วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปาฏิหาริย์ “คนกินเจ” พลังศรัทธาอย่าได้ลบหลู่

ปาฏิหาริย์ “คนกินเจ” พลังศรัทธาอย่าได้ลบหลู่

  • Share:

"ครั้งหนึ่ง...นานมาแล้วของศาลเจ้าหนึ่งที่ภูเก็ต ผู้ดูแลมีการทำฟาร์มไก่ ทำไม? ภายในไม่กี่วันไก่ตายหมดทั้งเล้า ไปๆมาๆไปตรวจธง 5 สีในศาลเจ้าพบว่า...ลืมเก็บ 1 ผืน ต้องทำพิธีปล่อยทหารผีใหม่ จัดเลี้ยงใหม่ แล้วม้วนพับธงเก็บใหม่ให้เรียบร้อย จึงจบเรื่องได้...”

อีกรายเป็นศาลเจ้าทางใต้เช่นกัน เป็นประสบการณ์เรื่องเล่ามาจากสะใภ้ เล่าว่า คุณพ่อสามีเป็นผู้ดูแลศาลเจ้า ปีที่เกิดเรื่อง...คุณพ่อเอาธง 5 สีกลับมาบูชาที่บ้าน จากนั้นเกิดประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ คุณพ่อเสียชีวิต คุณแม่สามีและลูกสะใภ้ต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลอยู่นานเป็นปี

จากนั้น...ลูกชายของครอบครัวนี้ทยอยเสียชีวิตปีละคน เรื่องราวทั้ง 2 เรื่องนี้เป็นแฟนคลับของ จิตรา ก่อนันทเกียรติ นักสะสมความรู้เรื่องจีนที่เขียนเรื่องจีนมาตั้งแต่อายุยังไม่ 30...ปีนี้อายุ 61 ปีแล้วและกินเจมานานกว่า 20 ปี มาเล่าให้ฟังเอง ไม่ใช่ฟังเขาเล่าต่อๆมา

O O O O

วิธีดูศาลเจ้าที่มีการทรงคือ ที่โต๊ะบูชาจะมี “โหงวเอี๊ยเท้า” แปลง่ายๆคือ 5 ศีรษะทหาร เป็นเหล็กแหลมเล็กๆเหมือนที่เสียบกระดาษ แต่ที่หัวเป็นศีรษะเทพเจ้าได้แก่ หน้าดำ หน้าขาว สามตา หน้าครุฑ และหน้าแดง ต้องมีเกี้ยวแห่เจ้า เก้าอี้ตะปู และอาจมีแซ่ มีดาบ มีตู้ใส่ชุดทรงเจ้า

“เทศกาลกินเจ”...เดือน 9 ทางใต้ของไทยที่เป็นสายร่างทรงต้องมีการตั้งมณฑลพิธีด้วยการใช้ธง 5 สี คือ...สีดำ สีแดง สีเขียว สีขาว สีเหลือง ปักให้คุ้มครอง 5 ทิศคือ...

ทิศเหนือ ทิศใต้ ทิศตะวันออก ทิศตะวันตก และทิศตรงกลาง...คุ้มครองทั้งฟ้าและดิน

แต่ละธงหมายถึงแต่ละกองทัพ มีแม่ทัพเป็นเทพเจ้าที่ล้วนเก่งกล้า เช่น ธงสีเหลืองเป็นธงประจำทัพนาจา มีพลทหาร 33,000 คน มักเป็นทัพหน้าที่บุกไปก่อนเสมอ นี่อาจเป็นอีกเหตุผลที่ศาลเจ้าทางใต้ต้องตั้งนาจา มีการทำพิธีที่เรียกว่า...ปล่อย “ทหารผี” และต้องทำพิธีเลี้ยงอาหารทหารผี

บางศาลเจ้าเลี้ยงทุกวันก็มี และเมื่อเสร็จพิธีต้องเลี้ยงทหารผีให้อิ่มจากนั้นต้องทำพิธีเรียกทหารผีกลับเข้าธง แล้วทำพิธีเก็บธง ม้วนพับเก็บไว้ที่ศาลเจ้าอย่างเรียบร้อย

