วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลงโพสต์ขอขมา ปูให้อภัย 3 สายล่อฟ้าหมิ่น

ลงโพสต์ขอขมา ปูให้อภัย 3 สายล่อฟ้าหมิ่น

  • Share:

สั่งถอนฎีกาคดี ว.5 โฟร์ซีซันส์ บิ๊กตู่ลั่นไม่กลัวถูกขุดประวัติ พท.แห่พบทักษิณในฮ่องกง

“บิ๊กป้อม” โยน กกต.ตรวจสอบ “ทักษิณ” ขยับมาฮ่องกงบัญชาการเพื่อไทย ไม่ขวางตั้งพรรคสำรอง ย้ำ 4 รมต.อยู่ต่อสางงานคั่งค้าง ข้องใจถามหามาตรฐานอะไรนักหนา “บิ๊กป๊อก” ตอกหน้านักการเมืองตามจิกนายกฯลงพื้นที่หาเสียง ก็ทำบ้างสิ “บิ๊กตู่” อารมณ์ดีรำไทเก๊ก เต้นบาสโลบ สวนลุมฯ ลั่นอีก 10-15 ปี บ้านเมืองต้องเปลี่ยน ย้ำเล่นการเมืองไม่กลัวถูกขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัว คิดอยู่ร่วมงานพรรคไหน ฉะหลายพรรคพูดแล้วทำไม่ได้ จ่อลงนายกฯตามระบบ บอกปัดเรื่องนายกฯคนนอก เผยแอบเซ็ง รมต.ไม่เร่งปั่นผลงานไทยนิยมช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง “อุ๊งอิ๊ง” โพสต์ภาพคู่ “ทักษิณ” ที่ฮ่องกง แกนนำ อดีต ส.ส.เพื่อไทย บินถกเรื่องผู้นำพรรค เกลี่ยผู้สมัครลงพรรคสำรองไม่ให้ตัดแต้มกันเอง ปชป.ดีเดย์หยั่งเสียงเลือกหัวหน้าพรรค 5 พ.ย. “อลงกรณ์” สมัครสมาชิกแล้ว เตรียมท้าชิงจ่าฝูง “ศิริโชค”-ทีมงานสายล่อฟ้าจ๋อย ขอโทษ “ยิ่งลักษณ์” คดีว.5 โฟร์ซีซันส์ พร้อมขอบคุณถอนฟ้อง ไม่ต้องเสี่ยงติดคุกอดลง ส.ส.

การเมืองคึกคัก พรรคการเมือง กลุ่มการเมืองขยับขับเคลื่อนทุกป้อมค่าย จัดตั้งพรรค เรียกประชุม ตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ภายหลังคลายล็อก ขณะที่พรรคใหญ่อย่างเพื่อไทย และประชาธิปัตย์ ยังมีเรื่องต้องสะสางภายใน โดยเฉพาะตำแหน่งผู้นำพรรคสู้ศึกเลือกตั้ง ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางมายังฮ่องกง ท่ามกลางกระแสข่าวมาเคลียร์เรื่องนี้ รวมทั้งการจัดตัวผู้สมัคร ส.ส.

“บิ๊กป้อม” โยน กกต.ดู “ทักษิณ” ขยับ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 5 ต.ค. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเดินทางมาที่ฮ่องกง ท่ามกลางกระแสข่าวเพื่อบัญชาการเลือกตั้งว่า ไม่ทราบ เรื่องนี้ก็ต้องแล้วแต่เขา และขอให้ประชาชนคิดเอาเอง ส่วนจะเข้าข่ายกรณีที่มีบุคคลภายนอกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการบริหารจัดการพรรคการเมืองหรือไม่นั้น ก็ต้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ดูว่าจะผิดกฎหมายอะไรหรือไม่ ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยตั้งพรรคการเมืองสำรองเอาไว้ ก็แล้วแต่เขา

