วันพุธที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
5 เรื่องรู้ลึก 'ออทิสติก' สาเหตุและวิธีรักษาโรคเหนือการควบคุม

5 เรื่องรู้ลึก 'ออทิสติก' สาเหตุและวิธีรักษาโรคเหนือการควบคุม

  • Share:

จากกรณี น้องป.4 ผู้ป่วยโรคออทิสติก ถูกพี่ ม.2 รุมทำร้ายร่างกาย จนกลายเป็นข่าวดัง วันนี้ ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ จะพาไปทำความรู้จักกับโรคนี้ ว่าใครสามารถเป็นได้บ้าง? สาเหตุเกิดจากอะไร? หากเป็นแล้วอาการที่เกิดขึ้นจะเป็นยังไง? คุณพ่อคุณแม่สังเกตอาการลูกที่ป่วยเป็นโรคนี้ได้อย่างไร ไปจนถึงวิธีการรักษา เรารวบรวมข้อมูลมาไว้ตรงนี้แล้วค่ะ...

โดยเราทำมาเป็น 5 ข้อให้เข้าใจง่ายๆ ถึงโรค, สาเหตุ, อาการ พฤติกรรม, การป้องกัน, ไปจนถึงการรักษา หากรู้เร็ว รักษาเร็ว และครอบครัวมีส่วนช่วยในการดูแล เด็กที่เป็นออทิซึม หรือออทิสติก จะมีโอกาสมีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอนค่ะ...

และต้องบอกก่อนว่าโรคออทิซึมนี้ ไม่ใช่โรคร้ายแรง น่ารังเกียจ หรือเป็นโรคติดต่อจนไม่สามารถเข้าสังคมได้ ผู้ที่ป่วยด้วยโรคนี้ยังใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนกับคนทั่วไป เพียงแต่ว่าเค้าจะต้องอยู่ในกลุ่มที่มีคนดูแลอย่างใกล้ชิด ครู อาจารย์พิเศษที่เข้าใจ และนักจิตวิทยาที่เป็นเหมือนคนในครอบครัว เพราะคุณพ่อคุณแม่จะต้องพาน้องที่ป่วยออทิซึมไปเพื่อเรียนรู้ วิเคราะห์อาการ และรักษานั่นเอง 

1. 'ออทิซึม' หรือ 'ออทิสติก' คือ?

ภาวะระบบประสาทที่ทำงานซับซ้อน ความผิดปกติทางพัฒนาการ ผู้ที่ป่วยโรคนี้จะมีความสามารถเกี่ยวกับการเข้าสังคม พัฒนาการทางภาษา ทักษะการสื่อสารที่ไม่เหมือนเด็กปกติ อาการจะแสดงในวัยเด็กก่อนอายุ 3 ปี หรืออายุ 3 ปี แต่ยังมีพัฒนาการที่ช้า กว่าปกตินั่นเอง 

2. สาเหตุ

มีหลายสาเหตุมากๆ และในปัจจุบันยังไม่มีสาเหตุที่ชัดเจนเกี่ยวกับโรค อาการเกิดจากความแตกต่างกันในสมอง ยีนเหล่านั้นจะมีผลกระทบต่อพฤติกรรมและการคิด และบางข้อมูลบอกว่า หากครอบครัวมีประวัติการป่วยออทิสติก เด็กก็มีโอกาสเป็น หรือแม้กระทั่งพ่อแม่ ที่อายุมากทั้งคู่หรือมีช่วงอายุที่ห่างจากลูกมาก ก็มีโอกาสเสี่ยงเป็นออทิสติกได้ค่ะ

นอกจากนี้ยังเกี่ยวกับที่คุณแม่ใช้ยาขณะตั้งครรภ์ ต้านชัก ป่วยโรคเบาหวาน เชื้อหัดเยอรมัน หรือการดื่มสุรา ใช้สารเสพติดของคุณแม่ ก็มีส่วนทำให้ลูกเป็นได้ทั้งสิ้น

3. อาการ พฤติกรรม ของเด็กออทิสติก

-ไม่มีการพูดคุยพบปะ หรือสังสรรค์ แสดงความคิดเห็นใดๆ กับผู้อื่นคนรอบข้าง
-ไม่รู้วิธีเล่นกับคนอื่น
-ทำพฤติกรรมซ้ำๆ
-หลีกเลี่ยงการสบตากับคนทั่วไป
-ไม่พูดคำสั้นๆ หรือ 2 คำติดกัน พูดไม่เป็นภาษา ภาษาจะต่างดาว 
-ไม่มีสัมพันกับคนรอบข้าง

4. การป้องกัน

ขณะที่แพทย์บอกว่าออทิซึม เหนือการควบคุม ไม่มีวิธีที่จะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ เพราะในบางรายอาจจะติดเชื้อตั้งแต่ในครรภ์ โดยแพทย์ก็ยังไม่ทราบได้ว่าทารกที่อยู่ในครรภ์จะติดเชื้อ และจะเป็นออทิสติกได้ ทั้งนี้ ต้องป้องกันจาก 

-การรักษาสุขภาพของคุณแม่ ฝากครรภ์ ตรวจครรภ์ ตรวจสุขภาพเป็นประจำ รับประทานอาหารให้ครบถ้วน ออกกำลังกาย ทานวิตามิน ตามคำแนะนำของแพทย์
-งดใช้ยา ไม่ควรซื้อยามาทานเอง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานยาต่างๆ ทุกครั้ง
-ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งที่มีอาการป่วย

5. การรักษา

เริ่มต้นจากพ่อแม่คนในครอบครัวดูแลอย่างถูกวิธีก่อนนะคะ ตามด้วยแพทย์ นักจิตวิทยา ครูสอนเด็กพิเศษ ทุกคนต้องเป็นทีมเดียวกัน ร่วมมือกันเพื่อช่วยผู้ป่วยออทิซึมในเบื้องต้น ต่อมาพัฒนาการด้านวิชาการต้องเป็นความร่วมมือจากคุณครู การรักษาในผู้ป่วยออทิสติกบอกไม่ได้ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนในการรักษา การรักษาจะขึ้นอยู่ที่ความรุนแรงของโรค อาการเจ็บป่วยทางกายของเค้า อายุที่เด็กเริ่มเข้ารับรักษา รูปแบบการเลี้ยงดู มีการกระตุ้นพัฒนาการของเด็กเป็นระยะๆ, ฝึกกิจวัตรประจำวัน, พฤติกรรมบำบัด, ดนตรีบำบัด หรือการบำบัดด้วยยา เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกยังเล็ก สังเกตพฤติกรรมของน้องๆ ได้ ว่าเสี่ยงหรือเข้าข่ายเป็นออทิซึมหรือเปล่า เพราะถ้าหากมีพฤติกรรมดังข้างต้นที่กล่าวมา ควรพาลูกๆ ของท่านเข้าพบแพทย์ และรับคำปรึกษาในทันทีค่ะ...

ข้อมูล pobpadhonestdocs.co/autismwikipedia

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้