็แว้บไปตรงนั้นตรงนี้

พอไปยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นคนนี้ ยายทุมเค้าก็รู้เรื่อง เค้าเก่ง ฉลาด ผู้ชายมันสังเกตง่าย พอกิริยาเปลี่ยน พิรุธมันจะมาแต่ผู้หญิงเค้าจับได้ เค้าละเอียดอ่อนกว่าเรา ไม่เท่าไหร่เค้าก็จับได้

ยายทุมเค้าก็ถามว่า เธอจะเอายังไง ไปยุ่งกับผู้หญิงคนนี้ทำไม มันมีคนไปพูดว่าเธอไปยุ่ง เธอจะอยู่กับฉันมั้ย เราก็บอกไม่ไปไหนอ่ะ ฉันจะอยู่กับเธอตลอดไป

เค้าก็บอกว่า ถ้าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป เลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนี้ได้มั้ย เราก็ตอบว่า ได้ แล้วก็เลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนี้จริงๆ ไม่เท่าไหร่ก็ไปมีอีกคน แล้วมันก็ไปเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ”

อาคิดจะจริงจังกับผู้หญิงพวกนี้มั้ย?
“ไม่ แต่ถ้าคุณคิดจะแตะเมียผมนิดเดียว ผมเลิกทันที จนกระทั่งมีลูก พอมีช่วงแรกๆ ก็หยุดไปช่วงระยะ แล้วจากนั้นก็เริ่มกลับมามีใหม่เหมือนเดิม แต่ต้องบอกเลยว่า ทุกครั้งที่ไปมีผู้หญิงเนี่ย แล้วมีคนมาพูดกับทุมเค้า เค้าก็แค่ เหรอ ปล่อยเค้า แต่เค้าเก็บข้อมูลไว้แล้ว

วันหนึ่งเราไปกับผู้หญิงคนหนึ่งเค้ามาจากต่างจังหวัด เราก็หนีงานไปนั่งอยู่เรือนแพ แล้วบอกเพื่อนว่า ถ้าใครมาถามว่าไปไหนห้ามบอกว่าไปเรือนแพ ให้บอกว่าไปศรแดง หลังจากนั้น ทุมเค้าก็มาถามประมาณ 2 ทุ่ม เพื่อนคนนี้ก็บอกรายละเอียดหมดเลย

แล้วทุมเค้าก็ตามไปจนเจอ เห็นเรานั่งกอดผู้หญิง แต่ทุมเค้าก็แค่บอกว่า ไปคุยกันในรถ เราก็เดินตามไปคุยในรถ เหตุการณ์นี้ผ่านไป จนกระทั่งเราไม่มีใคร หยุดพักไปช่วงหนึ่ง

แต่เราก็มีประปราย ซึ่งทุมจับไม่ได้ แต่รายนี้ทุมจับได้ และทุกครั้งที่จับได้ เค้าไม่เคยอาละวาดเลย ก็อยู่กันแบบนี้ อยู่กันไปอยู่กันมา และเราก็เลิกไปหมดแล้ว

เราก็ถามเค้า ตอนนั้นอายุประมาณ 50 แล้ว ถามว่า สงสัยมากเลย ทุกครั้งที่แม่ไปเจอพ่ออยู่กับผู้หญิง ทำไมไม่อาละวาด ทุกคนคิดว่าจะต้องอาละวาด ต้องมีปัญหาทุบตี

ทุมเค้าก็บอกว่า ฉันให้เกียรติผัวฉัน แม่อดทนมากเลยนะ เราก็แหย่เค้าว่า จะอดทนอีกนานแค่ไหนเนี่ย เค้าก็บอกว่าอดทนต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าผัวจะให้เกียรติฉันบ้าง ทุมเป็นคนดีมากๆ เลย เค้าเป็นทุกสิ่งทุกอย่างให้กับอารองมาโดยตลอด เค้าคือกระจกเงาของเราเลย จะคอยเตือนเราตลอด”

มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ไปอยู่บ้านคนอื่น 2-3 เดือนไม่ได้กลับ?
“โอ้โห ช่วงนั้นหลง มันสวยอ่ะ ตอนนั้นยายทุมน่าจะประมาณ 35-36 ปีแล้ว ผู้หญิงคนนั้นประมาณ 27 ปี สวยกว่า สาวกว่า เราก็บอกผู้หญิงคนนี้เลยว่า ถ้าหากเรามีอะไรกันแล้วเนี่ย คุณอย่าแตะครอบครัวผมนะ ถ้าคุณแตะเราเลิกกันทันที

จนสุดท้ายมีเหตุให้เลิกกัน เราก็กลับบ้านมาขอโทษพ่อแม่ทุมเค้า แต่ทุมยังไม่กลับบ้าน เราก็อาบน้ำอาบท่านอนอยู่ ทุมเค้าก็ถามว่า เรามาทำไม เราก็บอกว่า เมา กลับไม่ไหว เค้าก็ให้เรานอน

ตื่นเช้ามาเราจะอาบน้ำไปทำงาน เปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเสื้อมาใส่ ทุมเค้าก็ตะโกนบอกให้หยุด แล้วพูดว่า ไม่ได้นะรอง นั่นเสื้อผ้าผัวฉัน เธอไม่มีสิทธิ์มาแตะต้อง คือเราก็ไม่ได้อยู่ในฐานะนั้นแล้ว

ซึ่งระหว่างที่เราออกมาอยู่ข้างนอก เราก็มีแอบถามเพื่อนบ้างนะว่า ทุมเค้าได้ถามถึงเรามั้ย เพื่อนก็บอกไม่เคยถามเลย ระหว่างนั้นเราก็มีแอบไปดูเค้าบ้าง แล้วก็รีบกลับ กล้าพูดได้เลยว่า เราขาดผู้หญิงคนนี้ไม่ได้จริง มีความรู้สึกว่าจะเสียผู้หญิงคนนี้ไปไม่ได้ ที่เราเจ้าชู้เพราะมันสนุกอ่ะ”

เคยคิดมั้ยว่า อาทุมเค้าจะบอกเลิกเรา?
“ก็มีครั้งนี้แหละ เพราะปกติที่เราไปเที่ยวกับผู้หญิงคนอื่น อย่างมากตอนเช้าก็จะกลับ แต่มาอันนี้ 2-3 เดือนเลยที่ไม่ได้กลับ ซึ่งเราก็คิดหาทางเลิกกับผู้หญิงคนนั้นนะ

แต่สุดท้ายก็เกิดปัญหาเราเลยได้บอกเลิกก่อน พอเรากลับมาถึงบ้านก็แค่เข้าไปกอดยายทุมเค้า จากนั้นก็จบ เงียบเลย เค้าไม่พูดหรือเหวี่ยงใส่อะไรทั้งสิ้น

จะบอกให้เลยว่า ทุมเค้ารักสามีที่สุด แต่สามีไม่ได้รักเค้าเลย ถ้าเรารักเค้า เราต้องให้เกียรติเค้า แต่เราไม่ให้เกียรติเค้าเลย ที่ผ่านมา ทุมเค้าร้องไห้กับเรื่องเราเยอะมาก อยู่กันมาปีนี้ปีที่ 51 ทุมไม่เคยทำให้อารองเสียใจเลย มีแต่ว่าอารองต้องการอะไร เค้าไม่เคยห่วงตัวเองเลย”

“ถึงเราจะเจ้าชู้นอกใจเค้าขนาดนี้ แต่ถึงช่วงที่เราลำบากที่สุด คือโดนยึดทรัพย์แทบไม่เหลืออะไรอยู่ในบ้านเลย แม้กระทั่งแก้วน้ำ พอเราไปเห็นสภาพนั้นเราก็กอดคอร้องไห้กันพ่อแม่ลูก ซึ่งทุมก็ไม่เคยด่าเรื่องนี้ เค้าให้กำลังใจเรามาโดยตลอด”

