วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
โปรดเกล้าฯ แล้ว ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

โปรดเกล้าฯ แล้ว ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

  • Share:

‘จุติ’ ขอดูยอด ส.ส. ก่อนร่วมงานบิ๊กตู่ พปชร.ลงพื้นที่อีก

4 รมต.พลังประชารัฐวางโปรแกรม ตระเวนลงพื้นที่ทุกสัปดาห์ รับฟังความเห็นประชาชนยกร่างนโยบายพรรค จ่อเปิดตัว “หมอพลเดช ปิ่นประทีป” อดีต รมช.การพัฒนาสังคมฯร่วมทีมดูแลงานสังคม “สนธิรัตน์” ปฏิเสธดูด 3 อดีต ส.ก.ประชาธิปัตย์ร่วมทัพ “จุติ” แทงกั๊กเงื่อนไข “มาร์ค” ร่วมงาน “บิ๊กตู่” ขอรอดูยอด ส.ส.หลังเลือกตั้งค่อยตัดสินใจ เหน็บยุคนี้พลังดูดรุนแรง “วรงค์” ร่อนจดหมายถึงสมาชิกพรรค ประกาศอัปเกรด สร้างความเข้มแข็งให้ประชาธิปัตย์ โอ่เปลี่ยนแปลงประเทศไทยเป็นประเทศชั้นนำของโลกใน 20 ปี “วรชัย” โต้ “เพื่อธรรม-เพื่อชาติ” ไม่ใช่นอมินีพรรคเพื่อไทย “ชัยเกษม” บี้ คสช.เลิกยึกยัก เร่งปล่อยผีพรรคการเมืองเป็นอิสระ โปรดเกล้าฯแล้วยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ใช้เป็นกรอบบริหารประเทศปี 2561-2580

หลังจาก 4 รัฐมนตรีของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เปิดตัวลงสนามการเมืองในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ ก็เตรียมวางโปรแกรมเดินสายรับฟังความเห็นประชาชนตามพื้นที่ต่างๆ โดยในวันที่ 15 ต.ค.นี้ จะไปพบประชาชนที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม พร้อมเปิดตัว นพ.พลเดช ปิ่นประทีป อดีต รมช.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาร่วมเป็นทีมงานพรรคพลังประชารัฐ รับผิดชอบดูแลงานด้านประชาสังคม

พปชร.วางคิวเดินสายลงพื้นที่

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 13 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงการจัดกิจกรรมพบเครือข่ายประชาชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากชุมชน ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม วันที่ 15 ต.ค. ว่า นายชวน ชูจันทร์ ผู้ก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐและว่าที่กรรมการบริหารพรรค จัดในฐานะประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรตลาดน้ำคลองลัดมะยม โดยเห็นว่าพวกเราสนใจงานการเมือง เพราะประกาศตัวแล้วจึงชวนร่วมกิจกรรม วัตถุประสงค์เพื่อไปรับฟังแนวคิด เพราะอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อมของพรรค เมื่อ กกต.รับรองพรรคแล้ว จะนำไปสู่การกำหนดนโยบาย สิ่งที่ได้รับฟังจากพื้นที่ต่างๆถือเป็นประโยชน์ในการจัดทำนโยบาย ที่ต้องตอบโจทย์คนในพื้นที่ให้มากที่สุด ทั้งนี้ จะจัดกิจกรรมเช่นนี้ต่อเนื่อง หากมีเครือข่ายใดชวนพลังประชารัฐไปร่วมกิจกรรมรับฟังข้อเสนอแนะก็จะไป เบื้องต้นทราบว่าจะมีกิจกรรมเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง ส่วนจะมองเป็นการทำกิจกรรมเพื่อสร้างกระแสพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ อยู่ที่คนดูจะมอง ขณะนี้ทำได้แค่ไปรับฟัง เราไม่ปิดกั้นผู้มีประสบการณ์การทำงานด้านต่างๆรวมถึงผู้มีประสบ-การณ์ทางการเมือง เมื่อถามว่า ตระกูลสะสมทรัพย์ได้ประสานเข้าพรรคพลังประชารัฐหรือไม่ นายอุตตม กล่าวว่า “ไม่ได้คุยกับผมเลย”

