วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไทยอาดูรมิคลาย น้อมรำลึก ร.9 สวรรคต 2 ปี

ไทยอาดูรมิคลาย น้อมรำลึก ร.9 สวรรคต 2 ปี

  • Share:

ในหลวงประกอบพระราชพิธี ปชช.จุดเทียนสว่างไสวอาลัย

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ครบรอบ 2 ปี ขณะที่คนไทยทั่วหล้าทั้งในและต่างประเทศ พร้อมร้อยดวงจิตร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ทำบุญถวายเป็นพระราชกุศล วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ และร่วมจุดเทียนน้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่ 9 พร้อมยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นเวลา 89 วินาที

เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ครบรอบ 2 ปี วันที่ 13 ต.ค.2561 เมื่อเวลา 15.13น.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระบรมมหาราชวัง ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร พุทธศักราช 2561 ณ พระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย การนี้สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าหลาน เธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงยืนหน้าพระเก้าอี้ที่ประทับ

ครั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จเข้าพระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งประดิษฐานในพระที่นั่งบุษบกมาลา ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะ และทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย กราบถวายบังคมพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งประดิษฐานที่พระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงรับการถวายความเคารพจาก ผู้มาเฝ้า ประทับพระราชอาสน์ พระสงฆ์ 89 รูปสวดพระพุทธมนต์จบ และในการนี้ พระมหาโพธิวงศาจารย์ วัดราชโอรสาราม ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา ซึ่งภายหลังสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประกอบพิธีทางศาสนาเสร็จแล้ว ได้เสด็จออกจากพระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย ประทับรถยนต์พระที่นั่งที่พระทวารเทเวศรรักษา เสด็จพระราชดำเนินกลับ

พร้อมกันนี้ ที่ถนนหน้าพระลาน หน้าพระ บรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้สำนักพระราชวังจัดทำซุ้มประดิษฐานพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร บริเวณริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ระหว่างประตูวิเศษไชยศรีและประตูมณีนพรัตน์ สำหรับให้ประชาชนได้ถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ตลอดทั้งวัน โดยพสกนิกรต่างสวมใส่เสื้อสีเหลืองนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองและดอกไม้สดมาถวายสักการะอย่างคับคั่ง

ส่วนภายในบริเวณวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่ประตูสวัสดิโสภามีประชาชนบางส่วนแต่งกายด้วยชุดไทยและชุดสีเหลือง นำดอกไม้มากราบสักการะพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร จากนั้นสวดมนต์และเจริญจิตภาวนาน้อมในเกล้าฯ ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตเป็นปีที่ 2 และระหว่างที่พสกนิกรต่อแถวเข้าวางพวงมาลัยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ มีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อประชาชนที่ตั้งใจมาสักการะ ยังคงต่อคิวอย่างไม่ย่อท้อ

นอกจากนี้ ตลอดวันพสกนิกร ข้าราชการ เจ้าพนักงานของรัฐทุกภาคส่วน ทั้งในประเทศและคนไทยทั่วโลก พร้อมใจจัดงานรำลึกครบรอบ 2 ปี วันสวรรคต ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เริ่มตั้งแต่พิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล ถวายพวงมาลา ถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 รวมถึงทำกิจกรรมจิตอาสาเพื่อสาธารณประโยชน์ ซึ่งผู้มาร่วมงานต่างสวมเสื้อเหลืองอย่างพร้อมเพรียง โดยเวลา 06.15 น. ที่พระลานพระราชวังดุสิต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 890 รูป โดยมีนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา คณะองคมนตรีและคู่สมรส ประธานองค์กรอิสระและคู่สมรส ครม. และคู่สมรส ผู้ว่าฯ กทม. ผบ.เหล่าทัพ และ ผบ.ตร. หัวหน้าส่วนราชการ ร่วมพิธี

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปยังมณฑลพิธีท้องสนามหลวง นำ ครม. ข้าราชการ เจ้าพนักงานของรัฐ ประชาชนทุกหมู่เหล่า ฯลฯ วางพวงมาลาและถวายบังคมพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ปวงชนชาวไทย เช่นเดียวกัน ผู้นำเหล่าทัพ โดย พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. เป็นประธานบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลครบรอบ 2 ปี วันสวรรคต ในหลวง ร.9 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ร.อ.โสภณ วัฒนมงคล รอง ผบ.ทร.เป็นประธานทำบุญตักบาตร พระสงฆ์จากวัดอรุณราช วรารามราชวรมหาวิหาร จำนวน 89 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล ที่พระราชวังเดิม ส่วนที่กองทัพอากาศ พล.อ.อ.ชาญฤทธิ์ พลิกานนท์ รอง ผบ.ทอ.เป็นประธานในพิธีฯ และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระราชกุศลฯ ที่บริเวณด้านหน้าอาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

