วันจันทร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘บิ๊กโจ๊ก’ จัดให้ค้นคอนโดหรูคู่กรณี ‘วัดไทร’ ลุยหาต่างชาติเข้าข่ายผิดก.ม.

‘บิ๊กโจ๊ก’ จัดให้ค้นคอนโดหรูคู่กรณี ‘วัดไทร’ ลุยหาต่างชาติเข้าข่ายผิดก.ม.

  • Share:

เจ้าอาวาสวัดไทรสั่งพระลูกวัด ตีระฆังเบาลงแล้ว รู้สึกไม่ดีทำชาวบ้านเดือดร้อน แม้เป็นส่วนน้อยเพียง 2 คน เคยมาร้องเรียนที่วัด ก่อนหายไปไม่มาอีกหลังสื่อเสนอข่าว คาดอาจรับผลที่กระทำ ผอ.เขตบางคอแหลม ชี้แจงเรื่องออกหนังสือเตือนระดับเสียงของสุเหร่าเก่าอายุกว่า 100 ปี ในซอยเจริญกรุง 99 เป็นเรื่องเก่าก่อนเข้ารับตำแหน่ง ยันจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้อีก ด้าน “บิ๊กตู่” สั่ง “บิ๊กวิน” เรื่องนี้จบก็คือจบ สภาทนายความชี้คนร้องเรียนไม่เข้าข่ายเหยียดหยามศาสนา ขณะที่ตำรวจเอาจริงตรวจสอบกดดันชาวต่างชาติเช่าห้องคอนโดฯของคู่กรณีที่ร้องเรียน พบบางส่วนมีความผิด

กลายเป็นประเด็นร้อนเชื่อมโยงกับวัด สถาบันหลักของชุมชนในสังคมไทย หลังสำนักงานเขตบางคอแหลม กทม. ส่งหนังสือลงวันที่ 2 ต.ค. ถึงพระอธิการ ปรีชา ปุณฺณสีโล เจ้าอาวาสวัดไทร ย่านพระราม 3 ระบุมีประชาชนที่พักอาศัยอยู่ภายในอาคารชุดสตาร์วิว บริเวณใกล้เคียงวัด ร้องทุกข์ได้รับความเดือดร้อน กรณีพระวัดไทรตีระฆัง ส่งเสียงดังรบกวนในช่วงเข้าพรรษา ระหว่างเวลา 03.00-04.00 น. เป็นประจำ ขอให้วัดลดเสียงการตีระฆัง จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เป็นวงกว้าง เกิดกระแสพุ่งเป้าไปยังผู้ร้องเรียนที่มีต่อวัฒนธรรมประเพณีทางศาสนาอันดีงามต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน กระทั่ง พล.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. พร้อมนายอนันต์ กายพรรณ ผอ.เขตบางคอแหลม ต้องเข้ากราบนมัสการเจ้าอาวาสเพื่อขอขมา ชี้แจงยืนยันวัดสามารถตีระฆังตามธรรมเนียมปฏิบัติต่อไป ท่ามกลางกระแสข่าวผู้ร้องเรียนเปิดห้องให้ชาวต่างชาติเช่าพักอาศัยในอาคารชุดดังกล่าว

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 5 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณวัดไทร ถนนพระราม 3 พบพระสงฆ์ปฏิบัติกิจสงฆ์ตามปกติ มีชาวบ้านเดินทางมาถวายสังฆทานและจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ถึงการร้องเรียนที่ไม่เหมาะสมในหลายแง่มุม โดยบางส่วนจับกลุ่มถ่ายภาพคู่กับหอระฆังที่ถูกร้องเรียนจำนวนมาก ส่วนที่บริเวณหอสวดมนต์ พบพระลูกวัดตีกลองและระฆังเล็ก ซึ่งเป็นกลองและระฆังคนละลูกกับที่ถูกร้องเรียนตามปกติ

