วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไขปริศนาเทศกาลกินผัก ทางใต้ดุกว่ากรุงเทพฯ

ไขปริศนาเทศกาลกินผัก ทางใต้ดุกว่ากรุงเทพฯ

  • Share:

“ไม่ว่าคุณกินเจหรือไม่กินเจ ก็อยากให้ทานกระเพาะปลาเจ หูฉลามเจ กวยจั๊บเจแบบไม่ใส่ไส้เทียม เพราะนี่คือสุดยอดน้ำซุปที่ดีที่สุด ปีนึงได้ทานแค่ช่วง 10 วันนี้เท่านั้น...

คนทำต้องใช้ผักเป็นสิบๆกิโลกว่าจะต้มได้น้ำซุปผักที่ใสหวานอย่างนี้ หาทานก็ไม่ยาก ทุกแหล่งที่มีขายอาหารเจจะต้องมี”

คำแนะนำข้างต้นนี้มาจาก จิตรา ก่อนันทเกียรติ นักสะสมความรู้เรื่องจีนที่เขียนเรื่องจีนมาตั้งแต่อายุยังไม่ 30...ปีนี้อายุ 61 ปีแล้ว และกินเจมานานกว่า 20 ปี

จิตรา บอกว่า ปี 2561 เทศกาลกินเจเดือน 9 ของจีน เริ่มตั้งแต่วันที่ 8-17 ต.ค. คำถามก็มักจะซ้ำเดิมว่าคนจีนกินเจทำไม คำตอบคือเพื่อให้อายุยืนและไปไหว้ที่ศาลเจ้าเพื่อปัดเป่าเคราะห์จะได้โชคดี แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่กินผักกลิ่นฉุน โดยกินเจในกรุงเทพฯและภาคกลางจะชิลๆ ไม่มีร่างทรงที่ทำอะไรน่ากลัวเหมือนทางใต้

จากการเก็บข้อมูลกินเจร่วม 20 ปีจนเข้าใจในความแตกต่างของเทศกาลกินผักทางใต้กับกินเจของกรุงเทพฯได้ความว่า...เมื่อวันที่ 29 กันยายน...ที่ผ่านมา คงได้เห็นข่าวไฟไหม้ภูเขาจำลองในสวนสนุกของห้างยักษ์ใหญ่ที่ภูเก็ต รายละเอียดบอกว่าสร้างเป็นเขาพระสุเมรุ มีพญาครุฑอยู่บริเวณหน้าห้างที่ถูกไฟไหม้ไม่เป็นอะไรเลย...“ผู้ใหญ่ภูเก็ตที่รู้ประวัติเกาะภูเก็ตดี ให้ความเห็นกันว่า อยากเอาครุฑมาล่อนาคดีนัก ข่มให้ดูซะเลย”

จิตราไปเก็บข้อมูลทางใต้ประมาณ 30 ครั้ง เป็นการไปภูเก็ต 17 ครั้ง...อย่างที่ตรังไป 5 ครั้ง ไม่รวมกระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี เกาะสมุย ทุกแหล่งที่ไปต้องมีแฟนคลับที่เป็นคนท้องถิ่นประสานงานผู้ใหญ่วัย 70-80 ปีขึ้นไป ที่ช่วยงานศาลเจ้าเก่าแก่อายุกว่า 100 ปีมาหลายสิบปี

แต่...เท่านี้ไม่พอ ยังต้องหาอ่านจากหนังสือที่เขียนโดยคนท้องถิ่นอีกหลายเล่ม

กรณีห้างใหญ่สร้างครุฑล่อนาคทำให้ไฟไหม้ใหญ่โต จิตรา บอกว่า ถ้ารู้ตำนานแล้วจะยิ่งหนาว ในขณะที่คนภูเก็ตอีกรายบอกว่า “ไฟไหม้ภูเขาและพญาครุฑหน้าห้างยังไม่น่ากลัว เพราะไหม้แค่ครึ่งวัน ก่อนหน้านี้ไม่นาน บนถนนเส้นเดียวกับห้าง ไฟไหม้โกดังเก็บเฟอร์นิเจอร์ ไหม้นานถึง 2 วัน 1 คืน แต่ตราครุฑพระราชทานนั้นตั้งได้ถูกที่อย่างน่าทึ่ง”

ถ้าใครไปใต้แล้วช่างสังเกตแบบจิตรา ควรจะสะดุดกับศาลพระภูมิที่ตั้งหน้าบ้าน กับมองเข้าไปในบ้านที่เป็นห้องแถว จะเห็นการตั้งพระที่เน้นเป็นเทพเจ้าจีน ตั้งเป็นแผงประจัญบาน อยากให้นึกถึงตอนน้ำท่วมปี 2554