คำว่า “เสร็จพิธี” หมายถึงจบเทศกาล คือเชิญเทพเจ้ากลับขึ้นฟ้า ดับตะเกียงทั้ง 9 เอาเสาลง นำสิ่งที่คนไหว้ให้ปัดเป่าเคราะห์ให้ เช่น ชุดต่างตัว เรือสะเดาะเคราะห์ ต้องนำไปเผาที่ไกลๆ...เช่นริมทะเลไกลๆ

O O O O

“ธงเจ” ตัวอักษรจีนสีแดงเขียนบนพื้นสีเหลือง ที่ใช้ประดับหน้าร้านอาหารเจ คำว่า“เจ” ในทางพุทธศาสนานิกายมหายานมีความหมายเดียวกับคำว่า “อุโบสถ”

เมื่อเป็นเช่นนั้น “การกินเจ” ก็คือการรับประทานอาหารก่อนเที่ยงวัน เหมือนกับที่ชาวพุทธในประเทศไทยที่ถืออุโบสถศีล...รักษาศีล 8 ด้วยการไม่รับประทานอาหารหลังเที่ยงวันไปแล้ว

เนื่องจากไม่กินเนื้อสัตว์ จึงนิยมนำการไม่กินเนื้อสัตว์รวมเข้ากับการกินเจ กลายเป็นการ “ถือศีลกินเจ” นั่นเอง

การสักการะในช่วงเทศกาลกินเจ จึงมีความหมายถึงการรักษาความบริสุทธิ์ทั้งกาย ใจ เพื่อการสักการะ หรือการปฏิบัติบูชาถวายเทพยดามหัศจรรย์แห่งการกินเจ ผสมผสานได้กับข้อมูลวิทยาศาสตร์ การแพทย์ ฉบับรักษาสุขภาพ ปัจจุบันเรื่องทำนองอย่างนี้เกิดขึ้นมาในอดีตเนิ่นนานเหลือเกินแล้ว

ไม่เชื่อ...ก็ต้องเชื่อ เรื่องราวในอดีตบางอย่างอาจหาเหตุผลมาอธิบายไม่ได้ พอมาวันนี้เริ่มคลี่คลาย มีเงื่อนสนับสนุนให้คล้อยตามเห็นประโยชน์

O O O O

จิตรา ก่อนันทเกียรติ บอกว่า ทุกศาลเจ้าและโรงเจจะมีกฎเหล็กเหมือนกันหมดว่า...ถ้าไม่ใส่ชุดขาวก็ไม่ให้เข้าศาลเจ้า และห้ามผู้หญิงเหยียบเข้าบริเวณ ต้องเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายชายเท่านั้นที่เป็นผู้ปักธูปให้

จุดตะเกียง 9 ดวงบูชาเทพเจ้า 9 องค์...อีกอย่างที่ทุกศาลเจ้าต้องมีเหมือนกันคือ ถังใส่ของไหว้ต่างๆ ถวายเจ้าแม่ บางแห่งเป็นถังสีเหลือง บางแห่งเป็นถังสีแดง ในถังจะมีตะเกียงไฟ, กรรไกร, ตาชั่งทองเหลือง, ไม้บรรทัด, ลูกคิด, ข้าวสาร, กระบี่, ฉัตร, พัด, ธงพระ, กระจก โดยแต่ละศาลเจ้าอาจมีครบตามนี้หรือมากน้อยกว่านี้

ที่มาและรายละเอียดเทศกาลกินเจมีหลายตำรา การที่ได้เก็บข้อมูลไปเรื่อยๆก็เจอว่าหลายตำรามีจริง เช่น กินเจแล้วกินหอยนางรมที่เรียกว่า “อ๊อเจ” ความรู้เรื่องจีนอยู่ที่การสะสม ไม่ใช่แค่อ่านในกูเกิล

เทศกาลกินเจเดือน 9 มีคุณค่าเกินกว่าที่ใครจะดูแคลนว่ากินไปทำไม...“กินเจแล้วดีก็แล้วกัน”

“ศรัทธา”...นำมาซึ่งปาฏิหาริย์? เชื่อไม่เชื่อโปรดอย่าได้...“ลบหลู่”.


รัก–ยม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้