วันศุกร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จุดประกายฝัน สู่เป้าหมาย โอลิมปิก 2020

จุดประกายฝัน สู่เป้าหมาย โอลิมปิก 2020

  • Share:

ความสำเร็จ เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากจะให้เกิดกับตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดหรือยากเย็นแสนเข็ญแค่ไหนต่างก็พยายามไขว่คว้ามาให้ได้เพราะนั่นหมายถึงสิ่งต่างๆ นานาที่เรามุ่งหวังก็จะได้ตามมาด้วย

ดังเช่นสมาคมกีฬาที่ต่างก็มีจุดมุ่งหมายหรือเป้าหมายที่อยากจะประสบความสำเร็จในเกมใหญ่ๆ ระดับนานาชาติอย่างซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ และ โอลิมปิกเกมส์ รวมไปถึงรายการชิงแชมป์โลก เพราะเมื่อใดที่นักกีฬาของสมาคมประสบความสำเร็จนั่นหมายถึงชื่อเสียงหรือความยอมรับก็จะมีมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

มวยสากลสมัครเล่นถือเป็นอีกสมาคมที่เป็นความหวังของคนไทยมาตลอดในเกมนานาชาติ โดยเฉพาะมหกรรมใหญ่อย่างโอลิมปิกเกมส์ นับตั้งแต่ที่เราเปิดซิงเหรียญทองแรกได้สำเร็จในกีฬาโอลิมปิกเกมส์เมื่อปี 1996 ที่แอตแลนตาเกมส์จาก “เจ้าบาส” เรือเอกสมรักษ์ คำสิงห์

แม้ในริโอเกมส์ 2016 ทีมมวยเสื้อกล้ามไทยจะพลาดหวังไม่มีเหรียญทองมาคล้องคอ ซึ่งจะว่าไปแล้วคราวนั้นเรามีโอกาสจากตัวเต็ง “เจ้าสด” ฉัตร์ชัยเดชา บุตรดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะการตัดสินที่ค้านสายตาเลยทำให้นักชกไทยพลอยขวัญเสียไปด้วย แต่ก็ต้องยอมรับว่าชั่วโมงนั้นเรายังมี เพาเวอร์ในไอบาน้อยมาก ทำให้ถูกขาใหญ่คอย เตะตัดขาอยู่ตลอด



บทเรียนและความผิดหวังครั้งนั้นทำให้สมาคมมวยของ “บิ๊กบางจาก” พิชัย ชุณหวชิร เริ่มมีวิทยายุทธ์กล้าแข็งขึ้น และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย ไล่ตั้งแต่การลงทุนจ้างโค้ชฝีมือดีจากคิวบามาถึง 2 คน “มร.เซเดโญ กับฮวน ฟอนตาเนียล” มาคุมทีมมวยทั้งชายหญิงแบบแยกกัน รวมไปถึงการค้นหาช้างเผือกจากทั่วประเทศเกือบร้อยคนนำมาเพาะบ่มที่ศูนย์ใหญ่โรงเรียนกีฬาโคราช ภายใต้การคุมเข้มของ พ.อ.ธง ทวีคูณ เฮดโค้ช และ อ.เพิก พึ่งปัญญา เพื่อรอวันเติบโตเป็นขุมกำลังที่กล้าแกร่ง

จนเริ่มเห็นผลในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่แดนอิเหนา แม้เราจะพลาดจากเป้าที่วางไว้ 1 เหรียญทอง แต่ถ้ามองในภาพรวมนับว่าไม่ขี้เหร่ เพราะเด็กใหม่ที่เราส่งไปร่วมทั้งชายหญิงต่างก็มีเหรียญห้อยคอ กลับมาแทบจะทุกคน ซึ่งจะว่าไปแล้วทีมเสื้อกล้ามไทยน่าจะมีลุ้นเหรียญทองทั้งชายหญิงหากไม่ถูกตัดขาจากกรรมการทั้งในรอบรองฯ และชิงชนะเลิศ ทำให้ได้เพียงเงินกับทองแดงเท่านั้น

แต่ในห้วงเวลาเดียวกัน อีกทีมที่ไปทำศึกใหญ่เป็นเด็กเยาวชนชิงแชมป์โลกที่ฮังการี ก็กู้หน้าได้อย่างทันควันด้วยการคว้า 2 ทอง 1 เงิน 4 ทองแดง และถัดมาอีกสัปดาห์มวยหญิงซึ่งไปลุยศึกที่บัลแกเรีย ก็เก็บมาได้อีก 2 ทอง กับ 2 ทองแดง

และที่เพิ่งผ่านพ้นไปสดๆ ร้อนๆ เป็นการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ 2018 ที่แดนฟ้าขาว ที่ทีมมวยยังเติร์กคว้าโควตาไปลุยแบบเต็มอัตราทั้ง 5 รุ่นเป็นชาย 3 คน และหญิง 2 คน และก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อเด็กไทยคว้าไปได้ถึง 2 เหรียญทอง 2 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง และเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ให้กับทีมหมัดไทยถึง 2 ต่อ ประการแรกได้ไปร่วมครั้งแรก ประการที่สองมีเหรียญกลับมาครบทุกคน