พระอธิการปรีชา ปุณฺณสีโล เจ้าอาวาสวัดไทร ชี้แจงว่า นอกจากกลองและระฆังใบใหญ่ที่หอระฆัง ต้นเรื่องถูกร้องเรียนแล้ว ภายในศาลาสวดมนต์ ยัง มีพระลูกวัดตีกลองและระฆังใบเล็กช่วงเวลา 10.45-11.00 น.ของทุกวัน เพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้พระสงฆ์ทราบเวลาฉันเพล โดยตีเป็นจังหวะช่วงยาวไปจนรัวถี่ๆ รวม 3 ลา เมื่อถึงเวลา 11.00 น. จะตีระฆังเล็กอีก 3 ลา เพื่อให้พระสงฆ์มาฉันเพล ระฆังเล็กในศาลานี้นอกจากตีเวลาฉันเพลแล้ว ยังตีในช่วงทำวัตรเช้าเวลา 08.00 น.และทำวัตรเย็น เวลา 16.00 น.ของทุกวัน ต่างจากระฆังใหญ่จะตีในช่วงเข้าพรรษาเท่านั้น

“ขณะนี้ภายในวัดยังปฏิบัติกิจสงฆ์ตามปกติ ระฆังที่ถูกร้องเรียน อาตมากำชับให้ตีเบาลง เพราะรู้สึกไม่ดีที่ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน แต่ก็มีเพียงชาวบ้านที่พักในอาคารชุด 2 คนเท่านั้น ที่เคยมาร้องเรียน จนถึงขณะนี้ไม่มีการติดต่อเข้ามาอีกเลยหลังจากสื่อนำเสนอข่าวออกไป คาดชาวบ้านทั้งคู่คงรับผลที่เกิดบาปขึ้นในใจ รวมทั้งผลกระทบจากการถูกโลกโซเชียลต่อว่าอย่างรุนแรง” พระอธิการปรีชากล่าว

ขณะที่นายอนันต์ กายพรรณ ผอ.เขตบางคอแหลม เปิดเผยถึงกรณีมีการเผยแพร่หนังสือของสำนักงานเขตบางคอแหลม ที่ กท. 6904/3816 ลงวันที่ 3 ก.ค.61 ถึงอิหม่ามมัสยิดบางอุทิศ ในซอยเจริญกรุง 99 อายุเก่าแก่กว่า 100 ปี เรื่องขอความร่วมมือให้ระมัดระวังการส่งเสียงจากการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ตามที่สำนักงานเขตบางคอแหลมรับเรื่องร้องเรียนผ่านศูนย์ร้องทุกข์ กทม. 1555 แจ้งการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาผ่านเครื่องขยายเสียง ส่งเสียงดังรบกวนตั้งแต่เวลา 04.00 น. เป็นประจำทุกวันสร้างความเดือดร้อนแก่ผู้พักอาศัยในบริเวณใกล้เคียง สำนักงานเขตตรวจสอบแล้ว แนะนำให้ระมัดระวังการใช้ระดับเสียงดังกล่าวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพื่อป้องกันความเดือดร้อนรำคาญ

แก่ผู้พักอาศัยใกล้เคียง ว่าหนังสือฉบับนี้เป็นเรื่องที่ผ่านมานานแล้ว ตั้งแต่ ผอ.เขตคนเก่าก่อนที่ตนจะมาดำรงตำแหน่ง ทั้งหมดเป็นเรื่องอดีต ขอให้ยึดกับ ปัจจุบัน หากมีข้อร้องเรียนเรื่องเสียงในทุกกรณี ตนจะสั่งการให้สร้างความเข้าใจกับผู้ร้องเรียน จะไม่มีการออกหนังสือในลักษณะนี้อีกเด็ดขาด เพราะการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของทุกศาสนามีมานานแล้ว ไม่เข้าใจว่าจะไปขุดค้นหนังสือดังกล่าวมาเพื่ออะไร เรื่องที่เกี่ยวข้องกับศาสนาเป็นเรื่องที่อ่อนไหวกระทบต่อจิตใจ ดังนั้น ต้องทำความเข้าใจ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกันได้ ส่วนกรณีวัดไทรไม่ต้องวัดระดับเสียงแล้ว เพราะก่อนอาคารชุดสร้างเจ้าของโครงการได้ศึกษาถึงผลกระทบต่างตามเกณฑ์เป็นที่เรียบร้อย

