วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อ้างจ้างคนฆ่าหมีขอ หนึ่งใน 2 อส.ให้การ 'รับสารภาพ'

อ้างจ้างคนฆ่าหมีขอ หนึ่งใน 2 อส.ให้การ 'รับสารภาพ'

  • Share:

ลุงปลัดอภ.มอบตัวเพิ่ม-ปฏิเสธ


แจ้งจับลุงของปลัดอำเภอฉาวเพิ่มอีก 1 คนคดีล่าหมีขอ ตรวจสอบภาพในภายหลังพบหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พอทราบเรื่องรีบเดินทางไปมอบตัวอ้างไม่ได้หลบหนี แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่มาสอบถามหรือเรียกไปสอบเลยอาศัยรถชาวบ้านกลับ ขณะที่ “ศรีวราห์” ลงพื้นที่สอบ อส. 1 ใน 2 รับสารภาพเป็นเจ้าของปืนติดลำกล้อง อ้างมอบปืนให้ชาวมอญนำไปยิงหมีขอ แต่ไม่ได้ไปด้วย ส่วนผลตรวจสอบรถ 2 ใน 6 คันพบสวมทะเบียนปลอม

กรณีนายวัชรชัย สมีรักษ์ อายุ 41 ปี หรือปลัดแมน ปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี พร้อม อส.2 นายและพวกรวม 11 คนถูกนายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค น.ส.เนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยคและเจ้าหน้าที่อุทยานฯ จับกุมพร้อมของกลางปืนยาว.22 ติดลำกล้อง กระสุนปืน รวมทั้งอุ้งเท้าหมีขอ 4 ข้าง ขณะขับรถออฟโรด 6 คัน ออกจากป่าในเขตหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติไทรโยค ที่ ทย.6 (เขาพลู) อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี และอ้างว่าเข้าไปทำบุญที่สำนักสงฆ์เต่าดำ ไม่ได้เข้าไปล่าสัตว์ ส่วนอุ้งตีนหมีขอซื้อจากชาวบ้านในราคา 100 บาท

เบื้องต้นทั้งหมดถูกดำเนินคดีข้อหาร่วมกันล่าสัตว์ป่าฯ มีซากสัตว์ป่าคุ้มครองไว้ในครอบครองฯ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและข้อหาอื่นๆ รวม 9 ข้อหา หลังถูกดำเนินคดีนายวัชรชัยยังถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อนพร้อมตั้งกรรมการสอบสวนเอาผิดวินัย ส่วน อส.ด่านมะขามเตี้ย 2 นายที่ร่วมในคณะถูกสั่งพักงานด้วย ภายหลังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจภาค 7 ได้ตรวจพบหลักฐานสำคัญเพิ่มเติม บริเวณป่าเขาพลู หมู่ 8 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค พบปลอกกระสุนปืน 9 มม. 25 ปลอก และปลอกกระสุนปืน 11 มม. 6 ปลอกถูกโยนทิ้งข้างทางฝั่งขวา และตรวจสอบบริเวณสำนักสงฆ์เต่าดำพบหลักฐานและวัตถุพยานเพิ่มเติมรวม 10 ชิ้น อาทิ ชิ้นเนื้อซากสัตว์ป่าคล้ายลักษณะส่วนของกรามปากด้านล่างของหมีขอ ขนสัตว์ป่าสีดำ 3 จุดและเศษกระดูก เครื่องในสัตว์ป่า บริเวณครัวหลังที่ตั้งแคมป์ในสำนักสงฆ์

ต่อมาเวลา 09.30 น.วันที่ 10 ต.ค. นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยคพร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่เก็บหลักฐานเพิ่มเติมในที่เกิดเหตุสำนักสงฆ์เต่าดำอีกครั้ง ผลปรากฏว่า พบหัวกระสุนปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ในกระบอกไม้ไผ่ 1 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และบริเวณหน้าสำนักสงฆ์พบปลอกกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 2 ปลอก สภาพเก่าเบื้องต้นคาดว่าไม่เกี่ยวกับคดีแต่ทำให้ทราบว่าบริเวณนี้มีการยิงปืนแก้บนเกิดขึ้นบ่อยครั้ง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงปูพรมค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมต่อไป