“สนธิรัตน์” ปัดเอาเปรียบพรรคอื่น

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พาณิชย์ ว่าที่เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดตั้งพรรคที่อยู่ในกรอบกฎหมาย อะไรทำได้หรือไม่ได้เราก็รู้อยู่ ส่วนกิจกรรมที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยมในวันที่ 15 ต.ค.นั้น ไปในฐานะพลังประชารัฐที่สนใจเรื่องภาคประชาสังคม เมื่อถามว่า มีการวิจารณ์ว่าเอาเปรียบ พรรคการเมืองอื่นทำไม่ได้ แต่พรรคพลังประชารัฐทำได้ เพราะมีรัฐมนตรีร่วมพรรค นายสนธิรัตน์ตอบว่า เป็นเพียงการไปรับฟังภาคประชาชนเท่านั้น เมื่อถามว่า น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต ส.ส. กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าพลังประชารัฐพยายามดูด 3 อดีต ส.ก.พรรคประชาธิปัตย์ นายสนธิรัตน์ตอบว่า ไม่ทราบ ไม่เห็นมีเสนอมาที่พรรค ส่วนใหญ่เป็นกระแสข่าว ไม่มีหรอก เรื่องนักการเมืองย้ายพรรคเป็นเรื่องปกติ มีอยู่ทั่วไปไม่ใช่จุดใดจุดหนึ่ง ส่วนที่วิจารณ์พลังประชารัฐใช้วิธีเดินการเมืองรูปแบบเก่าๆนั้น อยู่ที่สื่อมวลชนและประชาชนพิจารณา การเมืองต้องเดินก้าวข้ามความขัดแย้งที่นำไปสู่วาทกรรมต่างๆ ควรเร่งนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนและประเทศ

เปิดตัว “หมอพลเดช” คุมงานสังคม

ด้านนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ว่าที่กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า กิจกรรมลงพื้นที่ของพรรคพลังประชารัฐในวันที่ 15 ต.ค. ที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยม เป็นกิจกรรมภาคประชาสังคมที่กลุ่มเกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา มาแชร์ประสบการณ์ และในวันข้างหน้าเมื่อพลังประชารัฐได้รับรองการเป็นพรรคแล้ว จะเชิญตัวแทนกลุ่มคนเหล่านี้มาร่วมร่างนโยบายพรรค โดยในวันที่ 15 ต.ค. จะเปิดตัวนพ.พลเดช ปิ่นประทีป อดีต รมช.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ร่วมทำงานกับพลังประชารัฐ เป็นแกนหลักดูงานด้านประชาสังคม และนายอำนวย กลิ่นอยู่ นายกสมาคมกีฬาคนตาบอดแห่งประเทศไทย มาช่วยดูเรื่องคนพิการ หลังจากนี้ทุกสัปดาห์จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มคนต่างๆ เป็นการทำงานจากฐานรากขึ้นไปข้างบน ที่มีกลุ่มคนจากทุกภาคของประเทศมาร่วมขับเคลื่อน

