วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ส่งสำนวนคดี ก่อนสิ้น พ.ย. ร่วมฆ่าหมีขอ แจ้งเพิ่ม 3 คน ฝากขัง ‘ตาต้า’

ส่งสำนวนคดี ก่อนสิ้น พ.ย. ร่วมฆ่าหมีขอ แจ้งเพิ่ม 3 คน ฝากขัง ‘ตาต้า’

  • Share:

ตำรวจไทรโยคนำตัว “ตาต้า” หนุ่มกะเหรี่ยงมือยิงหมีขอ ไปขออำนาจศาลเมืองกาญจน์ฝากขัง ญาติไม่ยื่นประกันเพราะอยู่ในเรือนจำปลอดภัยกว่า ส่วน “จิระ” มือชำแหละซากมาปรุงอาหารหมดหวังจะได้ตัว หลังพาเมียเผ่นข้ามฝั่งกลับพม่าบ้านเกิดไปแล้ว “ศรีวราห์” สั่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาเพิ่มกับ 3 ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องในการฆ่า เผยพิสูจน์หลักฐานส่งผลตรวจอาวุธสังหาร เป็นปืนลูกกรดยาว .22 ติดกล้องเล็ง พร้อมเครื่องเก็บเสียง คาดไม่เกินสิ้นเดือนหน้าปิดจ๊อบ พร้อมส่งสำนวนถึงมืออัยการ

งวดเข้าไปทุกขณะจนใกล้ปิดฉากคดีที่สังคมเฝ้าจับตา เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้สัตว์ป่าที่เสี่ยงสูญพันธุ์ต้องไม่ตายฟรีจากน้ำมือมนุษย์ใจทมิฬ กรณีเจ้าหน้าที่อุทยานฯไทรโยค จับกุมนายวัชรชัย สมีรักษ์ อายุ 41 ปี หรือปลัดแมน อดีตปลัดฝ่ายป้องกัน อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี พร้อมพวกรวม 11 คน ขับรถยนต์ออฟโรด 6 คัน ออกจากป่าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ทย.6 (เขาพลู) อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ยึดปืนยาว .22 ติดกล้องเล็ง กระสุนปืน อุ้งเท้าหมีขอ 4 ข้าง ตำรวจ สภ.ไทรโยค แจ้งข้อกล่าวหา 10 ข้อหา และกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้นายวัชรชัยออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมสอบสวนเอาผิดวินัย ส่วน อส.ด่านมะขามเตี้ย 2 นาย ที่ร่วมในคณะถูกสั่งพักงาน ต่อมานายตาต้า ชาวพม่า เชื้อสายกะเหรี่ยง คนดูแลสำนักสงฆ์ฯให้การรับสารภาพว่าเป็นคนยิงหมีขอขณะมากินลูกไทรสุก ใกล้กับสำนักสงฆ์เต่าดำ แต่อ้างว่าถูก อส.ทั้ง 2 นายที่อ้างตัวเป็นตำรวจข่มขู่บีบบังคับให้ยิงหมีขอมาปรุงอาหาร

ความคืบหน้าคดี เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 ต.ค. ร.ต.อ.อภิชัย พุ่มชัย พนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค เจ้าของคดี นำตัวนายตาต้าไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี หลังสอบปากคำเพิ่มเติมเสร็จสิ้น พร้อมยื่นคัดค้านการประกันตัว และคาดว่า ญาตินายตาต้าคงจะไม่ยื่นขอประกันตัวเช่นกัน เพราะให้นายตาต้าอยู่ในเรือนจำน่าจะปลอดภัยกว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นำตัวไปควบคุมไว้ที่เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี ส่วนนายจิระ ชาวพม่า และเป็นคนงานในสำนักสงฆ์เต่าดำ ที่ถูกซัดทอดว่า เป็นผู้ชำแหละหมีขอ ตำรวจขอศาลออกหมายจับไปแล้วตั้งแต่วันที่ 10 ต.ค. คาดว่านายจิระ พร้อมภรรยาหลบหนีข้ามไปฝั่งพม่าแล้ว เนื่องจากสำนักสงฆ์ตั้งอยู่ริมตะเข็บชายแดน