อีกด้านหนึ่ง ที่ รพ.ศิริราช ประชาชนจำนวนมากสวมเสื้อสีเหลืองเข้าร่วมงาน “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล นำโดย ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล จัดขึ้นเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยงานจัดขึ้นตั้งแต่เช้าจดค่ำ เริ่มจากพิธีทำบุญตักบาตร ข้าวสาร อาหารแห้ง พระสงฆ์ 99 รูป โดยมีประชาชนตั้งแถวรอใส่บาตรตั้งแต่ลานพลับพลาสยามินทราศิริราชนุสรณีย์ สะพานอรุณ–อมรินทร์ ไปจนถึงสี่แยกศิริราช กระทั่งถนนวังหลัง เข้าสู่ลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ภายในโรงพยาบาลศิริราช จากนั้นคณะสงฆ์สวดพระพุทธมนต์และสดับปกรณ์ มีการกล่าวสดุดีเบื้องหน้าพระบรม ฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 โดย ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ ร่วมกันยืนสงบนิ่ง 89 วินาที

ทั้งนี้การจัดงาน “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกหลายจุด เช่น การปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ณ ห้องราชนัดดาสิรินธร ชั้น 1 อาคารศรีสวรินทิรา โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา และนายจิรายุ อิศรางกรู ณ อยุธยา ที่ย้ำถึงรับสั่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงฝากไว้ให้คนไทยคือ เรื่อง ของการรู้จักหน้าที่และการทำงาน รวมถึงทรงย้ำเสมอว่า แม้เทคโนโลยีจะก้าวไป แต่ไม่ควรลืมภูมิปัญญาหรือศาสตร์เดิมที่เคยมี ขณะที่บริเวณรอบลานพระราชานุสาวรีย์ฯ และด้านหน้าตึกอำนวยการ เจ้าหน้าที่ รพ.นำจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ มาติดตั้งเพื่อฉายภาพยนตร์เทิดพระเกียรติ สร้างแรงบันดาลใจ อาทิ The Letter ดอกไม้ในกองขยะ สัจจะธรณี ฯลฯ รวมถึงเหล่าดาราช่อง 8 มาแจกหนังสือคำสอนของ ร.9 และซีดีเพลง “รักพ่อไม่มีวันพอเพียง” ให้กับคนที่มาร่วมงานด้วย ส่วนที่ศาลาศิริราช 100 ปี พระสุนทรกิจจาภิวัฒน์ เจ้าคณะแขวงบ้านช่างหล่อ เขต 1 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอมรินทรารามวรวิหาร นำพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชน ร่วมเจริญจิตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศล

แต่จุดที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก คือ ภาพประติมากรรมแสงเงาพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่นำมาติดไว้บนกำแพงตึกศรีสังวาลย์ ออกแบบโดยคณาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวง ร.9 เฉพาะพระพักตร์ที่กำลังโน้มพระวรกายทรงรับดอกบัวจากยายตุ้ม จันทนิตย์ อายุ 102 ปี ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เมตร ซึ่งประชาชนมาเฝ้ารอชมตั้งแต่เช้า แม้บางช่วงมีสายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างหนักก็ไม่ท้อ รอคอยดูประติมากรรมแสงเงาอย่างใจจดใจจ่อ

กระทั่งเวลา 15.52 น. มีการประกาศไปทั่วงานว่า เป็นเวลาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต เมื่อปี 2559 ประชาชนที่มาร่วมงาน บางรายก็กอดพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 ที่นำมาจากบ้านไว้แนบอก ขณะที่บางคนก็ก้มหน้าสะอึกสะอื้นร่ำไห้ออกมาเมื่อรำลึกถึงความสูญเสียครั้งใหญ่หลวงเมื่อสองปีก่อน

ส่วนที่ประติมากรรมแสงเงา หลังจากฝนหยุดตก ท้องฟ้าเปิด มีแสงอาทิตย์สาดส่องลงมาให้เห็นเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ พระพักตร์ในหลวง ร.9 แย้มพระสรวล ทอดพระเนตรประชาชนของพระองค์ที่มาร่วมเจริญจิตภาวนา สร้างความปลาบปลื้มใจ ในขณะที่บางคนยังมองเห็นก้อนเมฆที่ลอยเหนืออาคารเฉลิมพระเกรียติ ที่ทรงเคยประทับรักษาพระอาการประชวร เป็นพระพักตร์ของในหลวง ร.9 อีกด้วย

