วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ซินจ่าว@ฟู้ก๊วก เกาะสวรรค์..ฉันรักเธอ

ซินจ่าว@ฟู้ก๊วก เกาะสวรรค์..ฉันรักเธอ

  • Share:

ทันทีที่เครื่องบินลำยักษ์ของ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส (Bangkok Airways) แลนดิ้งลงสู่ท่าอากาศยานเกาะฟู้ก๊วก ในเขตจังหวัดเคียนเกียง (Kien Giang) ของเวียดนาม ความตื่นเต้น ตื่นตา ตื่นใจของเราก็เริ่มต้นขึ้น

อย่างหนึ่งก็คือ เป็นครั้งแรกที่รู้ว่า เวียดนามมีทะเลและชายหาดสวยๆให้เที่ยว นอกเหนือจากนาขั้นบันได หรือ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์อันเป็นอนุสรณ์แห่งความเจ็บช้ำของสงครามเมื่อหลายสิบปีก่อน

เกาะฟู้ก๊วก (Phu Quoc) อยู่ตรงไหนของเวียดนาม...

เป็นใครก็คงต้องถามแบบนี้ เพราะเราเคยได้ยินแต่ชื่อ ฮานอย โฮจิมินห์ ฮอยอัน เว้ หรือแม้แต่ ฮาลองเบย์

จริงๆแล้วเกาะฟู้ก๊วกอยู่ใกล้กับเมืองไทยมากๆ เอาง่ายๆ ตรงข้ามกับจังหวัดชุมพรของเรานี่เอง โดยเป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม มีพื้นที่ทั้งหมดราว 570-590 ตารางกิโลเมตร มีเกาะบริวารโดยรอบอยู่ 28 เกาะ ประชากรของที่นี่ไม่มากแค่ 80,000-100,000 คนเท่านั้น แต่ที่กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเห็นจะเป็นนักท่องเที่ยว ทั้งจากไทย จีน และยุโรป ที่มากที่สุดไม่ต้องเดาก็รู้ว่าชาติพันธุ์มังกรอย่างจีนเริ่มทะลักเข้าสู่เกาะทางตะวันตกของเวียดนามแห่งนี้แบบทะลักทลาย...

อย่างหนึ่งอาจเป็นเพราะวิถีวัฒนธรรมการกินอยู่ที่ใกล้เคียงกัน และที่นี่ก็มีทะเลที่สวยงามไม่แพ้ทะเลในเขตอันดามันของไทยอย่างภูเก็ต พังงา กระบี่ เพียงแต่สำหรับฟู้ก๊วกแล้ว ทะเลยังสด เป็นสีเทอร์ควอยซ์ใส ทำให้มองเห็นพื้นทรายและแนวปะการังใต้ท้องทะเลได้อย่างเต็มตา ที่นี่จึงเป็นที่ชื่นชอบของบรรดานักดำน้ำโดยเฉพาะการดำสน็อกเกิล แบบเพลินๆสบายๆ

สิ่งที่เป็นเสน่ห์และสีสันของเกาะฟู้ก๊วกที่เราสัมผัสได้ในทันทีที่ขึ้นสู่เกาะคือ ความมีอัธยาศัยของผู้คนที่นี่ ที่จะยิ้มแย้ม แจ่มใส ต้อนรับนักท่องเที่ยว บางคนไม่ใช่คนเวียดนามแท้ๆ แต่มาใช้ชีวิตบนเกาะจนกลมกลืนกลายเป็นเวียดนามมิสท์ไปโดยปริยาย

ชายหาดที่ขึ้นชื่อที่สุดของฟู้ก๊วก คือ Sao Beach เป็นชายหาดที่ยาวถึง 7 กิโลเมตร ตลอดทางร่มรื่นด้วยต้นมะพร้าวตลอดแนวชายหาด แถม... เม็ดทรายที่นี่ยังขาว ละเอียด นุ่มเท้าอีกต่างหาก

มาถึงฟู้ก๊วก...แล้ว สิ่งที่พลาดไม่ได้เลย คือการนั่งเคเบิ้ลคาร์ข้ามทะเลที่ยาวที่สุดในโลกที่ Sun World Hon Thom Nature Park ด้วยระยะทางกว่า 7 กิโลเมตร ระหว่างทางสามารถมองเห็นความสวยงามของทะเลใส หาดทรายขาว ตัดกับท้องฟ้าใสสีสด และยังมองเห็นหมู่บ้านชาวเกาะที่อยู่เบื้องล่าง เรียกว่า ทั้งสนุก เพลิดเพลินและตื่นเต้นจนแยกไม่ออกว่าเป็นอารมณ์ไหนเลยทีเดียว...