ย้ำ 4 รมต.อยู่ต่อเพื่อสะสางงาน

เมื่อถามถึงกรณีที่ 4 รัฐมนตรีลงมาเล่นการเมือง แต่ยังไม่ลาออกจากการเป็นรัฐมนตรี จะเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับรัฐบาลและคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ (คสช.) ที่ตั้งใจมาปฏิรูปหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า เป็นเรื่องของ 4 รัฐมนตรีและเขาก็ทำตามกฎหมาย ถามว่าจะมาสร้างมาตรฐานอะไรกันตอนนี้ เห็นว่า การที่ 4 รัฐมนตรียังไม่ลาออก เนื่องจากจะต้องทำงานให้เสร็จก่อน เพราะงานยังค้างคาอยู่อีกมาก

ไม่ห่วงนักการเมืองเคลื่อนไหว

เมื่อถามว่า ขณะนี้พรรคการเมืองหลายพรรคเริ่มเคลื่อนไหวและรับสมัครสมาชิกพรรค จะมีการดูแลความเรียบร้อยอย่างไร พล.อ.ประวิตรตอบว่า ในทุกพื้นที่มีกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) ดูแลอยู่แล้ว ได้กำชับไปแล้วว่าให้ดูแลความเรียบร้อยให้กับประชาชน ให้เกิดความสงบและปลอดภัย เมื่อถามว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้จะต่างจาก 4 ปีที่แล้ว เพราะมีพรรคการเมืองมากขึ้น และมีหลายองค์กรลงมาดูแล พล.อ.ประวิตรตอบว่าการเลือกตั้งก็คือการเลือกตั้ง จะให้เปลี่ยนแปลงอย่างไร หากมีพรรคการเมืองเป็นจำนวนมาก ทุกพรรคก็ต้องทำตามกฎหมายในทุกเรื่องและทุกอย่าง

“บิ๊กป๊อก” ย้อนให้ทำเหมือน “บิ๊กตู่”

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ถูกหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตเป็นการหาเสียงทางการเมืองว่า นายกฯลงพื้นที่ไปดูทุกๆเรื่อง ถ้าไปต่างจังหวัดเกี่ยวกับการทำมาหากินของประชาชน ลงไปแก้ไข ช่วยเหลือภัยพิบัติ การสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว ส่วนถ้าลงพื้นที่ในเมืองก็จะไปดูเรื่องสุขอนามัยประชาชน และอีกหลายๆ เรื่อง ถ้าคิดว่าการลงพื้นที่ทำงานของนายกฯ เป็นการหาเสียงทางการเมือง ก็ขอให้ฝังไว้ในดีเอ็นเอของนักการเมืองว่าต้องทำแบบที่นายกฯ ทำ ขอบอกว่านายกฯไปทำงานให้ประชาชนเป็นหลัก ไม่ได้ไปหาเสียง และไม่มีใครห้ามถ้านักการเมืองลงพื้นที่ไปทำดีกับประชาชน แต่ไม่ใช่ลงพื้นที่แล้วด่ากันไปด่ากันมา ประชาชนฟังแล้วมันไม่ได้อะไร ดังนั้นต้องลงไปเพื่อช่วยพี่น้องประชาชน

“บิ๊กตู่” รำไท้เก๊ก-เต้นบาสโลบ

วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ลงพื้นที่ปฏิบัติภารกิจตรวจราชการกรุงเทพมหานคร เริ่มตั้งแต่เวลา 06.30 น. นายกฯเดินทางไปออกกำลังกายด้วยการเดินและวิ่งเป็นการส่วนตัวที่สวนลุมพินี ก่อนถึงเวลากำหนดจริงในเวลา 07.30 น. โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า มีเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ร่วมวิ่งด้วย นายกฯอารมณ์ดียิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายประชาชนที่มาออกกำลังกาย จากนั้นได้เปลี่ยนชุดแต่งกายมาสวมเสื้อแจ็กเกต ใส่รองเท้าคอนเวิร์ส วัน สตาร์ สีขาว โดยนายกฯถวายสักการะพระบรม-ราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ต่อด้วยการออกกำลังกายร่วมกับประชาชน ทั้งการร่วมรำไท้เก๊กกับชาวไทยเชื้อสายจีน การเต้นบาสโลบกับชาวชุมชนบ่อนไก่ ประกอบเพลงเต่างอย ของจินตหรา พูนลาภ อย่างสนุกสนาน โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายอาคม เติม-พิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกฯ ฝ่ายการเมือง พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. และนายสกลธี พัทธิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม.ร่วมคณะ

