วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชงคิดค่าเสียหายข้าวรัฐใหม่

ชงคิดค่าเสียหายข้าวรัฐใหม่

  • Share:

อคส.หวั่นตัวเลขเจ๊ง 9 หมื่นล้าน! น้อยไป

อคส.เตรียมชง “นบข.” 22 ต.ค.นี้ เคาะวิธีคำนวณความเสียหายข้าวสารสต๊อกรัฐ 17.76 ล้านตันใหม่ เหตุหลายฝ่ายท้วงติง วิธีการคำนวณที่ อคส.ใช้ตามที่ “นบข.” กำหนดได้ตัวเลขความเสียหายแค่ 9 หมื่นล้านบาท น้อยกว่าที่ควรจะเป็น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) วันที่ 22 ต.ค.นี้ องค์การคลังสินค้า (อคส.) จะเสนอให้พิจารณาการคำนวณมูลค่าความเสียหายของข้าวสารในสต๊อกรัฐ 17.76 ล้านตันใหม่ หลังกรมการค้าต่างประเทศได้ระบายออกจนหมด และได้เงินส่งคืนกระทรวงคลัง 146,000 ล้านบาท เพราะหลายฝ่ายมองว่า วิธีการคำนวณความเสียหายของ อคส.ที่คำนวณตามหลักเกณฑ์ที่ นบข.กำหนด ทำให้รัฐจะได้รับเงินชดเชยจากคู่สัญญา ทั้งเจ้าของคลังสินค้าที่รัฐเช่าเพื่อฝากเก็บข้าวในสต๊อก และบริษัทตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) เป็นวงเงินเพียง 90,000 ล้านบาท ไม่คุ้มค่ากับความเสียหายที่เกิดขึ้น ทั้งที่รัฐใช้งบรับจำนำข้าวเปลือกช่วงหลายปีที่ผ่านมาสูงถึง 200,000-300,000 ล้านบาท

สำหรับความเสียหายดังกล่าว คำนวณจากราคากลางของข้าวสารในสต๊อก หักราคาขาย ซึ่งจะทำให้ได้ส่วนต่างที่คู่สัญญาต้องจ่ายให้ อคส. เช่น ราคากลางข้าวสารเฉลี่ยตันละ 10,000 บาท แต่ขายได้จริงตันละ 8,000 บาท ส่วนต่างตันละ 2,000 บาท คู่สัญญาต้องจ่ายให้กับ อคส. อย่างไรก็ตาม อคส.จะเสนอให้ที่ประชุม นบข.พิจารณาโดยนำค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าเช่าคลังเก็บข้าวสาร ค่าดูแลรักษาสภาพข้าว (ค่ารมยา) ฯลฯ มาคำนวณด้วย ซึ่งจะทำให้มูลค่าความเสียหายเพิ่มขึ้นอีก แต่ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ นบข.

ส่วนความคืบหน้าการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากคู่สัญญาของ อคส. ทั้งเจ้าของคลังสินค้า และเซอร์เวเยอร์ที่ทำผิดสัญญาโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 54-57 จนรัฐเสียหายนั้น อคส.ได้ส่งหนังสือทวงถามไปยังคู่สัญญาแล้ว 244 สัญญา ส่วนใหญ่โต้แย้งที่จะชดใช้ความเสียหาย เพราะอ้างไม่ได้ทำผิดสัญญา แต่ข้าวสารในสต๊อกเสื่อมเองตามสภาพและเวลาที่เก็บนาน ซึ่งขณะนี้ อคส.ได้ยึดหนังสือค้ำประกันสัญญา (แอล/จี) แล้ว 50 กว่าราย วงเงิน 465 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นแอล/จีของธนาคารกรุงไทย

ขณะที่ อคส.ได้รับการชี้แจงจากกรุงไทยว่า การยึดแอล/จีโดยที่ศาลยังไม่ตัดสินว่า คู่สัญญารายนั้นๆมีความผิด ธนาคารจะถือว่า แอล/จี ที่ถูกยึดไปนั้นเป็นเงินกู้ ไม่ใช่แอล/จี และจะเรียกให้คู่สัญญารายนั้นมาชำระเงินกู้ หากไม่สามารถชำระได้ ก็ต้องกู้เงินก้อนใหม่ไปเรื่อยๆ และอาจทำให้ขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินซื้อข้าวเปลือกจากชาวนา อาจทำให้ชาวนาได้รับผลกระทบ ที่สำคัญ หาก อคส.ยึดแอล/จีแล้ว และภายหลังศาลตัดสินว่า คู่สัญญารายนั้นไม่มีความผิด อคส.ต้องคืนเงินให้คู่สัญญา พร้อมดอกเบี้ยค่าปรับด้วย

ดังนั้น พล.ต.ท.ไกรบุญ ทรวดทรง ประธานคณะกรรมการ อคส. ได้สั่งให้ อคส.สรุปข้อดี ข้อเสีย ของการยึดและไม่ยึดแอล/จี มาให้พิจารณาโดยเร็ว แต่มีแนวโน้มว่า อคส.น่าจะเลือกการฟ้องร้องทางแพ่งคู่สัญญาโดยตรงแบบเต็มจำนวนความเสียหาย โดยที่ไม่ยึดแอล/จีก่อน

นอกจากนี้ อคส.อยู่ระหว่างทำเรื่องเสนอปลัดกระทรวงพาณิชย์ เพื่อพิจารณาแนวทางปฏิบัติตามที่ศาลมีคำตัดสินมา หลังคู่สัญญาบางรายฟ้องร้องต่อศาลเพื่อให้ยกเลิกผลการตรวจสอบข้าว ของคณะกรรมการตรวจสอบปริมาณ และคุณภาพข้าวคงเหลือ ที่มี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล เป็นประธานในช่วงปี 57 เพราะคู่สัญญาไม่ยอมรับผลการตรวจสอบข้าว และศาลได้มีคำสั่งให้รัฐบาลเก็บตัวอย่างข้าวไว้ในปริมาณเพียงพอ และให้เก็บรักษาตัวอย่างข้าวไว้ให้ดี ซึ่งในทางปฏิบัติไม่รู้หน่วยงานใดจะเป็นผู้เก็บ และจะเก็บอย่างไร.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้