วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เผย ดร.ก่อนตาย ไปกับรถเก๋งขาว ตร.ตามตัวสอบ ส่งนิติเวชผ่าศพ

เผย ดร.ก่อนตาย ไปกับรถเก๋งขาว ตร.ตามตัวสอบ ส่งนิติเวชผ่าศพ

  • Share:

ผู้การเมืองสองแควเรียกประชุมชุดสืบสวนทั้งพื้นที่เกิดเหตุ สืบจังหวัดและสืบภาค 6 เพื่อคลี่คลายคดีการตายของด็อกเตอร์หนุ่ม อาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังที่พบลอยเป็นศพในแม่น้ำน่าน พร้อมตรวจหาหลักฐานที่รถของผู้ตายเพิ่ม ส่วนศพขอญาตินำไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวชฯเพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้ง พร้อมล่าตัวหนุ่มคนขับรถเก๋งสีขาวที่มาจอดรับผู้ตายก่อนเป็นศพด้วย

กรณีพบศพ ผศ.ดร.อรรจน์ อิงคนินันท์ บัณฑิตย์ อายุ 55 ปี ประธานหลักสูตรสาขาวิชาบรรณารักษศาสตร์และสารสนเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จ.พิษณุโลก ลอยอยู่ในแม่น้ำน่าน ริมตลิ่งหน้าคริสตจักร ต.วัดจันทร์ อ.เมืองพิษณุโลก เมื่อคืนวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นสันนิษฐานโดดน้ำฆ่าตัวตาย แต่ ผศ.ดร.ทรัตน์พร บัณฑิตย์ นาคสวัสดิ์ อายุ 52 ปี บ้านเลขที่ 83/156 ถนนประชาอุทิศ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก อาจารย์สาขาวิชาโทภาษาฝรั่งเศส คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม

น้องสาวติดใจในการเสียชีวิต โดยเชื่อว่าพี่ชายถูกฆาตกรรม เนื่องจากทรัพย์สินหายไป และมีชายต้องสงสัยมารับตัวไปก่อนกลายเป็นศพนั้น ต่อมาเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ต.ค. พล.ต.ต.ถาวร แสงฤทธิ์ ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก พ.ต.อ.ทรงพล สังข์เกษม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก ได้เรียกประชุมนายตำรวจที่เกี่ยวข้อง อาทิ พ.ต.ท.สันตสิริ เมตตาวงศ์ รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลกเจ้าของคดี พร้อมชุดสืบสวนของ สภ.เมืองพิษณุโลก ชุดสืบสวนจังหวัดพิษณุโลก และชุดสืบสวนภาค 6 ที่ห้อง ศปก. สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อเร่งคลี่คลายคดีในการตายของ ผศ.ดร.อรรจน์ อิงคนินันท์ บัณฑิตย์ โดยการประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด ใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัว ผศ.ดร.ทรัตน์พร บัณฑิตย์ นาคสวัสดิ์ น้องสาวผู้ตายและสามีเข้ารับฟังผลการประชุม โดย พล.ต.ต.ถาวร เปิดเผยว่า ต้องเร่งคลี่คลายคดีให้ได้เร็วที่สุด เนื่องจากสาเหตุของการเสียชีวิตยังไม่ชัดเจน ขณะเดียวกันพนักงานสอบสวนได้ขออนุญาตญาตินำศพ ผศ.ดร.อรรจน์ส่งไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ในคืนเดียวกันนี้ เพื่อให้แพทย์ผ่าพิสูจน์หาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่ชัด อย่างไรก็ตาม จาก การชันสูตรศพเบื้องต้นของแพทย์โรงพยาบาลมหา– วิทยาลัยนเรศวรนั้น ยังไม่ได้แจ้งมาเป็นลายลักษณ์-อักษร เพียงแต่แจ้งด้วยวาจาว่าเสียชีวิตเนื่องจากสมองขาดอากาศเพราะจมน้ำเสียชีวิต ในปอดมีทั้งน้ำและดินโคลน ไม่น่าที่จะเสียชีวิตก่อนจมน้ำ ส่วนประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายที่มารับ หรือพยานแวดล้อมอื่นๆ จะเร่งติดตามมาสอบสวนให้เร็วที่สุด

