วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สิบล้อชนยับ รถยนต์12คัน ไฟท่วมถนน บาดเจ็บ3คน

สิบล้อชนยับ รถยนต์12คัน ไฟท่วมถนน บาดเจ็บ3คน

  • Share:

รถ 10 ล้อบรรทุกหินเต็มคัน ชนวินาศ 12 คันรวด บริเวณทางลงสะพานลอยถนนรามคำแหงขาออก ช่วงตรงข้าม รพ.รามคำ-แหง ทำให้รถไฟไหม้กลายเป็นเศษเหล็ก 4 คัน มีผู้บาดเจ็บ 3 คน คนขับอ้างถูก จยย.ปาดหน้า ประกอบกับเป็นทางลงสะพาน เลยเบรกไม่อยู่ชนรถข้างหน้าเสียหายยับ ผกก.สน.หัวหมาก ระบุชัด รถบรรทุกห้ามขึ้นสะพาน แต่นอกจากรถบรรทุกคันก่อเหตุแล้ว ยังมีรถพ่วงอีกคันอุตริขึ้นไปอยู่บนสะพานด้วย

รถบรรทุกหินเบรกไม่อยู่ ชนรถคันหน้ากว่าสิบคันรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 30 ต.ค. ร.ต.ท.หญิงศศิพันธ์ คงเอียด รอง สว. (สอบสวน) สน.หัวหมาก รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนกันหลายคันและเกิดเพลิงลุกไหม้ บริเวณทางลงสะพานยกระดับรามคำแหงฝั่งขาออกมุ่งหน้าแยกลำสาลี ช่วงตรงข้ามโรงพยาบาลรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาร่วมตรวจสอบนำโดย พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ ผกก.สน.หัวหมาก เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เจ้าหน้าที่ป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพมหานคร และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุบริเวณเชิงทางลงสะพานยกระดับ ช่องทางด้านซ้ายพบเพลิงกำลังลุกไหม้รถยนต์ที่ชนท้ายกัน 4 คัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงระดมฉีดน้ำเข้าสกัดใช้เวลาประมาณ 15 นาทีเพลิงจึงสงบ ตรวจสอบมีผู้บาดเจ็บศีรษะแตกและมีบาดแผลตามร่างกาย 3 คน เป็นชาย 1 คน หญิง 2 คน นำส่งโรงพยาบาลเกษมราษฎร์รามคำแหง และโรงพยาบาลแพทย์ปัญญา ถัด จากรถที่เกิดเพลิงไหม้ขึ้นไปบนสะพาน พบรถแท็กซี่ สีเขียวเหลือง เลขทะเบียน 1 มข 381 กรุงเทพมหานคร ถูกชนทั้งด้านหน้าและหลังเสียหายทั้งคัน ถัดขึ้นไปอีก 50 เมตร พบรถบรรทุก 18 ล้อ ยี่ห้อมิตซูบิชิ ฟูโซ่ ทะเบียนส่วนหัว 71-9570 นครปฐม ส่วนพ่วง 70-5205 สุพรรณบุรี จอดอยู่ใกล้กันพบรถตู้โดยสารสาย ต.56 วิ่งระหว่างรามคำแหง-เคหะชุมชนร่มเกล้า ทะเบียน 14-7660 กรุงเทพมหานคร เสียหายบริเวณด้านซ้ายตัวรถ ถัดจากรถตู้ขึ้นไปพบรถบรรทุก 10 ล้อ อีซูซุ ทะเบียน 89-9247 นครปฐม บรรทุกหินมาเต็มคัน นอกจากนี้ ในที่เกิดเหตุยังพบรถที่ถูกชนได้รับความเสียหายอีก 5 คัน รวมทั้งสิ้น 12 คัน

สอบสวนนายสุวชัช ปรุโปร่ง อายุ 24 ปี ชาว จ.ราชบุรี คนขับรถบรรทุก 10 ล้อ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนขับรถบรรทุกหินมาพร้อมรถบรรทุกอีกคันมุ่งหน้าซอยรามคำแหง 117 เมื่อถึงจุดเกิดเหตุตนขับอยู่ช่องทางซ้าย มีรถจักรยานยนต์ขี่อยู่ข้างหน้าปาดไปมาเพื่อหลบหลีกการจราจรที่ติดขัด ตนพยายามหักพวงมาลัยและเหยียบเบรกแต่ไม่อยู่ ประกอบกับเป็นทางลงสะพานจึงพุ่งเข้าชนรถแท็กซี่ที่เชิงทางลงสะพานอย่างจัง ก่อนที่แท็กซี่จะพุ่งไปชนรถที่จอดอยู่ด้านหน้าทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ เมื่อเห็นเพลิงไหม้ตนจึงพยายามควบคุมรถและถอยรถกลับขึ้นมาด้านบนสะพาน ก่อนรีบวิ่งลงไปช่วยผู้ติดค้างในรถที่ประสบเหตุ

นายกิจจา จันทร์สุขเจริญจินดา อายุ 50 ปีคนขับรถตู้ ให้การว่า ตนขับรถออกจากอู่รามคำแหงมุ่งหน้าไปเคหะชุมชนร่มเกล้า มีผู้โดยสารนั่งมาเต็มคัน เมื่อถึงจุดเกิดเหตุสภาพการจราจรช่วงนั้นกำลังติดขัด รถของตนจอดติดอยู่ช่องทางด้านขวา จู่ๆมีรถบรรทุก 10 ล้อมาเบียดข้างรถด้านซ้ายอย่างแรง ทำให้รถของตนกระเด็นไปติดกับราวสะพาน ก่อนที่รถบรรทุกคันดังกล่าวพุ่งไปชนท้ายรถแท็กซี่อย่างจัง รถแท็กซี่กระเด็น ไปชนท้ายรถเก๋งคันหน้าต่อไปอีก จากนั้นเพลิงเริ่มลุกไหม้ จึงพยายามถอยรถหนีขึ้นมาบนสะพานและลำเลียงผู้โดยสารออกจากรถทันที

ส่วนนายสุเมธ รุ่งเรือง อายุ 42 ปี พนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ผู้ขับขี่รถบีเอ็มดับเบิลยูที่เกิดเหตุ ให้การว่า ตนขับรถคันดังกล่าวซึ่งเป็นของบริษัท กำลังจะกลับบ้านหลังขับรถไปส่งหัวหน้า ขณะเกิดเหตุตนขับรถขึ้นสะพานมากำลังจะลง แต่รถติดยาว หลังจากนั้นได้ยินเสียงดังโครมมาจากด้านหลัง ก่อนมีรถแท็กซี่ที่อยู่ด้านหลังมากระแทกรถของตนไปชนท้ายรถคันที่เกิดเพลิงลุกไหม้ ขณะนั้นตนยังมีสติจึงรีบวิ่งหนีออกจากรถก่อนไฟจะลามมาที่รถตน

ด้าน พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ เผยว่า เบื้องต้นคุมตัวนายสุวชัช คนขับรถบรรทุกหินไปตรวจหาสารเสพติดและแอลกอฮอล์ แต่ไม่พบ อย่างไรก็ตาม สะพานดังกล่าวไม่อนุญาตให้รถ 10 ล้อขึ้น หลังจากนี้จะเชิญผู้เสียหายจากเหตุการณ์ทั้งหมดมาให้ปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง รอผลตรวจร่างกายของผู้บาดเจ็บทั้งอีก 3 คน ก่อนสรุปสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้และดำเนินการแจ้งข้อหาแก่นายสุวชัชต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้