ปชป.รอดูยอด ส.ส.ก่อนตัดสินใจ

นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุเงื่อนไขการร่วมทำงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ภายหลังการเลือกตั้งว่า ยังไม่ได้หารือกันเรื่องนี้ การจะตัดสินใจอย่างไร ต้องดูตัวเลข ส.ส.หลังเลือกตั้งก่อน พรรคประชาธิปัตย์มีประเพณีดีเบตว่าจะทำอะไรต่อไป เมื่อมีตัวเลขสมการทางการเมืองจึงจะชัดเจนพูดได้ เมื่อถามว่า ที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ประกาศจุดยืนพรรคว่า ไม่ได้เป็นพรรคอะไหล่ให้ใคร จะสวนทางกันหรือไม่ นายจุติตอบว่า จุดยืนพรรคประชาธิปัตย์มีแน่นอนว่าเราอยู่ตรงไหน ไม่เช่นนั้นคงไม่อยู่มานาน 72 ปี พรรคทำอะไรจะคิดถึงประชาชนว่าได้ประโยชน์ก่อน ถ้าจะร่วมรัฐบาลแล้วประชาชนไม่ได้ประโยชน์ จะไม่ร่วมเพื่อแค่มีตำแหน่ง ส่วนการที่พรรคถูกดูด ส.ส.นั้น พลังดูดครั้งนี้รุนแรง แต่เป็นเรื่องปกติทางการเมืองมีทุกยุคสมัย นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์บอกว่า เปรียบเหมือนตะแกรงร่อนว่า ใครไปใครอยู่ เป็นการทดสอบความเป็นนักการเมืองมืออาชีพของพรรค ส่วนกรณีพรรคอนาคตใหม่เปิดรับเงินบริจาคนั้น หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่มีฐานะการเงินดีมาก คงไม่ขาดเงินบริหารพรรค แต่การให้คนนอกมาบริจาคต้องทำตามกฎหมาย อยากบอกหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ว่า เป็นคนหนุ่มเพิ่งมาใหม่ มีความขยันเก่ง แต่ขอให้มีความอดทนที่จะรอคอยด้วย

“วรงค์” ร่อน จม.ชูอัปเกรด ปชป.

วันเดียวกัน นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้สมัครแข่งขันหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “จดหมายเปิดผนึกถึงสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ฉบับที่ 1” ว่า สิ่งที่พวกเรา “กล้าเปลี่ยน เพื่อประชาชน” คือการกล้าเสนอตัวชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ มีพื้นฐานมาจากประชาชนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในพรรค ที่ไม่ควรย่ำอยู่กับที่ในแบบเดิมๆ ผลที่เกิดขึ้นในรอบสิบปีที่ผ่านมา เป็นที่รับทราบจนนำไปสู่กระแสที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงในพรรคให้กลับมาเข้มแข็งเป็นที่พึ่งประชาชน โดยมีแนวทางดังนี้ 1.เปลี่ยนแปลงภายในพรรค โดยยึดมั่นอุดมการณ์พรรค ความซื่อสัตย์สุจริต จุดยืนเพื่อประชาชน โดยปรับภาพลักษณ์ให้สัมผัสได้ ทั้งผู้นำพรรค ส.ส.ทุกระบบ สาขาพรรค ต้องเข้าถึงประชาชน ทุกระดับ เพื่อสื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นของประชาชนทุกระดับ มีการทำงานเป็นทีม เปิดกว้าง ให้ประชาชนผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามามีส่วนร่วมทำงานเป็นทีม รวมถึงมีการกระจายอำนาจสู่สาขาพรรค เปิดโอกาสสร้างความมีส่วนร่วมจากสมาชิกและประชาชน สร้างสาขาพรรคให้เข้มแข็ง เพราะเป็นรากฐานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด

ดันไทยเป็นประเทศชั้นนำใน 20 ปี

นพ.วรงค์ระบุว่า 2.เปลี่ยนการเมืองให้สร้าง สรรค์ เป็นที่พึ่งประชาชน โดยการประกาศจุดยืนทางการเมือง พรรคต้องเสนอหัวหน้าพรรคเป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียวเท่านั้น จะไม่ทะเลาะเบาะแว้งมุ่งเน้นทำงาน แก้ไขปัญหาประชาชนและประเทศ จะทะเลาะเฉพาะศัตรูของประชาชนคือ การโกงที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างประเทศ 3.จะเปลี่ยนประเทศ ไทยเป็นประเทศชั้นนำของโลกใน 20 ปี ประเทศไทยมีศักยภาพสูง ทั้งตำแหน่งที่ตั้ง ทรัพยากรธรรมชาติ มีความสมบูรณ์ หลากหลายของวัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แต่ไม่มีวิสัยทัศน์ในการนำพาประเทศ เพราะปัญหาการเมืองที่เกิดขึ้น พรรคประชาธิปัตย์มีทิศทางชัดเจนนำพาประเทศเป็นประเทศชั้นนำของโลก เหล่านี้คือแนวทางที่พรรคประชาธิปัตย์กล้าเปลี่ยน เพื่อประชาชน สร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น

