วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปริศนา 13 นาทีดิ่งทะเล โศกนาฏกรรมไลอ้อนแอร์ สงสัยที่มาตรวัดความเร็ว

ปริศนา 13 นาทีดิ่งทะเล โศกนาฏกรรมไลอ้อนแอร์ สงสัยที่มาตรวัดความเร็ว

  • Share:

คำถามตัวโตๆ เรื่องความปลอดภัย ผุดขึ้นทันที หลังเกิดอุบัติเหตุกับเครื่องบินโดยสาร (อีกแล้ว)

ยังจริงอยู่หรือไม่...ที่การเดินทางด้วยเครื่องบิน คือการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุดในโลก...?

โดยความสูญเสียครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นกับ เครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 737 Max8 ของสายการบินไลอ้อนแอร์ ประเทศอินโดนีเซีย เที่ยวบิน JT610 จาการ์ตา-ปังกัล ปีนัง ซึ่งประสบอุบัติเหตุตกในทะเลนอกชายฝั่งเกาะสุมาตรา หลังทะยานขึ้นจากสนามบินจาการ์ตาในวันที่ 29 ต.ค. 2561 เพียง 13 นาที!

มันเกิดอะไรขึ้น ภายในเวลาเพียง 13 นาที ก่อนที่จะเกิดหายนะภัยทางอากาศครั้งใหญ่ ซึ่งดูดกลืนชีวิตผู้โดยสารและลูกเรือไปถึง 189 ชีวิตกันแน่...?

โดยปริศนาสำคัญที่ยังไร้คำตอบ ณ เวลานี้ คือ

1.อะไรคือ “ความผิดปกติ” ที่กัปตันเครื่องบินพบ หลังนำเครื่องทะยานขึ้นฟ้าได้เพียงไม่กี่นาที และได้แจ้งไปยังศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศ เพื่อขอนำเครื่องกลับมาลงจอดที่ สนามบินจาการ์ตาอีกครั้ง

2.อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินซึ่งกำลังไต่เพดานบินขึ้นไปอย่างปกติที่ระดับความสูง 4,000 ฟิต จู่ๆ ก็เกิดร่วงตกลงมา 726 ฟุต ภายในระยะเวลาเพียง 21 วินาที

ทั้งๆ ที่เครื่องบินลำที่ประสบอุบัติเหตุนี้ เป็นเครื่องบินใหม่ที่เพิ่งออกให้บริการได้เพียง 2 เดือน และมีชั่วโมงการบินเพียง 800 ชั่วโมงเท่านั้น!

ในขณะที่ทั้งกัปตันและนักบินผู้ช่วย มีประสบการณ์ชั่วโมงการบินรวมกันมากถึง 11,000 ชั่วโมง

ฟังแบบนี้แล้ว มันควรจะปลอดภัยในระดับหนึ่งใช่หรือไม่ แต่เหตุไฉน มันจึงยังเกิดเหตุสลดขึ้นได้...

ด้วยเหตุนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ จึงได้ไปขอความเห็นจากกัปตันเครื่องบินโดยสารผู้มากประสบการณ์ลำดับต้นๆ ของเมืองไทย มาร่วมกันสังเคราะห์หาคำตอบว่า

ช่วงระยะเวลา 13 นาทีมรณะนี้ มันเกิดอะไรขึ้นบนเครื่อง JT610 กันแน่...?

อย่างไรก็ดี นักบินพาณิชย์ผู้มากประสบการณ์ท่านนี้ ขอไม่เปิดเผยชื่อในระหว่างการสนทนา เพื่อค้นหาคำตอบของหายนะภัยทางอากาศในครั้งนี้

“ก่อนจะคุยกัน อยากให้คิดภาพตามง่ายๆ เพื่อทดเอาไว้ในใจก่อน เวลาเราขับรถยนต์ขึ้นเนิน ช่วงระยะเวลาที่รถขึ้นเนินเป็นยังไง...ความเร็วรถมันก็จะลดลงใช่ไหม....พอความเร็วลดลง คนขับรถต้องทำยังไง...คนขับก็ต้องเร่งความเร็วรถขึ้น เพื่อรักษาความเร็วเอาไว้ใช่ไหม.... เพราะหากไม่เร่งความเร็ว รถมันก็จะร่วงลงมาจากเนิน ถูกไหม...?

