วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วิจัยไทยลงทุนการศึกษาเกือบ 9 แสนล้าน

วิจัยไทยลงทุนการศึกษาเกือบ 9 แสนล้าน

  • Share:

ใช้จ่ายสูงแต่ยังพบปัญหาเหลื่อมล้ำด้อยคุณภาพ จี้จัดสรรงบเสมอภาค

เวทีเสวนา “เจาะลึกรายจ่ายด้านการศึกษาของประเทศไทย” รศ.ดร.ชัยยุทธ ปัญญสวัสดิ์สุทธิ์ หัวหน้าโครงการพัฒนาระบบการจัดการทรัพยากรเพื่อพัฒนาสุขภาพและการศึกษาของนักเรียน คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (มธ.) กล่าวว่า โครงการฯ ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดทำข้อมูลรายจ่ายด้านการศึกษา ปี 2551-2559 พบว่า ประเทศไทยใช้งบประมาณลงทุนด้านการศึกษาปี 2559 มากถึง 878,878 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 6.1 ของจีดีพี สูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้วซึ่งอยู่ในกลุ่มองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) ที่ลงทุนเพียงร้อยละ 5.2 ของจีดีพี เฉพาะรายจ่ายในส่วนของภาครัฐกว่า 6 แสนล้านบาท ถูกนำไปใช้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานร้อยละ 70 อุดมศึกษาร้อยละ 19 เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆไทยใช้จ่ายสูงในระดับประถมศึกษา แต่ต่ำเกินไปในระดับอาชีวะที่มีอยู่ราวร้อยละ 4

รศ.ดร.ชัยยุทธกล่าวว่า หากมองที่ครัวเรือนไทยร่วมจ่ายเกือบ 2 แสนล้านบาท เฉลี่ยปีละ 11,330 บาทต่อคน โดยครัวเรือนยากจนจะแบกรับอยู่ที่ร้อยละ 22 ของรายได้ สูงกว่าครัวเรือนที่มีฐานะร่ำรวยที่รับภาระเพียงร้อยละ 6 ของรายได้ ทั้งนี้งบประมาณรายจ่ายด้านการศึกษาที่มีวัตถุประสงค์ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในปีงบประมาณ 2559 มีมูลค่ารวม 28,000 ล้านบาท พบว่าส่วนใหญ่ร้อยละ 70 เป็นงบบุคลากร งบลงทุน งบดำเนินงาน และงบรายจ่ายอื่น โดยมีงบเงินอุดหนุนอยู่เพียงร้อยละ 30 เท่านั้น ในจำนวนนี้คิดเป็นงบประมาณเพื่อช่วยเหลือเด็กยากจน ลดปัญหาการออกกลางคัน เงินอุดหนุนเด็กยากจนและพักนอนในระบบโรงเรียนอยู่ที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8 ของเงินอุดหนุนทั้งหมด โดยสามารถจัดสรรให้เด็กยากจนจำนวน 1.6 ล้านคน ปัญหาคือภาครัฐใช้จ่ายสูงแต่ประสิทธิภาพการใช้งบประมาณต่ำ ยังมีปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านโอกาสและด้านคุณภาพ

ด้าน ดร.ไกรยส ภัทราวาท ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา กล่าวว่า ผลการวิจัยชี้ให้เห็นถึงสภาพความเป็นจริงการกระจายงบประมาณในแต่ละพื้นที่ยังคงแตกต่างกันมาก โดยงบประมาณเฉลี่ยต่อนักเรียนในแต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกันมากถึง 3 เท่าตัว หากจะลดปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาจำเป็นต้องมีเครื่องมือสนับสนุนการปฏิรูประบบการจัดสรรงบประมาณด้านการศึกษาให้มุ่งเน้นความเสมอภาคมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่การจัดสรรด้วยสูตรเดียวกันทั้งประเทศ แต่ใช้หลักการนำข้อมูลความจำเป็นของผู้เรียน และสถานศึกษา รวมทั้งบริบทเฉพาะในแต่ละพื้นที่มาคิดคำนวณอยู่ในสูตรการจัดสรรงบประมาณด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้