วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หลักไมล์นำชีวิต

หลักไมล์นำชีวิต

โดย มิสแซฟไฟร์
13 ต.ค. 2561 05:01 น.
  • Share:

ตลอด 70 ปีที่ผ่านมา ทรงแสดงให้ดูหมดทุกอย่าง ทรงทำหมดทุกอย่าง ทรงคิดหมดทุกอย่างเพื่อรักษาประเทศนี้ไว้ ไม่ใช่เพียงรักษา ทรงสอนด้วย ทรงนำด้วย ทรงทำให้ดูด้วย พวกเราพสกนิกรเห็นพระเจ้าอยู่หัว แต่ไม่เคยมองพระเจ้าอยู่หัวเลย ชื่นชม...แต่ไม่เคยทำตาม

คนไทยจำนวนไม่น้อยกำลังใช้ชีวิตตามอย่างโลกตะวันตก ยึดติดกับวัตถุ และบูชาเงินมากกว่าจะให้คุณค่ากับการทำความดี จนละเลยเรื่องของจิตใจอันละเอียดอ่อน ทั้งๆที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในทุกด้าน ดูได้จากพระราชจริยวัตรที่ทั้งเรียบง่าย ประหยัด พอเพียง และมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของชาวตะวันออกมาช้านาน

ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปเร็วแค่ไหน เราจะถูกเทคโนโลยีดิสรัปชั่นจนปั่นป่วนวุ่นวายขนาดไหน แท้จริงแล้วความสุขที่ยั่งยืนของคนไทยอยู่ใกล้แค่มือเอื้อม ถึงเวลาแล้วที่จะเลิกไขว่คว้าหาความเจริญทาง เศรษฐกิจแบบไม่ยั้งคิด แล้วหันมาตามรอยพระยุคลบาทใช้ชีวิตอย่างพอดีและพอเพียงแก่ตัวเองจริงๆ

“ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ยังคงใช้ได้ดีในทุกยุคทุกสมัย เป็นหลักไมล์นำชีวิตที่จะมุ่งหน้าสู่ความสุขจริงแท้ แนวพระราชดำริของล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 9 ให้รู้จักความพอดีและพอเพียง ได้พระราชทานไว้ตั้งแต่ปี 2517 ก่อนที่ประเทศไทยจะเผชิญกับวิกฤติต้มยำกุ้งด้วยซ้ำ ทรงเตือนสติคนไทยทั้งประเทศให้ตื่นจากการหลงผิดและถูกครอบงำโดยลัทธิทุนนิยม

หัวใจสำคัญของ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” คือ ความพอดี, พอประมาณ, การใช้ชีวิตให้เหมาะกับฐานะของตัวเอง, ไม่ฟุ้งเฟ้อเกินตัว, ไม่โลภ, ไม่เบียดเบียนผู้อื่น, รู้จักสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเอง โดยใช้ความรู้, เหตุผล และคุณธรรม เป็นพื้นฐานดำรงชีวิต หลายคนเข้าใจผิดว่า “พอเพียง” คือไม่พัฒนาตัวเอง ยอมล้าหลัง และถอยหลังเข้าคลอง อันนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง

“...ฉันพูดเศรษฐกิจพอเพียงความหมายคือ ทำอะไรให้เหมาะสมกับฐานะของตัวเอง คือทำจากรายได้ 200-300 บาท ขึ้นไปเป็นสองหมื่นสามหมื่นบาท คนชอบเอาคำพูดของฉัน เศรษฐกิจพอเพียงไปพูดกันเลอะเทอะ “เศรษฐกิจพอเพียง” คือทำเป็น Self-Sufficiency มันไม่ใช่ความหมาย ไม่ใช่แบบที่ฉันคิด ที่ฉันคิดคือเป็น Self-Sufficiency of Economy เช่นถ้าเขาต้องการดูทีวี ก็ควรให้เขามีดู ไม่ใช่ไปจำกัดเขาไม่ให้ซื้อทีวีดู เขาต้องการดูเพื่อความสนุกสนาน ในหมู่บ้านไกลๆที่ฉันไป เขามีทีวีดู แต่ใช้แบตเตอรี่ เขาไม่มีไฟฟ้า แต่ถ้า Sufficiency นั้น มีทีวีเขาฟุ่มเฟือย เปรียบเสมือนคนไม่มีสตางค์ไปตัดสูทใส่ และยังใส่เนกไทเวอร์ซาเช่ อันนี้ก็เกินไป...พอเพียงมีความหมายกว้างยิ่งกว่านี้อีก คือคำว่าพอ ก็พอเพียงนี้ก็พอแค่นั้นเอง คนเราถ้าพอในความต้องการก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย ถ้าประเทศใดมีความคิดอันนี้ มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง หมายความว่าพอประมาณ ซื่อตรง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข พอเพียงนี้อาจจะมี มีมากอาจจะมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น...”

พระราชดำรัสดังกล่าวของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 คงเตือนสติคนไทยได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในยามนี้ ที่แสงสว่างแห่งความดีกำลังริบหรี่เต็มทีในสังคมไทย.

มิสแซฟไฟร์