วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ย้อน ๙ เรื่องราว หวนรำลึกถึงในหลวง รัชกาลที่ ๙ ตอน ๒ (คลิป)

ย้อน ๙ เรื่องราว หวนรำลึกถึงในหลวง รัชกาลที่ ๙ ตอน ๒ (คลิป)

  • Share:

หลังจากที่นำเสนอสถานที่ที่จะทำให้หวนรำลึกถึงพระบารมีของกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ไปแล้ว ๔ แห่ง เหลืออีก ๕ แห่ง ได้แก่...

ลำดับที่ ๕ โรงพยาบาลศิริราช “ความห่วงใย”

ตลอดช่วงที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ มาประทับอยู่ที่ รพ.ศิริราช ได้มีพสกนิกรชาวไทยจากทั่วทุกสารทิศ เดินทางมาร่วมลงนามถวายพระพร และเฝ้าติดตามพระอาการทุกวัน

เมื่อวันที่ ๑๒ ต.ค. ๒๕๕๙ สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์พระอาการประชวรของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฉบับที่ ๓๘ พสกนิกรจำนวนมากได้เดินทางมายัง รพ.ศิริราช เพื่อร่วมกันสวดมนต์โพชฌังคปริตร ตั้งจิตอธิษฐานต่อหน้าพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อถวายพระพรชัยมงคล ขอให้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ พร้อมกับมองขึ้นไปที่ชั้น 16 ซึ่งเป็นชั้นที่ประทับ และต่างพร้อมใจกันเปล่งเสียง "ทรงพระเจริญ" จนดังกึกก้องไปทั่วศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี

ช่วงบ่ายสองกว่าๆ สำนักพระราชวังประกาศงดลงนามถวายพระพร ณ ศาลาสหทัยสมาคมในพระบรมมหาราชวัง พร้อมขอให้ประชาชนนับร้อยคนเคลื่อนย้ายออกจากศาลาฯ

วันที่ ๑๓ ต.ค.๕๙ มีรายงานว่า พระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์เสด็จฯ มายัง รพ.ศิริราช บรรยากาศรอบๆ เริ่มหม่นหมอง พสกนิกรไทยเฝ้าแต่ภาวนาเงียบๆ อยู่ในใจให้ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คิด แต่เสียงสวดมนต์ที่ รพ.ศิริราช นั้น กลับดังกึกก้องมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะประชาชนทุกหมู่เหล่าต่างเดินทางมารวมตัวกันเพื่อส่งกำลังใจให้พระองค์

กระทั่งเวลา ๑๘.๔๗ น. รายการโทรทัศน์ทุกช่องตัดเข้าโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย พสกนิกรไทยต่างจับจ้องอยู่หน้าจอโทรทัศน์ เสียงทุกอย่างเงียบลง เพื่อรอฟังผู้ประกาศข่าวชาย อ่านประกาศจากสำนักพระราชวัง

สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ เรื่อง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร “สวรรคต” โดยระบุว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันศุกร์ที่ ๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะนั้น แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการประชวรยังคงทรุดหนักลงตามลำดับ และเสด็จสวรรคตด้วยพระอาการสงบ ณ โรงพยาบาลศิริราช เวลา ๑๕ นาฬิกา ๕๒ นาที ของวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๙ สิริพระชนมพรรษาปีที่ ๘๙ ทรงครองราชสมบัติได้ ๗๐ ปี

หลังได้ยินคำประกาศ น้ำตารื้นไหลกันทั่วทั้งแผ่นดิน เป็นวันวิปโยคที่สุดที่พสกนิกรไทยต้องสูญเสียกษัตริย์อันเป็นที่รักและเคารพของแผ่นดินไทย

ขณะที่ บรรยากาศที่ศาลาศิริราช ๑๐๐ ปี จากเดิมที่มีแต่เสียงสวดมนต์ ถูกแทนที่ด้วยเสียงร่ำไห้ของประชาชนหลายร้อยคน ทุกคนที่ฟังข่าวหน้าจอโทรทัศน์ต่างทรุดตัวลงก้มหน้าร้องไห้อาลัยอย่างยิ่งที่ต้องสูญเสีย “พ่อ” ของแผ่นดินไทยไปตลอดกาล