จากนั้นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค เปิดเผยว่า ได้ตรวจหลักฐานภาพถ่ายในที่เกิดเหตุ พบว่ามีบุคคลที่เป็นผู้ต้องสงสัยกระทำผิดร่วมกับปลัดและพวกอีก 1 คนจึงมอบหมายให้ น.ส.เนตรนภา งามเนตร ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯเข้าร้องทุกข์กับ ร.ต.อ.อภิชัย พุ่มชัย รอง สว.(สอบสวน) สภ.ไทรโยค เจ้าของคดีเพิ่มเติมรวมเป็นผู้ต้องหาคนที่ 12 โดยผู้ต้องหารายล่าสุดนี้เชื่อว่าน่าจะมีส่วนร่วมกระทำผิดในคดี แต่ได้หายตัวไประหว่างจับกุมโดยอาศัยจังหวะช่วงชุลมุนหลบหนีทราบชื่อว่านายสมเกียรติ เพ็งนาเรนทร์ บ้านอยู่หมู่ 1 ต.บ้านคา อ.บ้านคา จ.ราชบุรี และเป็นลุงของนายวัชรชัย สมีรักษ์ หรือปลัดแมนที่ถูกดำเนินคดีด้วย

ภายหลังผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามนายสมเกียรติ เพ็งนาเรนทร์ อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41/1 หมู่ 1 ต.บ้านคา อ.บ้านคา จ.ราชบุรี พ่อค้าขายลูกชิ้นและเป็นลุงของปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ยเดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.เศรษฐสิริ นิพภยะ ผกก.สภ.บ้านคาเพื่อแสดงตัวหลังทราบว่าถูกแจ้งดำเนินคดี โดยมีนายประทีป เหิมพยัคฆ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่น้ำภาชีคุมตัวไปส่งที่ สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรีท้องที่เกิดเหตุ โดยนายสมเกียรติเปิดเผยว่า ในวันที่เจ้าหน้าที่จับกุมกลุ่มออฟโรดนั้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้มาขอข้อมูลหรือสอบถามรายละเอียดอะไร คิดว่าคงไม่มีอะไรเลยขออาศัยรถชาวบ้านกลับ

“ยืนยันไม่ได้หลบหนีไปไหนและไม่ได้ถูกควบคุมตัวแต่อย่างใด ผมอยู่ในบริเวณที่ทำการอุทยานฯจนดึก ส่วนวันที่เดินทางเข้าไปนั้นเพื่อจะไปแก้บนและทำบุญที่สำนักสงฆ์ เพราะหลานชายสอบคัดเลือกได้เป็นนายอำเภอ และยังไม่รู้จักกลุ่มคนที่มากับรถออฟโรดเพราะตนแค่อาศัยนั่งรถเข้าไปเพื่อทำบุญเท่านั้น สำหรับซากหมีขอที่เจ้าหน้าที่พบภายหลังนั้นผมไม่ทราบ เพราะออกเดินทางไปถึงตอนเย็นก็กินข้าวเย็นแล้วนอน รุ่งเช้านำกับข้าวเตรียมขึ้นไปถวายพระที่สำนักสงฆ์แค่นั้น” นาย สมเกียรติกล่าว

น.ส.นุช สอดศรี อายุ 41 ปี ญาติสนิทอีกคนของปลัดแมน กล่าวว่า ปลัดแมนเป็นคนจิตใจดี คนตรง แม้แต่ยาเสพติดก็ไม่ให้ญาติเข้าไปยุ่งเกี่ยว ญาติพี่น้องมีคดีเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ไม่เคยเอาตำแหน่งเข้ายุ่งเกี่ยว ส่วนเรื่องคดีนี้ตนไม่รู้เรื่อง แต่วันศุกร์ที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ปลัดแมนมาที่ อ.บ้านคา บอกว่าสอบเลื่อนเป็นนายอำเภอได้จะไปแก้บน และทำบุญ ส่วนปืนที่พบในตัวเป็นปืนประจำตำแหน่งอยู่แล้ว ยังรู้สึกเสียใจว่าบางเพจ บางสื่อโจมตีเขาทั้งที่ยังไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ที่ สภ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เวลา 11.00 น.วันเดียวกัน พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เดินทางไปติดตามคดีล่าหมีขอ โดยฟังบรรยายสรุปจาก พล.ต.ต.ธนา ชูวงศ์ รรท.ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สุพัฒน์ เชยชิด รอง ผบช.ภ.7 ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีนี้ พล.ต.ต.สุวิทย์ ชาวศรีทอง รรท.ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผบก.ปทส. พ.ต.อ.พูนศักดิ์ ประเสริฐเมธ รอง ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี หัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีเสือดำ พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ รอง ผบก.ภ.จ.กาญจนบุรี พ.ต.อ.ธานี สงวนจีน ผกก.สภ.ไทรโยค พ.ต.อ.ศราณุ โสมทัต ผกก.5 บก.ปทส. พ.ต.อ.ทศพร ปทุมยา ผกก.ตชด.ที่ 13 และ พ.ต.อ.สำราญ กลั่นมา ผกก.ตม.จ.กาญจนบุรี