หรืออีกตัวอย่าง น้องเคยปาก้อนหินไหม...?

เวลาเราปาก้อนหินขึ้นไป หากมีความเร็วไปข้างหน้า ก้อนหินมันจะไม่ตก แต่พอความเร็วมัน ไม่มี เป็นยังไง หินมันก็ตก ถูกไหม...?

ซึ่งมันก็จะไม่ต่างอะไรกับเครื่องบิน เวลาจะ Take off นั่นแหละ!” แหล่งข่าวของเราท่านนี้ พยายามอธิบายด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันเสียก่อน

เพราะฉะนั้นจึงมีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งที่นักบินทุกคนจะต้องรู้ค่าความเร็วของเครื่องบินที่ถูกต้อง เพราะมิเช่นนั้นจะส่งผลให้เกิดปัญหาทำการบินผิดพลาดได้ พอมองภาพออกแล้วใช่ไหม...?

เอาล่ะ! หากพอนึกภาพออกแล้ว ประเด็นนี้แหละ มันจึงน่าจะไปสอดคล้องกับเงื่อนงำสำคัญที่มีการค้นพบและน่าจะเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุในครั้งนี้ ก็คือ ก่อนเที่ยวบินนี้ กัปตันได้ลงบันทึกเอาไว้ที่สมุดปูมการบินแล้วว่า เครื่องวัดประกอบการบิน หรือพูดง่ายๆ คือ เครื่องมาตรวัดความเร็วของเครื่องบินลำนี้ อ่านค่าผิดพลาด!

มันจึงมีความเป็นไปได้สูงที่เครื่องวัดประกอบการบินของเครื่องบินลำนี้ แทนที่ในช่วงจะ Take off และกำลังไต่หาระดับเพดานบินนั้น ในความเป็นจริงค่าความเร็วของเครื่องบิน มันควรจะลดลง แต่เจ้าเครื่องนี้มันอาจจะแสดงผลว่า เครื่องบินกำลังบิน ด้วยความเร็วที่มากเกินไปก็เป็นได้!

ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง นั่นก็แปลว่านักบินอาจจะผ่อนคันเร่งลง ทั้งๆ ที่ความเร็วของเครื่องยังไม่มากพอ ซึ่งนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องตกได้ สนทนากันมาถึงตรงนี้ แหล่งข่าวของเราเริ่มมีสีหน้าหนักใจมากขึ้นเรื่อยๆ

หากถามว่า เมื่อมาตรวัดประกอบการบินแสดงผลว่า เครื่องบินเร็วเกินไป ทำไมนักบินต้องผ่อนคันเร่งลง ง่ายๆ เลยก็คือ หากบินด้วยความเร็วเกินระดับที่กำหนดไว้ ซึ่งแต่ละเครื่องไม่เท่ากัน อาจส่งผลต่อโครงสร้างของเครื่องบินลำนั้นๆ ได้

สมมติเครื่องถูกออกแบบไว้ว่า บินด้วยความเร็วสูงสุดไม่เกิน 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หากเราซัดไป 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คิดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นล่ะ?... ฉะนั้นนักบินทุกคนจึงต้องเชื่อใจในอุปกรณ์ชิ้นนี้

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น หากนักบินเปิดใช้ระบบ Auto-pilot ซึ่งโดยปกตินักบินมักจะเริ่มเปิดใช้มันเมื่อเครื่องบินไต่ระดับไปที่ความสูงประมาณ 1,000 ฟิตนั้น ลองคิดดูสิว่าในขณะที่ อุปกรณ์ประกอบการบินมันแสดงค่าผิดพลาด ระบบการคำนวณค่าต่างๆ ในการบินมันก็จะต้องผิดพลาดตามไปด้วยทั้งหมดถูกไหม...แล้วแบบนี้อะไรมันก็ย่อมเกิดขึ้นได้

ซึ่งหากสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้มีต้นเหตุมาจากอุปกรณ์ประกอบการบินที่ว่านี้จริงๆ มันจะไปซ้ำรอยเหตุการณ์แบบเดียวกันที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับ เครื่องบินแอร์บัส เอ 330 ของสายการบินแอร์ฟรานซ์ เที่ยวบินที่ 447 ริโอเดอจาเนโร-ปารีส ซึ่งได้ประสบอุบัติเหตุตก ขณะบินฝ่าพายุเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก จนกระทั่งทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Super cold water คือ น้ำกลายเป็นน้ำแข็งบริเวณตัวเครื่อง จนกระทั่งทำให้มาตรวัดความเร็วแสดงค่าผิดปกติ จนทำให้เครื่องตก และมีผู้สังเวยชีวิตไปมากถึง 219 ศพ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2552

