วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฮิสตามีนกับทูน่าซาชิมิ

ฮิสตามีนกับทูน่าซาชิมิ

  • Share:

ซาชิมิ อาหารสัญชาติญี่ปุ่นที่ถูกพัฒนาจากอาหารญี่ปุ่นชื่อว่า “นามะสึ” ที่นำปลาดิบมาสับให้ละเอียด ทานคู่กับน้ำส้มสายชูที่ผสมวาซาบิ และน้ำส้มสายชูผสมขิง

ต่อมา เมื่อโชยุได้ถือกำเนิดขึ้น ชาวญี่ปุ่นก็เริ่มทานซาชิมิกับโชยุ โดยเปลี่ยนจากสับปลาดิบให้ละเอียดมาเป็นหั่นปลาดิบให้เป็นชิ้นบาง จัดวางไว้บนหัวผักกาดที่หั่นฝอย และโรยหน้าด้วยใบชิโซะ ซาชิมิส่วนใหญ่ทำจากอาหารทะเล

มากุโร่ หรือทูน่า นับเป็นอาหารทะเลอีกชนิดที่นิยมนำมาทำเป็นเมนูซาชิมิ ทว่า วันนี้ขอเตือนให้ระวัง เพราะเมนูซาชิมิทูน่าที่อร่อยลิ้นนั้นอาจมีอันตรายแอบแฝงอยู่ด้วยได้

อันตรายที่ว่า คือ สารฮิสตามีน การเก็บรักษาปลาทูน่าดิบที่อุณหภูมิสูง หรืออุณหภูมิห้องเป็นระยะเวลานานๆ จะทำให้เนื้อปลาเน่าเสีย และแบคทีเรียเจริญเติบโต ซึ่งแบคทีเรียที่เจริญเติบโตนี้ มันจะไปย่อยสลายกรดอะมิโนฮิสทิดีนที่มีอยู่ในโปรตีนเนื้อปลา แล้วเปลี่ยนเป็นสาร ฮิสตามีน ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้ปนเปื้อนในเนื้อปลาทูน่าได้

ผู้บริโภคที่แพ้ เมื่อได้รับฮิสตามีนเข้าสู่ร่างกายจากการทานอาหาร จะทำให้มีอาการคล้ายกับอาการแพ้อื่นๆ ตั้งแต่ระดับไม่รุนแรงไปจนถึงรุนแรง ได้แก่ ทำให้มีอาการน้ำมูกไหล คัดจมูก ปวดหัว ท้องเสีย คัน มีผื่นขึ้นตามผิวหนัง ความดันเลือดต่ำ เห็นภาพซ้อน และอาจเกิดภาวะแพ้อย่างรุนแรงได้

วันนี้ สถาบันอาหารได้สุ่มตัวอย่างทูน่าซาชิมิจำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 3 ร้านค้าและ 2 ซุปเปอร์มาร์เกต ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล เพื่อนำมาวิเคราะห์ฮิสตามีนปนเปื้อน

ผลการวิเคราะห์ปรากฏว่า พบฮิสตามีนปนเปื้อนในทูน่าซาชิมิ 2 ตัวอย่าง

แต่ปริมาณที่พบยังไม่สูงมาก ท่านที่เป็นขาประจำทูน่าซาชิมิ ขอแนะว่าควรเลือกซื้อจากร้านที่เก็บรักษาทูน่าซาชิมิไว้ในอุณหภูมิแช่เย็นตลอดเวลาในระหว่างขาย

หากซื้อมาแล้วก็ควรทานให้หมดในครั้งเดียว ไม่ควรเก็บไว้นาน เพื่อความปลอดภัย.

ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้