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายอนุสรณ์ เรือนงาน หรือ อส.ออย อส.อำเภอด่านมะขามเตี้ย 1 ใน 12 ผู้ต้องหา มาให้ พล.ต.อ.ศรีวราห์สอบปากคำต่อหน้าสื่อมวลชนโดยนายอนุสรณ์รับสารภาพว่าได้นำปืนของกลางเป็นปืนลูกกรด .22 ติดลำกล้องพร้อมเครื่องเก็บเสียงซึ่งเป็นของพี่ชายไปให้นายตาต้า ไม่มีนามสกุล ชาวมอญ ซึ่งเป็นผู้ดูแลสำนักสงฆ์เต่าดำออกไปยิงหมีขอโดยนายตาต้าออกไปกับนายจิระ ไม่มีนามสกุล ชาวมอญเป็นคนงานในสำนักสงฆ์ ซึ่งจุดที่ยิงอยู่ห่างไปจากสำนักสงฆ์ประมาณ 2 กม. ทั้งตนและปลัดแมนไม่ได้ไปด้วย กระทั่งนายจิระได้นำอุ้งตีนหมีขอ 4 อันมาใส่ไว้ในรถของตน แต่ชิ้นส่วนอื่นๆตนไม่ทราบ ส่วนปืนที่นำเข้าไปในเขตอุทยานฯเพื่อเอาไปยิงแก้บนเท่านั้น

จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ได้สอบปากคำนายสมเกียรติ เพ็งนาเรนทร์ ชาว อ.บ้านคา จ.ราชบุรี ผู้ต้องหาคนที่ 12 หรือรายล่าสุดที่เดินทางไปถึงพอดีโดยนายสมเกียรติให้การเหมือนที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อทุกอย่าง ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ขนส่งจังหวัดกาญจนบุรีได้มาตรวจสอบรถออฟโรดทั้ง 6 คันพบว่ารถของนายอนุสรณ์ เรือนงาม หรือ อส.ออย เป็นรถสวมทะเบียนด้วยการตัดต่อคัสซีช่วงหมายเลขตัวถังรถ ส่วนอีกคันเป็นรถซูซูกิคาริเบียนมีการเปลี่ยนแปลงหมายเลขคัสซีเช่นกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ขนส่งต้องส่งตรวจพิสูจน์หลักฐานอีกครั้ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคนำของกลางซากสัตว์ป่าจากคดีล่าหมีขอ ในพื้นที่ป่าอุทยานฯไทรโยคส่งมอบให้นาง กนิตา อุ่ยถาวร หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชเพื่อตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอซากอุ้งตีนหมีขอ ซึ่งนางกนิตา กล่าวว่า สำหรับของกลางและวัตถุพยานที่ส่งมอบมาในครั้งนี้ อาทิ ซากอุ้งตีนหมีขอ 4 ซาก ฟันกรามล่าง เศษกระดูก ขนสัตว์ป่า มีดพร้า มีดทำครัว หม้อทำครัว เขียง เป็นต้น โดยได้ตั้งโจทย์เป็น 2 คำถาม คือ 1.ซากสัตว์ป่าดังกล่าวเป็นสัตว์ป่าชนิดไหน และเป็นสัตว์ป่าตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครอง พ.ศ.2535 หรือไม่ 2.การตรวจดีเอ็นเอจากซากสัตว์ป่าและวัตถุพยาน เป็นสัตว์ป่าตัวเดียวกันหรือไม่ คาดจะรู้ผลประมาณ 1-2 สัปดาห์ แต่เนื่องจากคดีนี้มีวัตถุพยาน ต้องนำผลการตรวจมาเชื่อมโยงกัน จึงคาดว่าไม่เกิน 1 เดือนจะรู้คำตอบทั้งหมด