พล.ต.ต.ถาวรกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังได้สั่งให้ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ เนื่องจากวันสุดท้ายที่พบผู้เสียชีวิตนั้นคือ วันที่ 2 ต.ค. ที่วัดคูหาสวรรค์ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก โดยมีผู้พบเห็นผู้ตายเดินเข้าไปในวัด คูหาสวรรค์ เวลาประมาณ 14.00 น. เพื่อจะไปพบ เจ้าอาวาส แต่เจ้าอาวาสไม่อยู่ที่วัด จากนั้นก็ไม่มีใครพบเห็น กระทั่งมาพบเป็นศพลอยน้ำในเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 3 ต.ค. เบื้องต้นยังไม่ตัดประเด็นต่างๆทิ้ง ทั้งการฆาตกรรมหรือจงใจฆ่าตัวตายเอง อย่างไรก็ตาม จะต้องเร่งติดตามชายที่มารับผู้ตายไปในวันที่ 1 ต.ค. มาสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง ส่วนสร้อยคอสายร่มสีดำคล้องพระ 3 องค์ที่พบในคอศพ แต่ญาติบอกไม่ใช่นั้น ล่าสุดพบหลักฐานจากภาพในเฟซบุ๊กของ ผศ.ดร.อรรจน์ เป็นภาพที่ผู้ตายสวมใส่ไว้จริง

ต่อมา พล.ต.ต.ถาวรและคณะร่วมกับ พ.ต.ท. หญิง เรณุกา หมอนแพร รอง ผกก. (กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ) ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 ตรวจหาหลักฐานต่างๆที่รถเก๋งยี่ห้อนิสสัน ทีด้า ทะเบียน กธ 4183 พิษณุโลก ของ ผศ.ดร.อรรจน์ ที่จอดทิ้งไว้ในลานจอดรถของโรงแรมวังจันทน์ ริเวอร์วิว โดย เจ้าหน้าที่ รปภ.ให้การว่า เห็นผู้เสียชีวิตมาจอดรถในเวลาประมาณ 12.40 น. วันที่ 1 ต.ค. พร้อมกับมี รถเก๋งมิตซูบิชิ แลนเซอร์ สีขาว มาจอดเทียบเพื่อรอรับอยู่ และเห็นผู้ตายขึ้นรถไปกับผู้ชายคนขับที่สวมใส่เสื้อแขนสั้น คอโปโลสีขาว ด้านหลังมีตัวอักษรว่า “โรงเรียนธีรธาดา”

อย่างไรก็ตาม จากการ ตรวจสอบรถของผู้เสียชีวิต พบสภาพรถจอดล็อกไว้เรียบร้อย เสื้อผ้าและสูทยังอยู่ในรถตามปกติ เชื่อว่า ผู้เสียชีวิตยังไม่ได้กลับมาที่รถหลังเดินทางกลับจาก จ.อุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่จึงเก็บรอยนิ้วมือและหาหลักฐานภายในรถเพิ่มเติมเพื่อประกอบคดี ก่อนพากันไปตรวจสอบบ้านเลขที่ 26/54 ถนนสนามบิน ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก ของผู้ตายเพื่อหาเสื้อสูทสีขาวที่สวมใส่ในวันที่ไปนิเทศนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพที่ จ.อุตรดิตถ์ เพราะไม่พบที่รถของผู้ตาย

ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ศาลา 4 วัดคูหาสวรรค์ สถานที่จัดงานสวดอภิธรรมศพของ ผศ.ดร.อรรจน์ ได้พบกับนายสมโภธิ ใจมนต์ อายุ 55 ปี ข้าราชการครูโรงเรียนเทศบาล 2 วัดคูหาสวรรค์ และไวยาวัจกรวัดคูหาสวรรค์ เปิดเผยว่า ช่วงบ่ายสองเศษวันที่ 2 ต.ค. ได้พบกับ ผศ.ดร.อรรจน์ซึ่งเป็นคนคุ้นเคยกัน เนื่องจากอาจารย์เคยมาบวชที่วัดและหลังจากสึกไปแล้วยังแวะเวียนมากราบไหว้เจ้าอาวาสเป็นประจำ ตนเห็นผู้ตายเดินเข้ามาทางประตูหน้าวัดแต่ไม่ทราบว่านั่งรถอะไรมา หิ้วขนมมาหนึ่งถุงและถือกระเป๋าเล็กๆมาด้วย 1 ใบ ได้พูดคุยกันสักครู่ก็เห็นหน้าตาของอาจารย์ยิ้มแย้มเป็นปกติดี ตนเห็นว่าอากาศร้อนยังได้ชวนให้เข้ามาคุยกันในร่ม แต่เมื่อรู้ว่าเจ้าอาวาสไม่อยู่ ผู้ตายก็เดินออกไปทางประตูหลังวัดหายไป ส่วนกรณีที่อาจารย์จะกระโดดน้ำฆ่าตัวตายนั้น ส่วนตัวแล้วไม่เชื่อ เพราะวันที่พบกันไม่ได้มีท่าทางวิตกกังวลแต่อย่างใด

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้