คลิปจำลองเหตุการณ์เหตุเครื่องบิน สายการบินแอร์ฟรานซ์ เที่ยวบินที่ 447 ตก

โดยนอกจากกรณีเกิด Super cold water จนทำให้มาตรวัดความเร็วแสดงค่าผิดพลาด จนทำให้เครื่องบินตกมาแล้ว ในประวัติศาสตร์การบินที่ผ่านมา ยังพบอีก 1 กรณีที่คล้ายๆ กันนั่นก็คือ เจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงภาคพื้นดิน ลืมแกะเทปกาวที่แปะอยู่ที่บริเวณตัวเซนเซอร์วัดค่าความกดอากาศ หรือที่เรียกว่า Pitot ทำให้มาตรวัดความเร็วบนเครื่องบินแสดงค่าผิดพลาดจนทำให้เครื่องบินตก ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วเช่นกัน

แล้วนักบินสามารถรู้ได้หรือไม่ว่า อุปกรณ์ประกอบการบินมันกำลังทำงานผิดพลาด...? ทีมข่าวฯ ชิงถามโดยพลัน

“บางทีมันก็ไม่รู้นะ...!” นักบินผู้มากประสบการณ์ตอบด้วยน้ำเสียงกึ่งหนักใจ

คือแบบนี้ มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของนักบินแต่ละคน หากมีประสบการณ์สูง เมื่อสังเกตจากหัวเครื่องและกำลังเครื่องยนต์ ว่า หากเร่งเครื่องเท่านี้ บินด้วยท่าทางแบบนี้ ความเร็วมันควรจะเป็นเท่านี้ นักบินบางคนก็จะรู้แล้วว่ามันน่าจะมีอะไรที่ผิดปกติ

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ นะ เช่น ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ เมื่อเขาเร่งเครื่องรถยนต์ด้วยความเร็ว 2,000 รอบต่อนาที เขาอาจไม่ต้องเหลือบไปมองความเร็วของรถยนต์ก็ได้ว่ามันวิ่งอยู่ด้วยความเร็วเท่าไหร่

นั่นเป็นเพราะเขาอาจจะจำมันได้แล้วว่า เมื่อเร่งเครื่องเท่านี้ ความเร็วรถยนต์มันควรจะอยู่ที่เท่าไหร่...?

ซึ่งโดยปกติหากนักบินเริ่มจับความผิดปกติในลักษณะแบบนี้ได้ เขาจะรีบใช้วิธี Back to Basic หรือเปลี่ยนไปบังคับด้วยมือ เพื่อควบคุมเครื่อง และขอนำเครื่องกลับสนามบินทันที เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร เพราะหากฝืนบินต่อไป มันก็ไม่ต่างอะไรกับคนตาบอด

แต่สำหรับกรณี ไลอ้อนแอร์ นี้ส่วนตัวมองว่า อีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุก็คือ มันเกิดขึ้นในขณะที่เครื่องยังไต่ระดับความสูงได้ไม่มากนัก นักบินจึงอาจจะมีเวลาสำหรับการตัดสินใจเพื่อแก้ไขสถานการณ์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

เครื่องบิน คือ พาหนะที่มีอุปกรณ์เครื่องยนต์กลไกสลับซับซ้อนมากมาย เพราะฉะนั้นหากเครื่องเกิดความผิดปกติ การหาสาเหตุว่ามันเกิดจากอะไร กลไกตัวไหน อุปกรณ์ตัวไหน กำลังทำงานบกพร่อง มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ แล้วที่สำคัญมากไปกว่านั้น ความยากในการค้นหาว่ามันเกิดจากอะไร ก็คือเวลา เพราะในช่วงเวลาวิกฤติ นักบินมักจะเหลือเวลาสำหรับการแก้ไขเพียงไม่กี่นาที หรือบางครั้งคิดเป็นเสี้ยววินาทีเท่านั้นเอง นักบินผู้คร่ำหวอดในวงการบินไทยมาช้านาน กล่าวทิ้งท้ายกับทีมข่าวฯ​.


ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้