จากความสำเร็จที่เกิดขึ้น ทำให้สมาคมมวย โดยเฉพาะ “บิ๊กชาย” สมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานเทคนิคและฟันเฟืองสำคัญอย่าง “สุชัย พรชัยศักดิ์-อุดม” ที่ปรึกษา เริ่มเห็นทางและโล่งใจที่เห็นผลผลิต ที่เพาะบ่มมาหลายปีเริ่มผลิดอกออกผลให้เก็บกินได้แบบไม่มีวันหมด นอกจากนี้ยังสั่งตามศูนย์ฝึกตามภูมิภาค รวมถึงเครือข่ายที่มีอยู่เริ่มเฟ้นหาช้างมาเพิ่มเพื่อหวังต่อยอดแบบอันลิมิต

เท่าที่พูดคุยกับ “สมชาย พูลสวัสดิ์” เล่าว่า ความสำเร็จของทีมมวยที่เกิดขึ้นต้องยกความดีให้กับทีมงานทุกคน โดยเฉพาะศูนย์ฝึกใหญ่ที่โคราช ที่สร้างเสริมจนทีมเยาวชนของเรากล้าแกร่งขึ้นมา แม้ที่ผ่านมาจะพบกับความผิดหวังหรือเสียงกร่นด่าจากหลายคน แต่พวกเขาก็ไม่ท้อและพยายามเร่งสร้างผลงานให้ออกมาเป็นรูปธรรมมากที่สุด และสุดท้ายก็ต้องชื่นชมในความเพียรพยายามของพวกเขา ที่ช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานให้ทีมมวยเสื้อกล้ามไทยกลับมามีสีสันขึ้นอีกครั้ง

แต่สิ่งหนึ่งประธานเทคนิคฯพอใจและรู้สึกดีคือเรื่องมาตรฐานการตัดสินของกรรมการที่แตกต่าง จากเอเชียนเกมส์อย่างเห็นได้ชัด ทั้งในเยาวชนชิงแชมป์โลก และยูธโอลิมปิกเกมส์ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะใกล้กับช่วงเดดไลน์ที่ทางไอโอซีกำหนดกับทางไอบาเรื่องความขาวสะอาดภายในที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 พ.ย. จึงส่งผลให้การตัดสินไม่มีโอนเอียง เข้าข้างฝ่ายใด ซึ่งจุดนี้เองหลายชาติก็ชื่นชมและเริ่มมีทัศนคติที่ดีต่อไอบามากขึ้น สำหรับตนนั้นยอมรับว่าพอใจมาก เพราะการตัดสินที่เป็นธรรมจะทำให้คนทำมวยไม่เฉพาะตน รวมถึงทุกชาติมีกำลังใจที่ทำมวยมาสู้กับทุกชาติ และตรงนี้ก็พิสูจน์ให้เห็นว่าหากการตัดสินเป็นธรรมไม่มีโอนเอียงโอกาสหรือความสำเร็จของนักชกไทยก็เปิดกว้างมากขึ้น

วันนี้ต้องยอมรับว่าความสำเร็จหรือแนวทางที่ทางสมาคมวางไว้ตั้งแต่ตอนแรก รวมไปถึงผลงาน ของทีมเสื้อกล้ามไทย เท่ากับเป็นการจุดประกายและสร้างความหวังให้กับสมาคมได้มีลุ้นมากขึ้น โดยเฉพาะเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ญี่ปุ่น ซึ่งทัวร์นาเมนต์นี้จะเป็นการชี้วัดอนาคตของสมาคมว่าจะอยู่หรือไป สิ่งหนึ่งที่มั่นใจคือ หากทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐาน โดยเฉพาะเรื่องของการตัดสินที่เป็นธรรม โอกาสที่ทีมหมัดไทยจะคัมแบ็กกลับมาอยู่ในเส้นทางลุ้นเหรียญทองก็มีสูงเช่นกัน เพราะถ้าเราไปถึงเป้าหมายนั้น หมายถึงการมอบความสุข ให้กับคนไทยที่คอยเป็นกำลังใจให้กับกีฬามาตลอดที่สำคัญถือเป็นการกู้ศรัทธาให้กับทีมมวยเสื้อกล้ามไทยอีกด้วย

สำหรับรางวัลหรือโบนัสของเยาวชนที่ไปสร้างความสำเร็จในยูธโอลิมปิกเกมส์นอกเหนือจากที่ทางรัฐบาลมอบให้แล้ว ทางสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานเทคนิค เป็นโต้โผใหญ่ร่วมกับนายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม รวมถึงคณะกรรมการบริหารฯ เตรียมมอบรถกระบะให้กับเหรียญทอง ส่วนเหรียญเงิน 2.5 แสนบาท และเหรียญทองแดง 1 แสนบาท นอกจากนี้ยังมอบให้กับทีมงานอีก 4 แสนไปแบ่งกัน รวมไปถึงให้โควตาเรียนในโครงการช้างเผือกที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พร้อมหาทุนการศึกษา.

พัลลภ ศรีไพรวัลย์ เรื่อง
ณรงค์วิทย์ ศรีวัฒนา ภาพ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้