ทริปนี้นอกจากสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เอเชียบูทีค แอร์ไลน์ สายการบินเดียวที่มีเที่ยวบิน

บินตรงสู่เกาะฟู้ก๊วก เป็นเจ้าภาพหลักแล้ว เรายังได้รับเกียรติให้เข้าพักในโรงแรมสุดหรูบนเกาะ อย่าง Dusit Princess Moonrise Beach Resort ซึ่งตั้งอยู่ด้านตะวันตกของเกาะ ห่างจากสนามบินเพียง 6 กิโลเมตร เรียกว่าลงจากเครื่องบินปุ๊บยังไม่ทันได้หายใจก็ถึงโรงแรมแล้ว

สำหรับ โรงแรมดุสิต ปรินซ์เซส มูน ไรส์ บีช รีสอร์ท ออกแบบในสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานความเป็นไทยในแบบดุสิตกับวัฒนธรรมเวียดนาม เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว ที่มีห้องพักมากถึง 108 ห้อง โซนที่เป็น sea view สามารถมองเห็นชายหาดที่ชื่อว่า ไบ่ เตรือง ที่ถือว่าเป็นหาดที่มีทรายเม็ดละเอียด นิ่ม และมีบรรยากาศโรแมนติกเหมาะกับการชมพระอาทิตย์ตกดินมากที่สุดแห่งหนึ่งบนเกาะ

ฟังการออกเสียงตอนแรกนึกว่าเป็นภาษาเขมร ซึ่งพอถามไถ่ไปจริงๆก็ได้ความว่า น่าจะมีความเกี่ยวพันกันอยู่บ้าง เพราะตามประวัติศาสตร์สมัยโบราณ เกาะฟู้ก๊วก เคยอยู่ภายใต้การปกครองของเขมร ก่อนที่จะถูกฝรั่งเศสครอบครอง พอถึงช่วงสงครามเวียดนาม เกาะฟู้ก๊วกก็ถูกทหารเวียดนามยึดเพื่อใช้เป็นที่คุมขังนักโทษ หลังจากสงครามเวียดนาม-กัมพูชาสิ้นสุดลง ฟู้ก๊วกจึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของเวียดนามจนกระทั่งปัจจุบัน

จริงๆแล้วชายหาดสวยๆบนเกาะแห่งนี้มีหลายหาด ที่ดังมากๆเห็นจะเป็น หาดไบ่ไต๋ หนึ่งในหาดทรายที่สวยที่สุดของเกาะ มีระยะทางยาวกว่า 15 กิโลเมตร ได้รับการยกย่องว่าสวยงามติดอันดับท็อป 5 ของชายหาดที่มีความเป็นธรรมชาติที่สุดในโลก นอกจากนี้ ยังมีหาด หาดไบ่สาว หรือ หาดปลาดาว ชายหาดที่ได้ชื่อว่ามีน้ำทะเลใสที่สุดบนเกาะฟู้ก๊วก และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวในช่วงเดือน ต.ค.ต่อเนื่องถึงต้น พ.ย. เนื่องจากจะมีบรรดาปลาดาว พากันขึ้นมาอาบแดดกันอย่างครึกครื้น...ส่วนหาดที่คึกคักที่สุดคือ หาดที่ชื่อว่า Long Beach เป็นชายหาดแห่งความบันเทิง ที่มีระยะทางยาวมากกว่า 20 กิโลเมตร

อีกอย่างที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาฟู้ก๊วกคือ การเที่ยวตลาดกลางคืน หรือ Night Market ถนนคนเดินซึ่งเป็นแหล่งรวมของกินและของที่ระลึกยามค่ำคืน ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านอาหารสุดชิค Chuon Chuon ที่บรรดาบล็อกเกอร์ และเจ้าของเพจท่องเที่ยวนิยมไปเช็กอิน เพราะเป็นร้านอาหารที่สามารถชมบรรยากาศพระอาทิตย์ตกดินแบบพาโนรามาได้แบบสวยสุดๆ รวมทั้งร้าน The Crab house ที่มีเมนูซิกเนเจอร์เป็นสารพัดซีฟู้ดตัวใหญ่ยักษ์เต็มกะละมัง คลุกด้วยซอสสูตรเฉพาะของร้าน คล้ายกับกุ้งถังของบ้านเรา

ตื่นเช้ารับอากาศดี แดดอ่อนๆทำให้อดใจไม่ไหวที่จะต้องลงว่ายน้ำออกกำลังกายกันเล็กน้อยในสระว่ายน้ำระบบเกลือ ที่ช่วยให้ร่างกายขับสารพิษออกมา ทำให้หลังจากขึ้นจากสระแล้วจะรู้สึกสดชื่นก่อนจะไปทำสปาตัวต่อ...แบบนี้ไม่เรียกว่าสวรรค์ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรกันละ


เอาเป็นว่า ถ้าเบื่อภูเก็ต กระบี่ พังงา ที่เที่ยวมาแล้วหลายครั้งและอยากเปลี่ยนบรรยากาศไปเที่ยวต่างประเทศบ้าง แนะนำที่นี่เลย ฟู้ก๊วก...บินตรงจากสุวรรณภูมิแค่ชั่วโมงเดียว...

พอลืมตาตื่นจากบนเครื่องบินแค่อึดใจโลกก็เปลี่ยนไปเป็นสวรรค์เสียแล้ว...!!!

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้