“ชัยเกษม” จี้ คสช.ปลดล็อกเลิกยึกยัก

นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีข้อถกเถียงจากความไม่ชัดเจนข้อปฏิบัติพรรคการเมือง และความได้เปรียบเสียเปรียบพรรคการเมืองใหม่และเก่าว่า ความจริงแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากคำสั่ง คสช.ที่ยังปิดกั้น ยังไม่ยอมปลดล็อกให้อิสระกับพรรคการเมืองได้ทำกิจกรรม ควรฟรีแอนด์แฟร์ได้แล้ว ไม่รู้ว่าเขาคิดกันยังไง แต่ถ้ายังเป็นอยู่อย่างนี้ไม่แน่ใจว่าทำผิดหรือถูก ระวังจะเดือดร้อนเสียเอง แล้วมาโยนให้ กกต.ตัดสินใจ ทาง กกต.ก็ไม่กล้าตีความอีก ถ้าเป็นอยู่อย่างนี้จะมีปัญหาตามมาอีกมาก ทำลายบรรยากาศการเลือกตั้ง ทุกพรรคควรทำได้เหมือนกันหมด หรือไม่ก็ยุบทุกพรรคแล้วนับหนึ่งพร้อมกันหมดดีกว่า ไม่ต้องรอถึงเดือน ธ.ค.แล้วค่อยปลดล็อก ต้องปลดล็อกเลย ไม่ควรยึกยัก หรือชัดเจนไปเลยดีกว่า พรรคใหม่ทำอะไรได้บ้าง พรรคเก่าทำอะไรได้บ้าง ปล่อยแบบนี้ไม่ได้ เพราะบ้านเราศรีธนญชัยมีเยอะ

โต้เพื่อธรรม-เพื่อชาติไม่ใช่นอมินี

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการตั้งพรรคเพื่อธรรมและเพื่อชาติที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์เป็นนอมินีของพรรคเพื่อไทยว่า การตั้งพรรคเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญไม่ใช่นอมินี เมื่อแต่ละคน แต่ละพรรคมีความคิด มีนโยบายของตนเอง รวมถึงกรรมการบริหารพรรคที่มีคุณสมบัติครบตามกฎหมาย ทำตามกระบวนการประชาธิปไตย มีสิทธิทำได้ ไม่ใช่การฮั้วกัน พรรคเพื่อไทยจะส่งผู้สมัครทั่วประเทศเหมือนเดิม แต่ถ้าคนของพรรคเพื่อไทยคนใดคิดว่าที่อื่นดีกว่าก็เชิญ ใครมีจุดยืนกับพรรคเพื่อไทยก็อยู่ เพราะพรรคยืนหยัดชัดเจนเรื่องประชาธิปไตย มีนโยบายแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มีการกล่าวอ้างในทำนองว่าคนอื่นไม่ตรงไปตรงมา แสดงว่านายอภิสิทธิ์ตรงไปตรงมาอยู่คนเดียวหรือไม่ ขอให้นายอภิสิทธิ์ดูแลพรรคตนเองดีกว่า อย่าไปจี้พรรคอื่น

