วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แจ้งกลับพันเอก หมิ่นฯ รุกภูขี้ไก่

แจ้งกลับพันเอก หมิ่นฯ รุกภูขี้ไก่

  • Share:

กรณี พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศูนย์ปฏิบัติการที่ 4 (ศปป.4) กอ.รมน. สนธิกำลังร่วมกับฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ป่าไม้ตรวจยึดไม้สักในโครงการสวนน้ำที่ตัดโดยผิดกฎหมายบริเวณภูขี้ไก่ เขตรอยต่อระหว่าง อ.หล่มเก่า กับ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ บนพื้นที่ 1,800 ไร่ และพบมีการขยายถนนกว้าง 20 เมตร จากเดิม 3 เมตร รวมทั้งบุกรุกที่ดินของชาวบ้านอย่างน้อย 3 รายนั้น

ต่อมาเวลา 15.00 น. วันที่ 31 ต.ค. นายอนัตต์ณังธะโคตร ญาณ์ธนโชติ หรืออาจารย์ชา อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 298 หมู่ 3 ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เจ้าของโครงการสวนน้ำเข้าแจ้ง ร.ต.อ.พิทักษ์ ดีแซง พนักงานสอบสวน สภ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ว่า ขอให้ดำเนินคดีกับ พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน.ที่ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าตรวจยึดไม้สักฐานทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

นายอนัตต์ณังธะโคตร หรืออาจารย์ชา กล่าวว่า สาเหตุที่แจ้งความเพราะถูกทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและทำให้เดือดร้อนไปถึงข้าราชการผู้ใหญ่บางรายที่ร่วมส่งเสริมโครงการเกษตรปลอดสารพิษเพราะ พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ และเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าตรวจยึดไม้สักจากข้างถนนที่ทีมช่างทำถนนได้ตัดวางไว้ข้างทางและจะดำเนินคดีตนข้อหาตัดไม้สักซึ่งได้ชี้แจงไปแล้วว่าการตัดถนนนั้นเริ่มต้นจากที่ อบต.หล่มเก่าได้มาแจ้งว่าชาวบ้านมีความต้องการให้ขยายถนนที่มีระยะทางยาวกว่า 4 กม. แต่ อบต.หล่มเก่า ไม่มีงบประมาณในการก่อสร้าง ตนเลยรับเป็นผู้ดำเนินการทั้งค่าใช้จ่ายเครื่องจักรและคนงาน นอกจากนี้ ชาวบ้าน 31 ราย ได้ลงชื่อยินยอมให้ดำเนินการขยายถนนและยังนำเอกสารทั้งหมดมายื่นให้กับเจ้าหน้าที่ในวันนี้ไว้เป็นหลักฐานด้วย โดยรองนายก อบต.หล่มเก่าเป็นผู้อนุญาตให้ดำเนินการขยายถนนเอง

นายอนัตต์ณังธะโคตรกล่าวต่อว่า กรณีนี้มีความเข้าใจว่าการตัดไม้สักในป่าต้องขออนุญาตแต่การตัดไม้สักที่ปลูกเองในพื้นที่ชาวบ้านนั้น เจ้าของไม้สักควรแจ้งเองและข้อสำคัญไม้สักที่ตัดนั้นอยู่ที่เดิมในที่ดินของชาวบ้าน ไม่ได้เคลื่อนย้ายนำออกไปไหน แต่ตนกลับถูกกล่าวหา “ผมไม่เข้าใจว่าทำไม พ.อ. พงษ์เพชรถึงไปให้ข่าวว่าผมไปรุกที่ป่าไม้ที่ภูขี้ไก่ 1,800 ไร่ ทั้งที่ไม่เป็นความจริง เพราะที่ดินภูขี้ไก่แปลงดังกล่าวนั้นอยู่ติดกับแม่น้ำ ส่วนที่ดินแปลง 2,200 ไร่ ของนายปณิธาน ชวาลสันตติ อายุ 66 ปี หรือเสี่ยเหลืองนั้นอยู่ในพื้นที่หมู่ 5 และหมู่ 13 ต.หล่มเก่า มีโฉนดถูกต้องและที่ดินของเสี่ยเหลืองซื้อมาจากชาวบ้านและมอบให้ผมทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว” นายอนัตต์ณังธะโคตรกล่าว

ส่วนกรณีสวนน้ำคือความผิดพลาดที่ให้ข่าวไป ทั้งข้อเท็จจริงเป็นการทำการเกษตรอินทรีย์เป็นการสอนชาวบ้านทำตามพระราชดำรัสแต่ข่าวที่ออกไปว่าเปิดสวนน้ำในบริเวณที่ป่า ก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้ตรวจสอบแล้วแต่ไม่ใช่ที่ดินแปลงนี้ การแจ้งความครั้งนี้เพราะต้องการให้สังคมได้รู้ข้อเท็จจริงและไม่ชอบการดูถูกข้าราชการด้วยกันที่กล่าวหาว่ารู้เห็นในการบุกรุกทำลายป่า หากผิดยินดียอมรับผิด

ด้าน ร.ต.อ.พิทักษ์กล่าวว่า ผู้เสียหายยืนยันให้ดำเนินคดีกับ พ.อ.พงษ์เพชร ในข้อหามาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพราะกระทำในนามของ ผอ.ศปป.4 และข้อหาหมิ่นประมาทและ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ซึ่งตามระเบียบการที่ข้าราชการถูกแจ้งข้อหา 157 นั้นจะต้องส่งให้ ป.ป.ช.พิจารณาภายใน 30 วัน ส่วนกรณีนี้คาดว่าไม่น่าเกินสัปดาห์หน้าคงจะสรุปสำนวนส่ง ป.ป.ช.เพื่อพิจารณาได้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้