ที่สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดีรังสิต พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. เปิดเผยถึงเรื่องนี้ว่า หากผู้ร้องเรียนเปิดห้องให้ชาวต่างชาติเช่าพักอาศัยตามที่มีผู้ตั้งข้อสังเกต ต้องตรวจสอบผู้ให้เช่าแจ้งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่ทราบหรือไม่ว่ามีชาวต่างชาติมาพักอาศัยตาม ม.38 พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง หากไม่แจ้งผู้ให้เช่าจะมีโทษตามกฎหมาย ส่วนชาวต่างชาติที่พักอาศัยต้องถูกตรวจสอบว่าแจ้งถิ่นที่อยู่ตรงกับที่แจ้งไว้กับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองหรือไม่ หากไม่ตรงกัน ต้องถูกเพิกถอนวีซ่าการอยู่ในราชอาณาจักรไทย ก่อนผลักดันออกนอกราชอาณาจักร

ต่อมาเวลา 16.00 น. พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รรท.ผบก.สส.สตม. พ.ต.อ.โฆษิต บุญทวี ผกก.สน.วัดพระยาไกร สนธิกำลังชุดสืบสวน บก.สส.สตม. และตำรวจ สน.วัดพระยาไกร 20 นาย เข้าตรวจค้นอาคารชุดสตาร์วิว สูง 54 ชั้น เลขที่ 495 ริมถนนพระราม 3 ตามคำสั่งการของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.ผบช.สตม. ให้เข้าตรวจสอบหลังพบมีชาวต่างชาติเข้าพักอาศัยในฐานะผู้เช่าห้องจากเจ้าของชาวไทย ประมาณ 30 ห้อง ซึ่ง 1 ในนั้นอาจมีห้องของผู้ร้องเรียนเรื่องเสียงระฆังดังกล่าวด้วย มีรายงานว่าชุดปฏิบัติการทั้งหมดเน้นตรวจสอบหลักฐานเอกสารว่า มีการแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่าเปิดห้องให้ชาวต่างชาติเช่าพักถูกต้องตาม ม.38 พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมืองหรือไม่ เบื้องต้นพบ 5 ห้องที่ไม่ได้แจ้งการให้ชาวต่างชาติเช่าพักตาม พ.ร.บ.ตรวจคนเข้าเมือง นำตัวเจ้าของห้องไปเปรียบเทียบปรับตามขั้นตอน

วันเดียวกัน ว่าที่ พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า กรณีที่มีผู้เสนอให้เอาผิดกับผู้ร้องเรียนในความผิดฐานเหยียดหยามศาสนา เป็นความผิด ที่ไม่ต้องการเจตนาแต่มุ่งพิจารณาจากพฤติการณ์ประกอบการกระทำว่าเข้าองค์ประกอบแห่งความผิดหรือไม่ พฤติกรรมดังกล่าวต้องเอาความรู้สึกของวิญญูชนมาเทียบเคียงถึงการกระทำของผู้ร้องว่าเป็นการเหยียดหยามศาสนาหรือไม่และต้องรู้สำนึกขณะกระทำด้วย

“ความเห็นส่วนตัวของผม ผู้ร้องเรียนอาจมีความรู้สึกว่าถูกรบกวนจากเสียง จึงใช้สิทธิที่คิดว่ามีสิทธิร้องเรียนหน่วยงานรัฐ เพื่อเยียวยาความรู้สึกเท่านั้น ตามข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏพฤติกรรมอื่นที่เข้าข่ายความผิดฐานเหยียดหยามศาสนา ถ้าภายหลังมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จะต้องนำมาพิจารณากันอีกครั้ง” พ.ต.สมบัติกล่าว

ที่สวนลุมพินี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวกับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ระหว่างลงพื้นที่พบปะประชาชนที่สวน ลุมพินี ถึงกรณีข้อร้องเรียนเสียงระฆังของวัดไทรว่า เรื่องดังกล่าวให้เอกชนและวัดไปพูดคุยแก้ปัญหากันเองให้ได้ ผู้ว่าฯ กทม.ได้สั่งการเรื่องนี้ไปแล้ว ขออย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ หากมีการพูดคุยและยอมรับกันแล้วจบก็ควรจบ

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้