บี้ปล่อยผีทุกพรรคให้เท่าเทียม

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงปัญหาความไม่ชัดเจนข้อปฏิบัติของพรรคการเมืองในการทำกิจกรรมขณะนี้ว่า ปัญหาทั้งหมดเกิดจากการที่ คสช.ยังไม่ยอมปลดล็อกทางการเมือง ถ้าปลดล็อกทำให้ทุกอย่างไหลไปตามระบอบ ปัญหาจะไม่เกิด ไม่มีใครมาต่อว่าปฏิบัติสองมาตรฐาน อีกไม่กี่เดือนจะเลือกตั้งแล้ว ควรทำบรรยากาศให้เป็นประชาธิปไตยจริงๆ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าคือโหมดที่จะไปสู่การเลือกตั้งอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ไว้วางใจประชาชนได้แล้ว เมื่อพรรคการเมืองของตัวเองเวลานี้ถูกมองว่าเอาเปรียบทางการเมืองแล้วจะมาเปลืองตัวทำไม เมื่อตัวเองบอกว่าไม่ได้เกี่ยวกับพรรคโน้นพรรคนี้ ควรทำให้เสมอเหมือนกันดีกว่า อยากเห็นประเทศเดินหน้าได้ อย่าเอาคำสั่งหรือประกาศมายิ่งใหญ่เหนือกฎหมายอีกเลย

“อารีเพ็ญ” ซัด คสช.มาตรฐานลักลั่น

นายอารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ ว่าที่รองหัวหน้าพรรคประชาชาติกล่าวว่า เรื่องคำสั่ง คสช.บางครั้งต้องยอมรับอยู่เหนือ กกต. ต้องยอมรับกันว่า คสช.มีพรรคของตัวเองอยู่ ทำให้การปฏิบัติเกิดความไม่เท่าเทียมกัน หรือบางพรรคเปิดรับบริจาคท้วงติง แต่อีกพรรคทำกลับไม่ท้วงติง การใช้กฎเกณฑ์กติกาที่ไม่เท่าเทียม อย่างพรรคพลังประชารัฐคนที่ไปเป็นว่าที่หัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค ล้วนแต่เป็นรัฐมนตรี สามารถเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ อาศัยว่าตัวเองเป็นรัฐมนตรี ถือว่าลักลั่น ไม่ยุติธรรมอย่างแรง เพราะการเคลื่อนไหวในฐานะรัฐมนตรีคือการหาเสียงไปในตัว ใช้เงินของรัฐ การอำนวยความสะดวกจากทางรัฐ ถือเอาเปรียบ สองมาตรฐานทำให้อีกฝั่งขาดโอกาสทางการเมือง ไม่ต้องรอวันที่ 11 ธ.ค.ให้เสรีภาพพรรคการเมือง ปลดล็อกเลยตอนนี้ดีที่สุด พออนุโลมให้อภัยกันได้บ้าง

“เสรีพิศุทธ์” ฟุ้งกวาด ส.ส.80 เขต

อีกด้านหนึ่ง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ว่าที่หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ลงพื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานี พบปะผู้สนับสนุนพรรคกว่า 300 คน ที่หน้าร้านกาแฟไมล์คอฟฟี่ เชิงสะพานศรีสุราษฎร์ ต.บางกุ้ง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าวว่า จะจัดประชุมใหญ่พรรคและรับตำแหน่งหัวหน้าพรรคเต็มตัวในวันที่ 24 ต.ค.นี้ ขณะนี้ได้ประธานสาขาพรรคทั้ง 4 ภาคและผู้สมัครคนรุ่นใหม่ครบเกือบทั้งประเทศแล้ว ภาคใต้จะชูการแก้ปัญหาราคายางพารา ปาล์มน้ำมันที่ตกต่ำและปัญหาชาวประมง จะผลักดันให้ยางราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท ปาล์มน้ำมันกิโลกรัมละ 4 บาท โดยไม่เอาเงินภาษีมาประกันราคา เพราะราคายางตอนนี้ 3 กิโล 100 บาท ชาวบ้านอยู่ไม่ได้ ขอให้ประชาชนมั่นใจเรื่องปากท้อง จะหยุดการคอร์รัปชันที่ไม่มีใครทำได้มากกว่าตน มั่นใจว่าพรรคจะได้ ส.ส. 80 เขต ซึ่งพรรคเพื่อไทยอาจเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จุดยืนพรรคจะไม่ร่วมกับเผด็จการเด็ดขาด ตนไปได้ทุกที่ ไม่มีใครเป็นเจ้าถิ่น เดิมคนใต้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ อยากให้คิดว่าเลือกแล้วประชาชนได้อะไร คนใต้คิดเปลี่ยนใจบ้างหรือไม่