๑๔ ต.ค. ๕๙ บริเวณสองข้างทางตลอดเส้นทางที่ขบวนอัญเชิญพระบรมศพจะต้องเคลื่อนผ่าน ตั้งแต่ รพ.ศิริราช ไปยังพระบรมมหาราชวัง ต่างมีประชาชนสวมเสื้อสีดำมาจับจองที่นั่งเต็มทั้งสองฟากฝั่ง เพื่อเฝ้าถวายสักการะพระบรมศพ ถึงแม้แดดจะแรง อากาศจะร้อน แต่ทุกคนกลับเฝ้ารอส่งพ่อหลวงเป็นครั้งสุดท้าย และตลอดเส้นทางที่ขบวนอัญเชิญพระบรมศพเคลื่อนผ่านทุกคนก็จะก้มลงกราบพร้อมเสียงสะอื้นดังระงมบ่งบอกถึงความอาลัยอย่างที่สุด จากทุกดวงใจแด่ ธ ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

ลำดับที่ ๔ พระบรมมหาราชวัง "ความอาลัย"

หลังจากที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จ สวรรคต สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบพระบรมศพ ตลอด ๓๓๗ วัน รวมยอด ๑๒,๗๓๙,๕๓๑ คน ในแต่ละวันมีประชาชนจำนวนมากมารอเข้าคิวตั้งแต่เช้ามืด ตั้งแถวตั้งแต่โรงแรมรัตนโกสินทร์ ผ่านจุดคัดกรองบริเวณพระแม่ธรณีบีบมวยผม ยืนต่อแถวยาวหน้าศาลฎีกา ก่อนวนเข้าสนามหลวง และเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง

ประชาชนหลายคนเข้ามากราบพระบรมศพครั้งแล้ว ครั้งเล่า เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับราษฎรตลอดระยะเวลา ๗๐ ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติ โดยมีจิตอาสาและเจ้าหน้าที่จากสำนักพระราชวังคอยอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น การทำอาหารมาแจก ขี่รถจักรยานยนต์รับ-ส่ง ฟรี และจิตอาสาต่างๆ ในงานครั้งนี้ จึงได้เห็นในน้ำใจของคนไทยทุกหมู่เหล่า ที่ขอร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง ร.๙

นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้คณะต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ด้วย

ลำดับที่ ๓ สนามหลวง "ความโศกเศร้า" 

๒๖ ต.ค. ๖๐ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ประชาชนต่างเฝ้าจับจองพื้นที่บริเวณท้องสนามหลวง เพื่อร่วมพิธีในครั้งนี้ โดยมีการจัดขบวนพระบรมราชอิสริยยศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทั้งหมด ๖ ริ้วขบวน กำลังพลจำนวน ๕,๖๑๓ นาย โดยตลอดเส้นทางที่ริ้วขบวนเคลื่อนผ่าน เหล่าประชาชนต่างพนมมือก้มกราบผสมเสียงร่ำไห้ บรรยากาศเป็นไปด้วยความอาลัยอย่างที่สุด

จากนั้น ช่วงเย็นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระเมรุมาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ซึ่งสร้างขึ้นอย่างสมพระเกียรติที่สุด เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และในเวลา ๒๒.๓๐ น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นพระเมรุมาศ พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ในการถวายพระเพลิงพระบรมศพจริง บรรยากาศ ณ ขณะนั้น เป็นไปด้วยความโศกเศร้ามองไปทางไหนมีแต่หยาดน้ำตาบนใบหน้า ก่อนจะใจหายอีกครั้งเมื่อเห็นควันลอยอยู่เหนือพระเมรุมาศ เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่า “พ่อหลวง” ของเราเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว

ลำดับที่ ๒ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร "ธรรมะ"

วัดบวรนิเวศฯ เป็นวัดประจำรัชกาลของในหลวง รัชกาลที่ ๙ ในอดีตเมื่อปี ๒๔๙๙ เป็นที่ประทับขณะทรงพระผนวชเมื่อพระชนมพรรษา ๒๙ พรรษา เป็นเวลา ๑๕ วัน ที่พระตำหนักปั้นหยา และทุกวันเข้าพรรษาของทุกปี ในหลวง รัชกาลที่ ๙ จะเสด็จฯ ไปถวายพุ่มเทียน และถวายพระกฐินเป็นวัดแรก

เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๙ ต.ค. ๖๑ พระบรมราชสรีรางคารของในหลวง ร.๙ ได้ถูกอัญเชิญบรรจุลงในถ้ำศิลาใต้ฐานบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ ซึ่งเป็นพระประธานองค์หนึ่งของวัดบวรนิเวศฯ และใต้ฐานบัลลังก์ยังเป็นที่ประดิษฐานพระบรมราชสรีรางคารของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ด้วย