ปัดอิงการเมืองหาเสียงคนกรุง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การมาครั้งนี้ไม่อยากรบกวนผู้ที่มาออกกำลังกาย เดี๋ยวว่ามาเกะกะ แค่มาเยี่ยมเยียนเหมือนไปในต่างจังหวัด ขออย่ามองว่ามาเพื่อการเมือง ยืนยันไม่ได้มาหาเสียง เดี๋ยวจะว่ามาหาเสียงอีก ประชาชนได้ขอให้ช่วยดูเรื่องที่จอดรถ ที่นั่งพักผ่อน ปัญหาคนเร่ร่อนในสวนลุมฯ รวมถึงบริการต่างๆ วันนี้ประเทศไทยต้องเปลี่ยน จากนั้นนายกฯร่วมชมการสาธิตตกแต่งกิ่งไม้ของกองสวน-สาธารณะ กทม. โดยนายกฯ มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทักทายและร่วมถ่ายรูปกลุ่มออกกำลังกายทุกกลุ่ม ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้ของ พล.อ.ประยุทธ์ให้ความเป็นกันเองกับชาวบ้าน ไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยกันประชาชนเหมือนที่ผ่านมา

อ้อนขอเวลายันไม่หลอกลวง

จากนั้นเวลา 09.00 น. นายกฯและคณะออกจากสวนลุมฯด้วยรถไฟฟ้ามหานคร (เอ็มอาร์ที) สายเฉลิมรัชมงคล (สีน้ำเงิน) จากสถานีสีลมไปยังสถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง ทันทีที่ถึงนายกฯได้แวะทักทายร้านค้าที่สถานีหัวลำโพง ก่อนฟังบรรยายสรุปการเชื่อมต่อรถไฟฟ้า-รถไฟ-เรือ ชมกิจกรรมของ MRT อาทิ การประกวดระบายสี การรับบริจาคหนังสือจากผู้โดยสาร เยี่ยมชมบูธของทูต 2 ล้อ วรรณกับหมู ซึ่งเป็น 2 คนไทยที่ปั่นจักรยานไปรอบโลกและได้ลงนามในสมุดเยี่ยมว่า ขอบคุณในการนำชื่อเสียงของคนไทย ประเทศไทยไปทั่วโลกด้วยความวิริยะอุตสาหะขอให้ประสบสุข สำเร็จปลอดภัยตลอดไป จากนั้นได้ทักทายประชาชนทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่มาใช้บริการรถไฟ สอบถามว่า “จะเดินทางไปไหน ขอให้ทุกคนเดินทางปลอดภัยนะ วันข้างหน้ารถไฟจะเร็วขึ้น รัฐบาลจะทำให้เต็มที่ ผมไม่หลอกและไม่โกหก แต่ต้องให้เวลาผม จะได้แก้ไขทุกอย่างได้” พร้อมได้ร่วมถ่ายภาพกับคณะเป็นที่ระลึก

