วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปิดล้อมเขา ล่า 3 ผู้ต้องขัง ‘หัวโจก’ ถูกทับหนีไม่ทัน

ปิดล้อมเขา ล่า 3 ผู้ต้องขัง ‘หัวโจก’ ถูกทับหนีไม่ทัน

  • Share:

กรมราชทัณฑ์ระดมทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองกว่า 400 นาย ปิดล้อมเขาล่า 3 ผู้ต้องขังยาเสพติดปล้นรถเรือนจำพุ่งชนประตูศาลจังหวัดหลังสวนเผ่นหนีอุกอาจ แต่ยังคว้าน้ำเหลว เผยมีผู้ร่วมวางแผนถึง 5 คน หัวโจกเป็นนักโทษยานรกต้องคดีคุก 30 ปี เป็นคนสั่งการ แต่พลาดโดนประตูและรถทับสาหัส อีกคนถูกผู้คุมไล่จับขณะวิ่งไปขึ้นรถ หนีรอดไปได้ 3 สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งรางวัลนำจับผู้แจ้งเบาะแส ขู่หากต่อสู้ยิงทิ้งทันที ล่าสุดศาลออกหมายจับ 3 ข้อหาหนัก

เจ้าหน้าที่ระดมกำลังไล่ล่า 3 ผู้ต้องขังคดียาเสพติดหลบหนีจากศาลจังหวัดหลังสวน จ.ชุมพร ประกอบด้วยนายพิเชษฐ์ กลิ่นโอชา อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/13 หมู่ 6 ต.เชียวเหลียง อ.กะเปอร์ จ.ระนอง นายกฤษฎา เกตุนุ้ย อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 132/1 หมู่ 7 ต.นาโพธิ์ อ.สวี จ.ชุมพร และนายนราธิป เพิ่มลาภ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 25/47 หมู่ 3 ต.บ้านบ่อ อ.เมืองสมุทรสาคร ทั้งหมดร่วมกัน ชิงรถกระบะควบคุมผู้ต้องหาของเรือนจำจังหวัดหลังสวน พุ่งชนประตูศาลหลบหนีทั้งโซ่ตรวน ก่อนนำรถไปจอดทิ้งในสวนปาล์มใกล้เชิงเขาท่าทาง บ้านห้วยคล้า หมู่ 12 ต.ตะโก อ.สวี เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา

ที่ที่ทำการบ้านผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 12 ต.ตะโก อ.สวี เป็นที่ตั้งของกองอำนวยการในการติดตามจับกุมผู้ต้องขังทั้ง 3 คน ตลอดทั้งคืนวันที่ 11 ต.ค. ต่อเนื่อง ยันเช้าวันที่ 12 นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รอง ผวจ.ชุมพร พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลป์ชัย ผบก.ภ.จ.ชุมพร พ.ต.อ.ไกรสรี สุวรรณงาม ผกก.สภ.ทุ่งตะโก จ.ชุมพร และ พ.ต.สังคม รองมาลี ผบ.ชป.1 มว.รส.บก.มทบ.44 ร่วมกันอำนวยการติดตามจับกุมผู้ต้องขังทั้ง 3 คน มีการระดมกำลังทหาร ตำรวจ ตชด.และฝ่ายปกครองกว่า 300 นาย ตรึงกำลังตามจุดต่างๆรอบภูเขาท่าทอง รวมพื้นที่กว่า 1,500 ไร่ เพื่อป้องกันการหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ไม่กล้าผลีผลามเข้าตรวจค้นในเวลากลางคืน เนื่องจากเกรงจะไม่ปลอดภัย รอจนฟ้าสางจึงเริ่มปฏิบัติการตามแผนกระจายกำลังค้นปูพรมพื้นที่ เนื่องจากคาดว่าผู้ต้องขังยังคงกบดานอยู่ในป่าบนภูเขา

ขณะที่ พ.ต.ท.วรชัย อารักษ์รัฐ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ในฐานประธานเขต 8 และนายบุญญรักษ์ บุญญาธิการ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดหลังสวน นำกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องมาสนับสนุนเพิ่มอีกกว่า 100 นาย พร้อมสุนัขดมกลิ่นอีก 4 ตัว นายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รอง ผวจ.ชุมพร เผยว่า เจ้าหน้าที่ใช้กำลังทุกส่วนกระจายปิดล้อมเขาท่าทอง บ้านห้วยคล้า เป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจและสุนัขดมกลิ่นพบผู้ต้องขังหลบหนีเข้าไปในป่าบนเขา ทั้งหมดได้สับเปลี่ยนกันเฝ้าแต่ละจุดตลอดคืนที่ผ่านมา มีนายวัชรินทร์ สุวพิศ ปลัด อบต.สะพลี หัวหน้ากู้ภัยทางน้ำ สนับสนุนไฟส่องแสงสว่าง

พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลป์ชัย ผบก.ภ.จ.ชุมพร กล่าวว่า มั่นใจว่าผู้ต้องขังทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ ยังคงไม่หลบหนีไปไหน แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าค้นหาในเวลาค่ำมืดได้ เพราะหวั่นจะเกิดอันตราย ไม่รู้ว่าผู้ต้องหามีอาวุธอะไรไว้ในมือบ้าง เจ้าหน้าที่ทำได้เพียงปิดล้อมไว้ และเดินปูพรมตรวจค้นในตอนเช้า มีเฮลิคอปเตอร์กองบัญชาตำรวจภาค 8 สนับสนุนขึ้นบินตรวจค้นทางอากาศ เพื่อคอยแจ้งเบาะแสในพื้นที่ อีกทั้งจัดกำลังไปที่บ้านนายกฤษฎา 1 ในผู้ต้องขังที่เป็นคนพื้นที่ อ.สวี รวมทั้งติดตามความเคลื่อนตามบ้านญาติ นอกจากนี้พบว่าผู้ต้องขัง นำโทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่เรือนจำที่วางไว้ในรถติดตัวไปด้วย แต่ปิดเครื่อง หากเปิดเมื่อไหร่ ก็จะรู้พิกัดทันที

ผบก.ภ.จ.ชุมพร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ได้รับรายงานจากชุดสืบสวนว่าหลังจากผู้ต้องหาทั้ง 3 คนขับรถเรือนจำหลบหนีไป ก่อนถึงตลาดอวยชัย 3 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน ห่างจากศาลจังหวัดหลังสวนราว 5 กม. มีชาวบ้านแจ้งว่าเห็นนายนราธิป เพิ่มลาภ 1 ในผู้ต้องขังกระโดดลงจากรถ คาดว่าไปหาภรรยาที่มีบ้านอยู่บริเวณดังกล่าว ล่าสุดพบร่องรอยการหลบหนีอยู่พื้นที่จริง จึงส่งกำลังไปปิดล้อมพื้นที่ไว้แล้ว ส่วนผู้ต้องขังอีก 2 คน คาดว่ายังคงหลบหนีอยู่ในพื้นที่เขาท่าทอง เจ้าหน้าที่ใช้เฮลิคอปเตอร์บินสำรวจ แต่สภาพเป็นป่ารกทึบมากยากแก่การมองเห็น อย่างไรก็ตาม จะพยายามอย่างเต็มที่ในการไล่ล่าจับกุมให้ได้โดยเร็ว

มีรายงานว่าหลังจากผู้ต้องขังนำรถควบคุมของเรือนจำจังหวัดหลังสวนไปจอดทิ้ง 1 ใน 3 เปลี่ยนเสื้อทิ้งไว้ในรถ 1 ตัว พร้อมนำโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และปืนลูกซอง 5 นัดของเจ้าหน้าที่เรือนจำที่มีกระสุนบรรจุเต็มรังเพลิงหลบหนี ทำให้ผู้บังคับบัญชากำชับเจ้าหน้าที่ต้องใช้ความระมัดระวังขั้นสูงสุด หากเกิดการต่อสู้ให้ยิงได้ทันที อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.วรชัย อารักษ์รัฐ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า ได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่เรือนจำว่า คนร้ายไม่ได้นำเอาปืนลูกซอง 5 หลบหนีไปด้วย

มีรายงานด้วยว่า ขณะนี้ศาลจังหวัดหลังสวนอนุมัติออกหมายจับผู้ต้องขังที่ร่วมกันหลบหนีทั้ง 3 คนแล้ว รวม 3 ข้อหาหนักตามหมายจับเลขที่ 135,136,137/2561 ฐานเป็นผู้ต้องขังตามอำนาจของศาลหลบหนีการควบคุมโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือโดยกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานตามกฎหมาย โดยใช้กำลังประทุษร้ายและขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย และร่วมกันปล้นทรัพย์

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 ลงพื้นที่สั่งการติดตามไล่ล่า 3 ผู้ต้องขังหลบหนี โดยมี พ.ต.ท.ชาติชาย มูลลักษณ์ สว.สส.สภ.หลังสวน รายงานเหตุการณ์ว่าจากการสืบสวนพบว่ามีนักโทษสมรู้ร่วมคิดวางแผนหลบหนีทั้งหมด 5 คน มีนายวศิน หรือแดง ทองยวน อายุ 40 ปี นักโทษคดียาเสพติด เป็นหัวหน้าในการวางแผนสั่งการ แต่ช่วงก่อเหตุนายวศินกระโดดขึ้นรถไม่ทัน เนื่องจากถูกรถพุ่งชนประตูรั้วเหล็กขณะหลบหนีล้มใส่ แล้วโดนรถทับบาดเจ็บสาหัส และอีกคนคือนายฤทธิชัย แก้วนักรำ อายุ 35 ปี ขณะวิ่งไปขึ้นรถถูกเจ้าหน้าที่ไล่จับได้ทัน