ประชาชนปฏิรูปลุ้นหาสมาชิก 1 แสน

ด้านความเคลื่อนไหวของพรรคประชาชนปฏิรูป คณะกรรมการบริหารพรรค นำโดยนายเทพสิทฐ์ ประวาหะนาวิน รองหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค เดินทางลงพื้นที่ จ.ตรัง เพื่อร่วมประชุมจัดตั้งสมาชิกสภาประชาชนปฏิรูป จ.ตรัง ที่โรงแรมธรรมรินทร์ธนา จ.ตรัง พร้อมแต่งตั้งตัวแทนพรรค การเมืองประจำจังหวัด โดยนายเทพสิทฐ์กล่าวว่า พรรคประชาชนปฏิรูปตั้งใจจัดตั้งสภาประชาชนปฏิรูป จ.ตรัง เพื่อแก้ไขปัญหาและลดความทุกข์ของประชาชนให้รวมพลังกันต่อสู้กับความอยุติธรรม การถูกเบียดเบียน เอารัดเอาเปรียบที่เกิดจากหน่วยงานภาครัฐ หรือเจ้าหน้าที่รัฐ และกลุ่มอิทธิพล พรรคจะดูแลในเรื่องนี้ โดยผ่านกระบวนการยุติธรรมตามนโยบายของนายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคที่มีแนวทางการต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม เพื่อทำให้ประชาชนมีชีวิตที่ดี มีความสุขมากขึ้น ขณะนี้ พรรคได้เปิดรับสมัครสมาชิกพรรคและจัดตั้งสภาประชาชนปฏิรูปไปแล้ว 6-7 จังหวัด อาทิ อุดรธานี นครสวรรค์ อุตรดิตถ์ ราชบุรี สระบุรี มีสมาชิกหลายหมื่นคนแล้ว โดยตั้งเป้าว่าจะหาสมาชิกพรรคที่ 1 แสนคน

โปรดเกล้าฯ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

วันเดียวกันเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580) เนื่องด้วยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 65 บัญญัติให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบจัดทำแผนต่างๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการกันให้เกิดเป็นพลังผลักดันร่วมกันไปสู่เป้าหมายดังกล่าว คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติได้ดำเนินการจัดทำร่างยุทธศาสตร์ชาติและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ความเห็นชอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580) ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 8 ต.ค. 2561

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นยุทธศาสตร์ฉบับแรกของประเทศไทย ประกอบด้วย 6 ยุทธศาสตร์คือ 1.ด้านความมั่นคง 2.ด้านการสร้างความสามารถการแข่งขัน 3.ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 4.ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 5.ด้านการสร้างการเติบโตคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6.ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ

“บิ๊กตู่” แจงวุ่นลดวีซ่านักท่องเที่ยวจีน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจแก่สังคม โดยเฉพาะชาวจีน หลังมีคลิปวิดีโอเผยแพร่ผ่านยูทูบว่า ทางการไทยลดการออกวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีน เนื่องจากสติกเกอร์วีซ่าหมด โดยสถานทูตและสถานกงสุลไทยในจีนยืนยันว่า ไม่มีปัญหาเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใดคลิปดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จที่ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ นายกฯ ย้ำให้ทุกหน่วยติดตามข่าวสารระมัดระวังการปล่อยข่าวบิดเบือน พร้อมหาโอกาสชี้แจงให้รวดเร็ว ขณะนี้มีความพยายามของคนบางกลุ่มต้องการลดความเชื่อมั่นประเทศไทย โดยเฉพาะต่อความรู้สึกของชาวจีนที่มีต่อการท่องเที่ยวไทย ยืนยันว่าไม่มีการจำกัดจำนวนการรับเล่มหนังสือเดินทางใดๆ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้