แต่ละบ้านต้องก่อกำแพงปูนกั้นน้ำ หรือใช้กระสอบทรายทำแนวกั้นน้ำ คิดว่าเหมือนคนทางใต้ต้องตั้งป้อม “เอาพลังเจ้า” สู้กับ “พลังลี้ลับที่มองไม่เห็น” และแทบทุกศาลเจ้าของทางใต้จะตั้ง “นาจา” เป็นองค์แรกด้านหน้าศาลเจ้า เพราะนาจามีตำนานฆ่าลูกพญามังกรตาย จึงเชื่อว่านาจาข่มอาถรรพณ์คลื่นลมทะเลได้

บางศาลเจ้ามีตั้งเทพนาจาเกินกว่า 10 องค์ด้วยซ้ำไป และเมื่อถึงเทศกาลกินผัก คนใต้จะนิยมอุ้ม “พระ” หรือเทพเจ้าที่ตั้งบูชาที่บ้าน มาฝากไว้ที่ศาลเจ้า มาขออาศัยควันธูปนับพันนับหมื่นดอกของชาวบ้านที่มาไหว้ ช่วยเพิ่มพลังให้ แถมด้วยการฝากเบิกเนตรพระใหม่ด้วย ซึ่งกรุงเทพฯและภาคกลางไม่มี

จะมีเหมือนกันที่การต้องตั้งเสาสูงเพื่อแขวนตะเกียงบูชาเจ้า 9 องค์ หรือ “กิ่วอ๋องไต้ตี้” แต่พิธีตั้งเสาของทางใต้จะเยอะกว่าตั้งแต่ต้องหาลำไม้ไผ่ที่สูงที่สุดของถิ่น และต้องแกร่งไม่ใช่เปราะโดนลมแรงๆก็หัก

บางปีได้ต้นไผ่ที่แก่สุดๆ เวลาตัดจะได้ยินเสียงลมที่ดีดใส่แต่ละปล้องดังลั่นเปรี๊ยะๆๆๆ แล้วมาต่อยอดกับฐานเสาหลัก การยกเสาไม้ไผ่จึงเป็นงานใหญ่ที่คนฝ่ายชายต้องมาช่วยกันจำนวนมาก จึงมีคนไม่น้อยที่ต้องกินเจล่วงหน้าเพื่อให้สะอาดจะได้ช่วยงานศาลเจ้า...

เนื่องด้วยเพราะทางใต้ในอดีตมักเป็นป่าดงดิบ หากสัตว์ใหญ่ดุร้ายอายุยืน เมื่อตายแล้ววิญญาณหากไม่ไปไหน พลังอาถรรพณ์ยิ่งมาก ยิ่งเป็นที่ริมทะเลหรือเป็นเกาะที่คลื่นลมแรง การพัดพาเอาซากที่มีวิญญาณของทั้งคนและสัตว์ใหญ่ที่ตายในทะเลมาติดที่ ก็มีได้เป็นธรรมดา

อย่างช่วง...“สึนามิ” ที่เล่ากันว่า ช่วงโพล้เพล้ของวันต่อมามีเสียงร้องระงมอยู่หลายวัน นี่คือที่มาที่ไปของเรื่องราวไขปริศนาเทศกาลกินผักทางใต้ดุกว่ากินเจกรุงเทพฯ โดยการเก็บข้อมูลความรู้

“เภทภัยต่างๆจึงมีมาแต่โบราณ คนจีนดึกดำบรรพ์ย่อมพยายามแก้ปัญหากันเรื่อยมา จนพบภูมิปัญญาไหว้เจ้าที่ไหว้เพื่ออาศัยพลังของดวงดาวต่างๆมาช่วยเสริมดวง ช่วงวันที่ 1-9 เดือน 9 จีนคงเป็นจังหวะที่ไหว้ให้ได้พลังเสริมดวง

จากกลุ่มดาว...” ซึ่งทางพุทธมหายานจะเป็นกลุ่มนพเคราะห์ทั้ง 9 คือ ดาวพระอาทิตย์ ดาวพระจันทร์ ดาวพระอังคาร ดาวพระพุธ ดาวพระพฤหัสบดี ดาวพระศุกร์ ดาวพระเสาร์ ดาวพระราหู และดาวพระเกตุ

แต่ในทางลัทธิเต๋าจะเป็นกลุ่ม...“ดาวจระเข้”

“ไหว้เจ้านั้นเหมือนการปรบมือสองข้าง มือฝั่งทางพลังเจ้าพร้อมจะช่วย แต่มือฝั่งของมนุษย์ต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง เทศกาลกินเจจะชัดเจนเลยว่า ถ้ากินเมนูเจถูกต้องคือ ทานอาหารรสชาติสะอาด ไม่เผ็ดเกิน เค็มเกิน หวานเกิน ไม่กินของทอด ไม่กินแป้งมากเกิน จะทำให้ขับถ่ายดีมาก แล้วพักผ่อนให้ดีด้วย ไปไหว้เจ้าพร้อมทำบุญ...”