และถึงวันที่อาทุมเริ่มป่วย?
“มีความสุขได้ไม่นาน อาทุมเค้าก็เริ่มป่วย ซึ่งเวลาเค้าป่วยเค้าชอบซื้อยากินเอง ไม่ชอบไปหาหมอ เค้ารู้ว่ายาชนิดไหนรักษาอะไร อาการตอนนั้นเค้าบอกว่า เค้าปวดหัว เมื่อยตัว เราก้ไม่รู้ว่าเป็นอะไร สุดท้ายเค้าเริ่มเจ็บ ก็เลยไปเช็คอาการ ปรากฏว่าเป็นไทรอยด์

อยู่โรงพยาบาลประมาณ 3-4 เดือน ทุกโรงพยาบาลบอกว่าเป็นไทรอยด์ หมอก็ปักใจเชื่อว่าเป็นไทรอยด์ สุดท้ายพอกลับมาบ้านได้ 3-4 วัน ช็อก ก็ส่งโรงพยาบาลด่วน หลังจากนั้นมาก็นอนอยู่โรงพยาบาลมาประมาณ 5 ปีกว่าแล้ว ไม่ได้ออกเลย

แต่ก็วินิจฉัยไม่ได้สักที จนกระทั่งไปสแกนที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ถึงรู้ว่าเป็น ALS ระยะสุดท้าย คือกล้ามเนื้ออ่อนแรงชนิดร้ายแรง ซึ่งหมอบอกว่าคนที่เป็นโรคนี้ไม่เกิน 1 ล้านคน และทุกคนที่เป็นอยู่ได้ไม่เกิน 45 เดือน เสียชีวิตหมด แต่ทุมอยู่ได้มา 5 ปีครึ่งแล้วนะ

เค้าอยู่ได้มาถึงทุกวันนี้เพราะพลังรักจากลูก สามีให้เค้า และทุกวันที่เราไปหาเค้าเคยทำยังไง ก็ทำมาตลอดทุกวัน ไปจูบแก้ม พ่อรักแม่ที่สุด แม่จะหายแล้วนะ ทั้งๆ ที่เรารู้เต็มอกว่า อะไรมันจะเกิดขึ้น

หมอเพิ่งจะเรียก อารองกับ ยุ้ย ลูกสาว เข้าไปคุยว่า ทางการแพทย์เรียกว่าหมดทางรักษาแล้ว เราก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เค้ารู้สึกตัวนะ แต่ว่าจำอะไรได้ไม่ได้ กล้ามเนื้อมันถูกทำลายหมดแล้ว

วันที่หมอบอกให้ทำใจ เราเกือบยืนไม่อยู่ ในชีวิตโชคดีกับโชคร้ายมันจะมาพร้อมกัน มันจะมาแยกกันไม่ได้เหรอ ผมโชคดีที่ได้เมียที่ดีที่สุด เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเรา แต่โชคร้ายที่ใกล้เวลาจะกลับไปเต็มทน”

ถ้าวันหนึ่งสิ่งที่กำลังกลัวมันเกิดขึ้นจริงๆ ให้กำลังใจตัวเองและครอบครัวยังไงบ้าง?
“ตอนนี้เราต้องบอกว่า สิ่งที่อารองกลัวที่สุดในชีวิต อารองกลัวว่าจะเสียอาทุมไป กลัวจริงๆ ในชีวิตไม่เคยกลัวอะไรเท่านี้เลย แต่ว่าเราต้องเข้มแข็ง ถ้าพ่อเป๋ ลูกจะเป๋ไปหมด ถามว่าทำใจได้มั้ย ตอนนี้มันทำได้ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริงก็คงทำไม่ได้หรอก”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้