สำหรับนายสมเกียรติ เพ็งนาเรนทร์ ลุงของนายวัชรชัย สมีรักษ์ ปลัดอำเภอฝ่ายป้องกัน อ.ด่านมะขามเตี้ย ผู้ต้องหาที่หลบหนีไปช่วงชุลมุนขณะเจ้าหน้าที่อุทยานฯเข้าจับกุมขบวนออฟโรด ก่อนเข้ามอบตัวเมื่อวันที่ 10 ต.ค. หลังสอบปากคำเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี และศาลพิจารณาปล่อยตัวชั่วคราวไปแล้ว ใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 2 แสนบาทเช่นเดียวกับพรรคพวกอีก 11 คนที่ได้รับการประกันตัวไปก่อนหน้านี้

พ.ต.อ.สุวิทย์ ชาวศรีทอง รรท.ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี เผยว่า เมื่อวันที่ 11 ต.ค. พนักงานสอบสวนนำ 3 ผู้ต้องหาคือ นายตาต้า ชาวพม่า นายอนุสรณ์ เรือนงาม หรือ อส.ออย และนายสกานต์ แก่งหลวง หรือ อส.แนท ไปทำแผนในจุดเกิดเหตุพื้นที่ป่าเขาพลู หมู่ 8 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี วันแรกทำไปได้ 3 จุด จุดแรก นายสกานต์ แก่งหลวง หรือ อส.แนท เป็นคนยิงอีเห็น 1 นัด แต่กระสุนพลาดเป้า จุดที่ 2 นายตาต้าเป็นคนยิงหมีขอบนต้นไทรด้วยปืนลูกกรด .22 ติดกล้องเล็ง 1 นัด และจุดที่ 3 นายอนุสรณ์ เรือนงาม หรือ อส.ออย เป็นคนเก็บซากหมีขอที่โดนยิงกลับที่พัก นำไปให้นายจิระและภรรยาปรุงอาหาร ยังคงเหลือจุดที่จะต้องนำผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไปทำแผนอีก 2 จุดใหญ่ คือ จุดทิ้งซากหมีขอ ห่างจากจุดที่กลุ่มออฟโรดของผู้ต้องหาทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯจับกุม ราว 1.1 กม. และจุดที่ผู้ต้องหาอ้างว่ายิงปืนแก้บนศาลเจ้าพ่อเขาพลู เจ้าหน้าที่จะนำผู้ต้องหาเข้าไปทำแผน ประกอบคำรับสารภาพต่อไป

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ศรีวราห์รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการสอบสวนนายตาต้า นายอนุสรณ์ และนายสกานต์ รับสารภาพและนำไปชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพเรียบร้อยแล้ว พร้อมได้รับรายงานจาก สพฐ.ตร.ว่า ผลการตรวจปืนและกระสุนที่ยึดได้จากตัวผู้ต้องหา และที่เก็บได้ในที่เกิดเหตุมีผลตรงกัน 5 กระบอกคือ ปืนพกออโตเมติก .45, ปืน 9 มม. ปืน .38 และปืนลูกกรดยาว .22 ได้สั่งให้สอบสวนเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯเกี่ยวกับการประเมินค่าเสียหายของสัตว์ป่าที่ถูกผู้ต้องหายิงตาย และความเสียหายต่อระบบนิเวศด้วย

“ขณะนี้สั่งให้พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับ 3 ผู้ต้องหา คือ พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ, มีอาวุธและเครื่องกระสุนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาต ให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายปืน คือ ปืนยาว .22 ติดกล้องขยายเล็งเป้าและเครื่องเก็บเสียง, มียุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม, มีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย คือ กระสุนปืน เอ็ม 16 จำนวน 20 นัด, ยิงปืนในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมนุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร จากนี้จะต้องรอผลตรวจพิสูจน์ของกลางชิ้นเนื้อและชิ้นส่วนหมีขอ และผลการตรวจรถยนต์ที่ยึดได้มาประกอบสำนวนการสอบสวนด้วย” พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้