ยิ่งถ้าได้ไปร่วมพิธีที่แต่ละศาลเจ้าจะมีเคล็ดเพื่อให้คนมาไหว้ได้รู้สึกถึงการปัดเป่าเคราะห์ออกไปกำลังใจจะพองฟู เช่น ที่ศาลเจ้ากินเจที่วัดเล่งเน่ยยี่ น่าจะมีเดินเวียนธูปช่วงค่ำๆ ถ้าได้ไปทำบุญลงชื่อแขวนตะเกียงในศาลเจ้า
จะรู้สึกดีมากประมาณว่าชื่อของเราได้ฟังสวดทุกวัน

ศาลเจ้าไต้ฮงกงมีลอยกระทงเจวันที่ 14 ตุลาคม...วันที่ 15 ตุลาคมมีแห่เวียนธูป...วันที่ 18 ตุลาคม มีพิธีส่งเจ้า...หรือศาลเจ้าโจวซือกงตลาดน้อย และศาลเจ้าเกียนอันเก็งฝั่งธนบุรีจะมีการลงเรือลอยกระทงเจเยือนกัน

ในขณะที่ศาลเจ้าทางใต้จะอลังการกว่าเยอะในการปัดเป่าเคราะห์ เช่น บางศาลเจ้าที่พังงามีการทำเรือลอยเคราะห์...เรือกระดาษเงินทองลำใหญ่เท่าเรือจริงให้คนกินเจมาทำบุญเขียนชื่อนามสกุลลอยเคราะห์ไปกับเรือ

...ที่ศาลเจ้าในภูเก็ตนิยมทำชุดรูปต่างตัว เป็นตุ๊กตากระดาษฝ่ายหญิง-ชาย เขียนชื่อนามสกุลพร้อมตัดเล็บและเศษชายเสื้อที่ใส่ เป็นพิธีในวันท้ายๆให้เดินข้ามสะพานสะเดาะเคราะห์ ร่างทรงจะเอาตรายางศาลเจ้าแต้มชาดปั๊มที่ไหล่ แล้วแต่ละคนเอาชุดต่างตัวทิ้งไว้ให้ร่างทรง

เอาไปทำพิธี “เผาเคราะห์” ที่ริมทะเลในคืนสุดท้ายของการกินเจ

ศาลเจ้าที่พังงามีทีมร่างทรงของบางศาลเจ้าจะเอา “หวัก” หน้าตาคือทัพพีขนาดลูกฟุตบอล ใส่ไฟลุกโชติในหวัก เดินเอาไฟนี้ไปไล่อาถรรพณ์พลังร้ายของแต่ละบ้านที่วางของไหว้หน้าบ้าน ถือเป็นการเชิญเจ้าเข้าช่วยล้างสิ่งไม่ดีในบ้านให้...ศาลเจ้ากิ่วอ๋องเอี่ย ตรัง มีเสื้อกินเจที่แต่ละคนจะใส่เสื้อที่ประทับตรายางศาลเจ้าปีละครั้งถือเป็นของขลังที่คนกินเจจังหวัดตรังภูมิใจ และมีเรือนพร้อมเตียงให้ไปนอนค้างคืนที่ศาลเจ้าทั้ง 9-10 วันช่วงเทศกาลกินผัก สำหรับคนที่ต้องการปัดเป่าเคราะห์เป็นพิเศษ เช่น คนปีชง หรือป่วย

ช่วงเทศกาลกินเจนี้ศาลเจ้าจะขลังที่สุดด้วยเทพเจ้า 9 องค์ ได้เสด็จลงมาประทับบนโลก ทุกศาลเจ้ามีการอัญเชิญเจ้ามาประทับที่ศาล แต่พิธีกรรมจะสำเร็จได้กายใจต้องสะอาดด้วยการกินเจถวายเป็นบูชา...

ทุกศาลเจ้าจึงมีการทำอาหารเจให้กินฟรีทั้ง 3 มื้อตลอดวัน แม่ครัวจะเลือกจ้างเฉพาะที่ฝีมือดีทำกับข้าวถูกปาก “เจอิ้ว” เพื่อดึงดูดให้คนมากินเจแล้วทำบุญให้ศาลเจ้าให้มากๆ

เหล่านี้...คงพอที่จะเห็นภาพการได้กำลังใจครั้งใหญ่ เคราะห์ภัย จะออกไปจากตัวได้อย่างไร.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้