ป้องปากตะโกนขอ ปชช.อดทน

จากนั้นก่อนเดินไปโบกมือและทำมือสัญลักษณ์ไอเลิฟยูทักทายประชาชนที่รอรถไฟบริเวณชานชาลา โดยเอามือป้องปากตะโกนว่า “เดี๋ยววันหน้าจะมีรถไฟ ทางคู่ รถไฟจะวิ่งเร็วกว่าเดิมเพราะวิ่งสวนกันได้ ตอนนี้ทำไปได้กว่า 2,000 กิโลเมตรแล้ว จากเดิมที่ทำมาหลายปีได้ไปไม่กี่ร้อยเมตร รัฐบาลนี้อยู่มา 4 ปี ทำไปกว่า 2,000 กิโลเมตร ต่อไปอีกระยะหนึ่งจะมีกว่า 4,000 กิโลเมตร”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนั้นได้มีประชาชนตะโกนว่า นายกฯสู้ๆ ขณะที่นายกฯ ตอบกลับไปว่า “อดทนหน่อยขอเวลา รัฐบาลได้วางแผนไว้แล้วในยุทธศาสตร์ชาติ” และก่อนเดินทางไปยังจุดต่อไป นายกฯได้เข้าไปนมัสการพระชาวต่างชาติที่มารอขึ้นรถไฟ พร้อมสอบถามด้วยภาษาอังกฤษว่ามาจากที่ใด และจะไปที่ใด บวชกี่พรรษาแล้ว โดยพระตอบว่าชื่อ Brother mark หรือหลวงพี่มาร์ค เป็นชาวสหรัฐอเมริกา บวชมา 16 ปีแล้ว จากนั้นพระฝรั่งได้สอบถาม พล.อ.ประยุทธ์ว่าชื่ออะไร โดยนายอาคมตอบแทนว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯประเทศไทย ทำให้พระฝรั่งถึงกับตกใจ

อย่าทะเลาะ–รักกันเพื่อบ้านเมือง

ต่อมา 10.15 น. พล.อ.ประยุทธ์และคณะ ลงเรือออกจากท่าเรือสถานีรถไฟหัวลำโพง ไปยังท่าเรือเทวราชกุญชรหรือท่าเรือเทเวศร์ เพื่อตรวจการพัฒนาจุดเชื่อมต่อการเดินทาง “ล้อ ราง เรือ” ของ กทม.ในโครงการเดินเรือคลองผดุงกรุงเกษมระยะทาง 5 กิโลเมตร 11 ท่าเรือ ที่ได้เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. มีประชาชนให้ความสนใจใช้บริการ 200-400 คนต่อวัน โดย กทม.ให้บริการฟรี ตลอดเส้นทางนายกฯได้โบกมือทักทายประชาชนที่มายืนรอรับสองฝั่งคลอง พร้อมกล่าวว่า ขอให้ช่วยกันรักษาความสะอาด ปลูกต้นไม้ ดอกไม้เพื่อความสวยงาม จะทำให้บ้านเมืองสงบปลอดภัย แต่ขอให้ทุกคนใจเย็น รักกัน อย่าทะเลาะกัน รัฐบาลจะทำอย่างเต็มที่ถึงแม้จะมีปัญหาอีกมากที่ต้องแก้ไขในระยะยาวก็ตาม โดยได้มีชาวบ้านตะโกนขอให้นายกฯอยู่นานๆ โดยนายกฯตอบว่า “พูดแบบนี้เดี๋ยวจะหาว่าผมมาการเมืองอีก” ทั้งนี้ พอเรือวิ่งมาถึงบริเวณทำเนียบรัฐบาล นายกฯบอกว่า พอใกล้ทำเนียบแล้วรู้สึกร้อนๆ ความดันขึ้นเลย ส่วนสะพานมัฆวาน ถือเป็นสะพานประวัติศาสตร์ แห่งการเมือง และสะพานของม็อบ

อีก 10-15 ปีบ้านเมืองต้องเปลี่ยน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เดิน ทางมาถึงท่าเรือเทเวศร์ มีประชาชนมาต้อนรับราว 200 คน และได้นำกบมาให้นายกฯปล่อย โดยนายกฯ กล่าวว่า ขอให้กบทุกตัวมีชีวิตอย่างยั่งยืน จนสิ้นอายุขัย ขอให้ประเทศพ้นภัย วันนี้มาเยี่ยมคน กทม.บ้าง เพราะไปแต่ต่างจังหวัด คนเรามีหลายระดับต้องได้รับความเป็นธรรม เราไม่ได้จะให้เพื่อให้คนมารัก ไม่ใช่รัฐบาลแบบนั้น การเลือกตั้งวันหน้าก็สุดแล้วแต่ว่าจะเลือกใครเป็นรัฐบาล ดูให้ดีแล้วกัน หากทุกคนทำตามกฎหมายบ้านเมืองก็จะสงบ ส่วนตัวไม่ได้ใจร้าย เราต้องมีจิตสำนึกประชาธิปไตย ยอมเสียภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขอให้ทุกคนรักกัน อย่าเกลียดกัน ส่วนการทุจริตนั้น มีทั้งผู้ให้และผู้รับ มีปัญหามาก็ด่าเจ้าหน้าที่ ใครนึกอะไรไม่ออกก็ด่านายกฯ ตนยอมโดนด่า วันนี้ต้องรักกัน อย่าทะเลาะกัน ด้วยประชาธิปไตย ด้วยรัฐธรรมนูญอีกเลย พอแล้ว อีก 10-15 ปีข้างหน้าบ้านเมืองต้องเปลี่ยนใหม่” จากนั้นนายกฯเดินทางกลับทำเนียบรัฐบาล ระหว่างนั้นได้มีหญิงคนหนึ่งชูกระดาษที่เขียนข้อความว่า “รักน๊า ท่านน่ารัก ท่านนายกฯตู่”