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีปลัดอำเภอด่านมะขามเตี้ยและ อส.ถูกจับคดีล่าหมีขอในเขตอุทยานฯว่า เรื่องนี้เช่นเดียวกันกับคดีเสือดำ ไม่เข้าใจว่าทำไมยังมีคนประเภทนี้อีก ตอนนี้กำลังสอบสวนและทราบว่าได้ให้ออกจากราชการเอาไว้ก่อนตามนโยบายของรัฐบาลเพื่อสอบสวนและนำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่มีละเว้นให้ใครทั้งสิ้น “น่าสงสารสัตว์นะ ไม่รู้จะฆ่ามันทำไม มีอะไรให้กินตั้งเยอะแยะ และตัวเองก็เป็นข้าราชการด้วย ยิ่งไม่เหมาะสมใหญ่” ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ผู้ต้องหาเพิ่งได้รับการประกันตัวไปแต่การดำเนินการทางวินัยเป็นเรื่องของ ผวจ.กาญจนบุรี ต้องเข้าไปสอบสวน ขณะที่คดีอาญาเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่ามีการแจ้งความดำเนินคดีต้องดำเนิน–การไป ยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายทุกอย่าง

พล.ต.อ.ศรีวราห์ให้สัมภาษณ์ในช่วงเย็นวันเดียวกันว่าสั่งการให้ ผกก.ตม.จ.กาญจนบุรี เร่งสืบหาประวัติของนายตาต้ากับนายจิระสองชาวมอญที่ถูกซัดทอดว่าเป็นคนยิงหมีขอว่าเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศ ไทยอย่างถูกต้องหรือไม่โดยให้เวลา ตม.จ.กาญจนบุรีตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายใน 3 วันและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบพื้นที่สำนักสงฆ์เต่าดำ อีกด้วยว่าสร้างอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะ จากการรายงานของผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยคพบว่า พื้นที่สำนักสงฆ์ดังกล่าวกรมอุทยานฯยังไม่ต่อสัญญาให้

ทั้งนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า คดีหมีขอเป็นการทำคดีที่ค่อนข้างยาก แตกต่างจากคดีเสือดำเป็นอย่างมาก เนื่องจากคดีเสือดำมีหลักฐานครบ เช่น ซากเสือสามารถนำมาประกอบเป็นตัวได้ และมีร่องรอยของรูกระสุน ส่วนคดีหมีขอนั้นเจ้าหน้าที่มีหลักฐานเพียงแค่ขาของหมีขอ 4 ขาเท่านั้น ดังนั้นการรวบรวมพยานหลักฐานจึงค่อนข้างที่จะล่าช้า เพราะพนักงานสอบสวนต้องรวบรวมหลักฐานให้รัดกุมเพื่อส่งสำนวนให้กับอัยการพิจารณาสั่งฟ้อง

ต่อมาชุดสืบสวน สภ.ไทรโยคได้จับกุมนายตาต้า ชาวมอญ ที่นายอนุสรณ์ เรือนงาม อส.ที่ถูกจับซัดทอดว่า เป็นคนลงมือยิงหมีขอ จากการสอบสวนนายตาต้าให้การว่าเป็นผู้ลงมือยิงหมีขอจริงโดยมีชาย 2 คนในกลุ่มของปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอด่านมะขามเตี้ยที่บอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่สั่งให้ยิงหมีขอ ตนกลัวจะถูกจับกุมเพราะเป็นต่างด้าวเลยต้องยอมทำตามโดยชายดังกล่าวเป็นคนนำปืนมาให้ และมีชายหนึ่งในนั้นทำหน้าที่ส่องไฟ อีกคนหนึ่งทำหน้าที่เก็บซากหมีขอหลังถูกยิง

จากการตรวจสอบพบจุดที่หมีขอถูกยิงอยู่บนต้นไทร ห่างจากที่ตั้งแคมป์ของกลุ่มผู้ต้องหาราว 300 เมตรและห่างจากเส้นทางเข้าสู่สำนักสงฆ์ประมาณ 20 เมตรเท่านั้น สามารถมองเห็นได้ง่ายซึ่งต้นไทรดังกล่าวสูงประมาณ 10-12 เมตร และลูกไทรกำลังสุกคาดว่าหมีขอน่าจะมากินลูกไทร กลุ่มผู้ต้องหาจึงอาศัยจังหวะดังกล่าวยิงหมีขอและนำซากมาชำแหละทำอาหารกินที่ริมลำห้วยข้างที่พัก

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้