พล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผบช.ภ.8 กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาให้ดีและต้องประสานงานกันว่าจะต้องมีรถตำรวจนำและติดตามหรือไม่ อย่างไร ก็ตาม เชื่อว่าผู้ต้องขังคงหลบหนีได้ไม่ไกล และแจ้งไปยังชาวบ้านว่าหากพบเห็นบุคคลทั้ง 3 คน ขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน เพราะขณะนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีรางวัลนำจับให้กับผู้แจ้งเบาะแส ส่วนการวางแผนหลบหนีครั้งนี้จะมีบุคคลภายนอกที่เป็นเครือข่ายยาเสพติดร่วมวางแผนช่วยเหลือ หรือไม่ยังไม่ทราบ แต่ถ้าดูคลิปแล้วเป็นไปได้ที่มีการวางแผน ร่วมกันและจะเกี่ยวข้องกับแก๊งยาเสพติดหรือไม่ เจ้าหน้าที่เรือนจำจะต้องสอบสวนข้อเท็จจริงดังกล่าว

พ.ต.ท.วรชัย อารักษ์รัฐ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ในฐานะประธานเขต 8 กล่าวว่าผู้ต้องหาที่หลบหนีทั้งหมดต้องคดีค้ายาเสพติด อยู่ระหว่างเบิกตัวส่งฟ้องศาล ส่วนนายวศิน หรือแดง ทองยวน หัวหน้าที่วางแผนหลบหนี แต่โดนรถทับบาดเจ็บสาหัส เป็นนักโทษคดียาเสพติด ศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้ว จำคุก 30 ปี ถูกคุมขังอยู่เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เพิ่งถูกส่งตัวมาขังที่เรือนจำจังหวัดหลังสวนเมื่อปี 2561 เพื่อรอเบิกตัวเป็นพยานในชั้นศาลที่นายพิเชษฐ์ 1 ในผู้ต้องหาที่หลบหนีอ้างตัวให้เป็นพยานในชั้นศาล จึงยังไม่ได้ส่งตัวกลับ จนถึงวันเบิกตัวไปเป็นพยานและร่วมกันวางแผนก่อเหตุดังกล่าว

ที่กรมราชทัณฑ์ สายวันเดียวกัน พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยความคืบหน้าการติดตามผู้ต้องขังหลบหนีจากศาลจังหวัดหลังสวนว่า หลังเกิดเหตุได้บินด่วนลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที เชื่อว่ายังคงหลบหนีอยู่ในละแวกสวนผลไม้ของชาวบ้าน เนื่องจากผู้ต้องหามีเครื่องพันธนาการหรือถูกตีตรวนอยู่ ทำให้การหลบหนีค่อนข้างยากลำบาก ไม่สามารถข้ามหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างแน่นอน เพราะภูมิประเทศเป็นป่าเขาสูงชัน ล้อมรอบด้วยทะเล ยืนยันจะติดตามตัวมาให้ได้ภายใน 48 ชั่วโมง หากจับได้จะมีมาตรการลงโทษ อาจถูกลดชั้นให้ไปอยู่ในชั้นต้องปรับปรุง และถูกผู้พิพากษาพิจารณาดำเนินคดีเพิ่มตามกฎหมาย

“ต้องสอบปากคำผู้คุมที่ปฏิบัติหน้าที่ว่า ประมาทเลินเล่อหรือไม่ ถ้าหากมีความผิดจะพิจารณาลงโทษตามระเบียบวินัย ยอมรับขณะนี้เจ้าหน้าที่เรือนจำขาดแคลน ทำให้มีเจ้าหน้าที่คนเดียวพาผู้ต้องขังไปศาล แต่ได้สั่งกำชับเรือนจำทั่วประเทศ 143 แห่ง ให้เข้มงวดดูแลผู้ต้องขังทั้งหมด 360,000 ราย ทั้งนี้ ปีงบประมาณ 2561 มีผู้ต้องขังหลบหนีจากเรือนจำทั้งหมด 22 ราย ส่วนใหญ่หลบหนีระหว่างไปศาลกับไปโรงพยาบาล สามารถจับกุมตัวกลับมาได้ 21 ราย อีก 1 รายคาดว่าหลบหนีไปต่างประเทศแล้ว” พ.ต.อ.ณรัชต์กล่าว

ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงนักโทษหลบหนีที่ จ.ชุมพร ว่า กำลังตามหาอยู่ เบื้องต้นทราบว่านักโทษหลบหนีไปได้ 3 คน ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า มีเกลือเป็นหนอน เพราะมีการทิ้งกุญแจรถเรือนจำไว้นั้น ถือเป็นความบกพร่องของเจ้าหน้าที่มากกว่า ก็มีบทลงโทษอยู่แล้ว ส่วนจะมีเกลือเป็นหนอนจริงหรือไม่ก็ต้องไปตรวจสอบกันอีกครั้ง ถ้าบกพร่องในหน้าที่ต้องลงโทษ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้