เวลาไล่เลี่ยกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมโรงแรมลองบีช อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี นายมานิจ สุขสมจิตร บรรณาธิการอาวุโส หนังสือพิมพ์ไทยรัฐและกรรมการมูลนิธิไทยรัฐ พร้อมด้วย นายวิเชน โพชนุกูล เลขาธิการมูลนิธิไทยรัฐ และ นายดำฤทธิ์ วิริยะกุล บรรณาธิการข่าวภูมิภาค หนังสือพิมพ์ไทยรัฐและกรรมการมูลนิธิไทยรัฐนำผู้บริหารและครูผู้สอนหลักสูตรสื่อมวลชนศึกษา โรงเรียนไทยรัฐวิทยาภาคกลางและตะวันออก ที่มาร่วมสัมมนาการเรียนการสอน ร่วมพิธี “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” น้อมรำลึกถึงวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมกันนี้ นายมานิจ อ่านบทกลอนที่ประพันธ์โดย นายมีชัย ฤชุพันธุ์ และร่วมกันขับร้องเพลงพรแผ่นดิน เพื่อน้อมรำลึก ถึงพระกรุณาธิคุณ จากนั้นร่วมยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นเวลา 89 วินาที

สำหรับที่วัดบวรนิเวศวิหาร ตั้งแต่ช่วงเช้าประชาชนแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลืองนำธูปเทียน พวงมาลัย ดอกไม้ มาสักการะพระบรมราชสรีรางคาร ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ประดิษฐานใต้ฐานองค์พระพุทธชินสีห์ ภายในพระอุโบสถ จากนั้นในช่วงเย็นมีการเจริญพระพุทธมนต์ สวดมนต์เจริญจิตภาวนาน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่ 9 โดยมี พระเทพปริยัติวิมล (แสวง ธมฺเมสโก) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมต่างนั่งรายล้อมรอบพระอุโบสถอย่างเนืองแน่น ก่อนที่จะร่วมกันจุดเทียนถวายราชสักการะแทนดวงใจของพสกนิกร เพื่อน้อมถวายแด่พระเจ้าแผ่นดินผู้ยิ่งใหญ่ของปวงชนชาวไทย

ต่อมาในเวลาประมาณ 19.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานพิธีถวายบังคมและจุดเทียนน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมนำพสกนิกรทั้งในมณฑลพิธีท้องสนามหลวงและทั่วประเทศ ยืนสงบนิ่งไว้อาลัยเป็นเวลา 89 วินาที พร้อมเปิดเพลงพระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ โดยมีข้าราชการและประชาชนมาร่วมงานเนืองแน่น

เช่นเดียวกับที่ลานพระราชานุสาวรีย์ รพ.ศิริราช ในงานศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แพทย์ พยาบาล และบุคลากร รพ.ศิริราช พร้อมพสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันขับร้องเพลงพระผู้ทรงเป็นนิรันดร์ ต่อด้วยการแสดงแสงสีสื่อผสมชุด ความฝันของพ่อ โดยมีอาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา ที่กำลังก่อสร้างเป็นฉากหลัง ก่อนที่ทั้งหมดจะร่วมกันร้องเพลงความฝันอันสูงสุด และร่วมกันจุดเทียนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในเวลา 20.00 น. ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ

ส่วนที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ในช่วงเช้า สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงพระอุโบสถ ทรงบำเพ็ญพระกุศลอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ปีที่ 2 ในโอกาสนี้ทางวัดเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคาร ในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งบรรจุใต้ฐานพุทธบัลลังก์หินอ่อน พระพุทธอังคีรส พระประธานประจำพระอุโบสถ ซึ่งมีประชาชนเข้ามา กราบสักการะอย่างต่อเนื่อง และในเวลา 17.00น. คณะสงฆ์วัดราชบพิธฯ จัดสวดพระพุทธมนต์อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล

พสกนิกร ลุยฝนร่วมงาน 'ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์' น้อมรำลึก ในหลวง ร.9 ทั้งหมด 8 ภาพ

คณะแพทยศาสตร์ศิริราช ม.มหิดล จัดปาฐกถาเทิดพระเกียรติ หัวข้อ 'ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์' เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ครบรอบปีที่ 2 โดยมี ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวถึงประสบการณ์เมื่อครั้งได้มีโอกาสรับใช้พระองค์ท่าน ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมรับฟังอย่างซาบซึ้ง แม้ฝนจะตก แต่ประชาชนยังคงเดินทางมาร่วมงาน ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคารศรีสวรินทิรา โรงพยาบาลศิริราช กรุงเทพฯ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้