วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สังหรณ์ใจ "บิ๊กตู่" นั่งนายกรัฐมนตรี 'สมคิด' เห่กล่อมซีอีโอ 400 คน

สังหรณ์ใจ "บิ๊กตู่" นั่งนายกรัฐมนตรี 'สมคิด' เห่กล่อมซีอีโอ 400 คน

  • Share:

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา Forbes Global CEO Conference ซึ่งมีผู้บริหารระดับซีอีโอจากบริษัทชั้นนำทั่วโลกกว่า 400 คนเข้าร่วมงานว่า ตั้งใจมางานนี้เพื่อบอกเล่าพัฒนาการของประเทศไทยและอนาคตที่คาดหวังไว้เพื่อหวังให้พวกท่านมาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยในรอบทศวรรษที่ผ่านมา เผชิญกับความท้าทายนานาประการทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจ จากประเทศที่ไม่ค่อยจะมีความขัดแย้งทางการเมืองเลย จู่ๆก็เริ่มมีความขัดแย้งทางสังคมและยกระดับเป็นความขัดแย้งจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในที่สุด สถานการณ์ดังกล่าวย่อมสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และความเชื่อมั่นของคนในชาติในช่วงเวลานั้น ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ขอเรียกว่าเป็น The Lost Decade หรือทศวรรษแห่งการสูญเสีย

อย่างไรก็ตาม ในทุกวิกฤตการณ์ย่อมมีโอกาสเสมอ ประเทศไทยได้ใช้เวลา 3-4 ปี สามารถนำความสงบและเสถียรภาพทางการเมืองให้กลับคืนมาและหยุดยั้งการถดถอยทางเศรษฐกิจของประเทศได้สำเร็จ และใช้ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ วางรากฐานสำคัญที่จะสร้างศักยภาพ ความเข้มแข็งในอนาคตให้ประเทศ แม้ว่าจะทำไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่มุ่งมั่น จริงจังและเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษของการเมืองไทยที่มีการมุ่งปฏิรูปประเทศเช่นนี้

“ผมจะไม่พูดว่าเศรษฐกิจของไทยฟื้นแล้วหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ว่าแต่ละคนจะคิดอย่างไร แต่บอกว่า 3 ปีที่ผ่านมา จากประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ป่วยแห่งอาเซียน จีดีพี (ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ) ขยายตัวได้ต่ำกว่า 1% ผ่านไป 3 ปี จีดีพีขึ้นมาอยู่ที่ 4.8% และเป็นประเทศหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกนี้ที่ได้รับการปรับระดับจีดีพีให้สูงขึ้นทั้งจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) และธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี)”

นายสมคิด กล่าวว่า สิ่งที่ได้พยายามดำเนินการมาแม้ว่าจะยังไม่จบแต่เชื่อว่าจะมีประโยชน์ บังเอิญว่า ระฆังกำลังจะหมดยก โดยจะมีเลือกตั้งต้นปีหน้า ที่ผ่านมามีนักลงทุนจำนวนมากถามว่าแผนงานหรือโครงการต่างๆ จะหยุด หรือสะดุดไหม ถ้ารู้จักการเมืองไทยก็มักจะคิดแบบนี้ แต่ขอให้พิจารณาดังนี้คือ สิ่งที่ทำมีส่วนไหนที่เป็นโทษกับประเทศไทยหรือไม่ เมื่อไม่มีโทษ ถ้าจะเปลี่ยนแปลงก็ต้องให้ดีขึ้น ไม่เช่นนั้นจะไม่ได้คะแนนเสียง จึงไม่ห่วงว่าใครจะยกเลิกโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพราะ อีอีซีคืออนาคต นอกจากนี้ยังมีคณะกรรมการปฏิรูปและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ หากจะเดินผิดเส้นทางต้องคุยกันยาว และที่สำคัญอย่าวิตกกังวลว่าจะสะดุด เพราะมีลางสังหรณ์ว่านายกรัฐมนตรีคนต่อไปอาจจะหน้าตาคล้ายๆคนเดิม.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้