คุณยายจิตต์ วิจารณ์นิกรกิจ อายุ ๗๘ ปี เผยว่า วันนี้ได้มาถวายภัตตาหารเพลพระที่วัดบวรนิเวศฯ จากนั้น จึงเข้ามากราบพระบรมราชสรีรางคารของในหลวง ร.๙ ที่โบสถ์ สวดมนต์ และทำสมาธิ โดยจะนั่งรถเมล์มาจากพระราม ๗ เพื่อมาที่วัดเป็นประจำทุกวันพุธ

“ผ่านมาแล้ว ๒ ปี ท่านยังไม่ไปไหน ยังอยู่ในใจเราตลอดเวลา ซึ่งนอกจากเราจะทำความดีถวายท่านแล้ว ก็ยังได้สอนเด็กๆ คนรุ่นใหม่ให้เข้าใจว่า ท่านทำเพื่อประเทศชาติอย่างไรบ้าง เพราะหากไม่มีท่านก็คงไม่มีเราจนทุกวันนี้” คุณยาย วัย ๗๘ ปี เล่าด้วยสายตาปลื้มปีติ

ขณะที่ สองแม่ลูกคู่หนึ่งก็ได้เข้ามากราบพระบรมราชสรีรางคารของในหลวง ร.๙ ด้วยเช่นกัน โดยบอกว่า เดินมาที่วัดบวรนิเวศฯ หลายครั้งแล้ว ครั้งใดที่คิดถึงพระองค์ท่านก็จะพาคุณแม่มากราบไหว้ท่าน และทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกคิดถึงท่านอยู่ตลอดเช่นกัน แม้ตอนที่ท่านเสด็จประทับอยู่ที่ รพ.ศิริราช ก็ได้ไปยืนกราบไหว้อยู่หน้าพระราชานุสาวรีย์พระราชบิดาด้วย

ลำดับที่ ๑ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร "ครอบครัว"

วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร วัดประจำรัชกาลที่ ๕ และรัชกาลที่ ๗ ภายในวัดแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน คือ เขตพุทธาวาส เขตสังฆาวาส และเขตสุสานหลวง

สำหรับพระบรมราชสรีรางคารของในหลวง ร.๙ ไม่ได้ถูกบรรจุไว้ที่สุสานหลวง เพราะท่านทรงเป็นพระมหากษัตริย์ และได้รับการบรรจุไว้ที่ถ้ำศิลาใต้ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส อันเป็นพระประธานประจำโบสถ์วัดราชบพิธฯ โดยมีพระบรมราชสรีรางคารพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชสรีรางคาร สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ส่วนด้านบนสุดจะเป็นพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และบนแท่นด้านบนจะเป็นพระบรมอัฐิของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวอยู่ใกล้เคียงกัน

โดยในบริเวณวัดราชบพิธฯ ได้มีเจดีย์อนุสรณ์สถาน “รังษีวัฒนา” เป็นที่บรรจุพระราชสรีรางคารของ 3 สมาชิกราชสกุลมหิดล ได้แก่ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จึงคาดว่า อาจจะเป็นด้วยเหตุผลเดียวกับที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เคยทรงมีพระดำริไว้เมื่อครั้งมีพระชนม์ชีพว่า...“ฉันจะอยู่ข้างแม่” 

พระวัดราชบพิธฯ อธิบายว่า พระบรมราชสรีรางคารของในหลวง ร.๙ ถูกบรรจุไว้ใต้ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส โดยในหลวง ร.๑๐ อัญเชิญเข้าไปบรรจุ จากนั้น สมเด็จพระสังฆราชจึงทำการปิดผนึก จึงมีการอารักขาอย่างดี มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลเฝ้าอยู่ตลอดเวลา และมีกล้องวงจรปิดภายในโบสถ์ด้วย

สำหรับประชาชนที่อยากจะเข้าไปกราบไหว้พระบรมราชสรีรางคารของในหลวง ร.๙ นั้น สามารถเข้าไปกราบไหว้ในโบสถ์ได้ด้วยความสำรวม แต่งกายสุภาพ และเนื่องจากสถานที่ดังกล่าวเป็นเขตพระราชฐาน ขอความกรุณาประชาชนที่เข้ามากราบไหว้งดถ่ายภาพภายในโบสถ์

ท้ายที่สุดนี้ เชื่อว่า “พ่อ” จะยังคงอยู่ในใจพวกเราตลอดไป...

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ย้อน ๙ เรื่องราว หวนรำลึกถึงในหลวง รัชกาลที่ ๙ ตอน ๑ (คลิป)

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้