วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ครูเล็ก ภัทราวดี เผยเคยป่วยโรคซึมเศร้า ดีขึ้นได้เพราะนั่งสมาธิ (คลิป)

ครูเล็ก ภัทราวดี เผยเคยป่วยโรคซึมเศร้า ดีขึ้นได้เพราะนั่งสมาธิ (คลิป)

  • Share:

ห่างหายจากละครไปนานมาก สำหรับ ครูเล็ก ภัทราวดี มีชูธน ที่เจ้าตัวกลับมารับงานละครอีกครั้งกับเรื่อง "เลือดข้นคนจาง" ที่ตอนนี้เรียกได้ว่าเนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น แฟนๆ ติดกันงอมแงมเลยทีเดียว ล่าสุด ครูเล็ก ได้มาเปิดใจถึงเรื่องราวต่างๆ ผ่านทางรายการคุยแซ่บ Show ทางช่อง ONE31 ที่มี ชมพู่ ก่อนบ่าย และ ท็อป ดารณีนุช เป็นพิธีกร

 

ชีวิตของครูเล็กตอนนี้ทำอะไรบ้าง?

ครูเล็ก : "ก็ตอนที่ครูอายุ 60 แม่บอกว่าแก่แล้วให้ทำอะไรเพื่อแผ่นดิน แล้วพอดีเราไปหัวหิน แล้วเขาจะเช่าที่เราทำโรงลิเก เราก็เลยมองดูว่าตรงนี้น่าอยู่จังเลย ก็เลยคิดอยากจะทำโรงละครให้เขาเล่นลิเก พอทำเสร็จลิเกก็วิ่งหนีไปเลย เพราะมันเวอร์วังอลังการเกินไป เขาก็ไม่กล้ามาเล่น

เราก็เลยทำเป็นโรงเรียนสอนการแสดง ทำเป็นโรงเรียนประจำ แล้วก็มีการสอนหนังสือ เป็นสามัญศึกษา ไม่ใช่โรงเรียนสอนการแสดงนะ แล้วเราก็จะสร้างเด็กๆ โดยใช้ศิลปศาสตร์ทำให้เขาอยากเรียนหนังสือ ใช้ศิลปศาสตร์ทำให้เขามองเห็นมุมต่างๆ ของการมองโลกมนุษย์ แล้วก็สอนให้เขารู้ว่าวิชาที่เขาเรียนสามารถนำเอามาใช้ในการดำรงชีวิตอย่างไร ตอนนี้ก็ผลิตไป 4-5 รุ่นแล้วค่ะ"

ก่อนที่จะมาถึงความสำเร็จด้วยวันนี้ ครูเล็กเคยคิดฆ่าตัวตายจริงไหม?
ครูเล็ก : "ถ้าตายเสียดายแย่เลย คือเป็นโรคซึมเศร้าค่ะ จริงๆ โรคนี้มันเป็นโรคที่เขาเป็นกันมาตั้งนานละ ซึมเศร้าเราไม่เคยรู้ว่ามันเกิดจากอะไร แต่ตอนนั้นที่เราเป็นเราเลยรู้ ว่ามันเกิดจากการที่เราทำแต่งาน แล้วไม่เคยโผล่หน้าไปดูหนัง หรือดูละคร หรือไปฟังเพลงอะไรเลย

พอทำแต่งานเนี่ยสิ่งที่เรามีอยู่มันถูกรีดไถออกไปหมด แบบไม่เหลืออะไร แล้วเราก็คิดอะไรไม่ออก เราก็เลยยิ่งเครียด พอเครียดมากๆ ก็กลายเป็นโรคซึมเศร้า แล้วเราก็ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งเราจะคิดอะไรไม่ออก แล้วเราก็โกรธมากที่คิดอะไรไม่ออก ก็พยายามทำงาน

แล้วเราก็ป่วยอยู่เป็นปี แล้วก็อยากจะหนีทุกข์ อยากหลับ ต้องบอกว่าคนเป็นทุกข์ก็อยากจะหนีทุกข์ แล้วก็หนีทุกข์ด้วยการกินยานอนหลับ ตอนแรกแค่เม็ดสองเม็ด ผ่านไปก็ 5 เม็ด 10 เม็ด คือกินเป็นอาหารเย็นไปเลย แต่มันก็ดีนะที่ยังไม่ตาย"

แล้วหายจากโรคซึมเศร้าได้ยังไง?
ครูเล็ก : "ยังโชคดีที่ตอนนั้นเราไปเจอเพื่อนคือ "คุณจรัญ" ซึ่งเป็นผู้จัดการของวง Impossible สมัยก่อนนี้ เขาบอกว่าเขาไปนั่งสมาธิ เขาก็แนะนำเราไป แบบใช้ธรรมะเข้าช่วย

ตอนนั้นมีความรู้สึกว่าอะไรก็ได้ที่ฉันจะหาย เพราะว่าเรามีความรู้สึกว่า การที่เราเป็นแบบนี้มันน่ารำคาญตัวเอง เวลาเราไปคุยกับใครก็จะเห็นเขาวิ่งหนีไปเลย เพื่อนๆ ก็จะหนีหมดนะ เหลือแต่แบงก์ที่มาเยี่ยมเรา เพราะเราเป็นหนี้เขาไง

ก็ไปปฏิบัติอยู่พักหนึ่ง แล้วก็กลับมาบ้านเราก็ยิ้ม คนรอบข้างก็ทัก เราก็คิดว่ามันน่าจะดีนะ หลังจากนั้นเราก็เลยไปนั่งสมาธิบ่อยๆ การนั่งสมาธิคือการปล่อยวางเหมือนลบเทป เหมือนบ้านสกปรกล้างให้สะอาด

พอเสร็จแล้วเราก็ต้องไปนั่งฟังธรรม หรืออ่านหนังสือ หรือไปคุยกับคนที่เขามีความรู้ตรงนี้ เวลาที่เราคุยกับคนที่มีสติปัญญาความรู้ มันดีจังเลยนะ มันสนุก แล้วเราก็เริ่มคิดอะไรได้ เริ่มวิเคราะห์ เริ่มเข้าใจอะไรต่างๆ เพราะฉะนั้นเวลาที่เราเป็นทุกข์ขึ้นมา เราก็ต้องมองที่ตัวทุกข์ แล้วเราจะเข้าใจมัน"

อยากรู้ว่าครูเล็กมีนิยามการใช้ชีวิตยังไง?
ครูเล็ก : "ชีวิตเราเนี่ยนะ ไปจนกว่าจะตาย เราจะต้องมีการพัฒนาตัวเองทุกวัน การพัฒนาตัวเองเนี่ยมันง่ายมากเลยก็คือการดู หรือฟัง ดูทีวี ดูหมากัดกัน (หัวเราะ) ฟังคนเขานินทากันก็ได้

แต่พอฟังแล้วดูแล้วเนี่ย จะต้องคิด วิเคราะห์ เพื่อที่จะเข้าใจจุดนั้น พอเข้าใจแล้ว ปัญญาเกิด เข้าใจสมองดีมันก็อยู่แล้วแฮปปี้เท่านั้นเอง ครูไม่เคยหยุดที่จะเรียนรู้ แต่เรียนรู้เพื่อจะเกิดปัญญา ไม่ใช่เรียนรู้เพื่อจะรับรู้ค่ะ".

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้