ลั่นไม่กลัวถูกขุดคุ้ย–ยัน ลต.ก.พ.62

กระทั่งเวลา 10.50 น. ที่ท่าเรือเทวราชกุญชร เทเวศร์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า หวังว่าสิ่งที่รัฐบาลทำจะได้รับการสานต่อ ไม่ว่าจะรัฐบาลใด ไม่จำเป็นต้องล้มสิ่งที่ดีอยู่แล้ว ขอให้ช่วยทำสิ่งที่ตนได้ทำไว้ หากมัวแต่จับผิด ทุกอย่างก็เดินหน้าไปไม่ได้ ขอให้กระบวนการยุติธรรมได้ตรวจสอบ ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายกฯเคยระบุว่า หลังจากการเปิดเวทีทางการเมืองและมีการเลือกตั้งจะมีการขุดคุ้ยประวัติส่วนตัว พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า พูดไปตามขั้นตอนจะต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว หลายคนจะขุดคุ้ยเรื่องนั้นเรื่องนี้ สื่อก็ทราบดีว่าใครเป็นคนพูด ยืนยันไม่กลัวการขุดคุ้ยอยู่แล้ว ขณะเดียวกันยังย้ำว่าการเลือกตั้งยังคงเป็นวันที่ 24 ก.พ.2562 ไม่เป็นอย่างอื่น ไม่เคยไปเลื่อนแต่อย่างใด

หลายพรรคพูดแล้วทำไม่ได้

เมื่อถามว่า หลายพรรคการเมืองมีการเปิดตัวรายชื่อบุคคลที่จะถูกเสนอชื่อท้าชิงเป็นนายกฯ นายกฯตอบว่า ตนไม่ได้มองอะไร เพราะไม่ได้ไปแข่งขันอะไรกับใคร ขณะนี้ยังไม่มีพรรคการเมืองใดมาทาบทาม แม้ตนจะสนใจการเมืองแต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะร่วมกับพรรคใด ขณะนี้ได้แต่รับฟังที่หลายฝ่ายพูดไปก่อน หลายพรรคได้มีการแสดงนโยบายต่างๆออกมา แต่จะต้องทบทวนว่าจริงและสามารถทำได้หรือไม่ เพราะว่าตอนนี้ตนอยู่ในการบริหารราชการแผ่นดิน ทราบว่าสิ่งที่หลายพรรคพูดบางอย่างทำได้ ขณะที่บางอย่างทำไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่จะทำไม่ได้ ส่วนตัวยังไม่ตัดสินใจว่าจะไปร่วมกับพรรคใด ไม่มีหลักเกณฑ์ใดทั้งสิ้น ไม่จำเป็นต้องบอกใคร หากเชิญก็จะเชิญมายังตน หากเชิญมาหลายพรรคก็ต้องตัดสินใจเอง

เสียงเขียวเลิกพูดนายกฯคนนอก

เมื่อถามว่าหากจะมาสู่การเมืองอีกครั้งจะเข้ามาช่องทางใด และมีโอกาสเป็นนายกฯคนนอกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบเสียงขึงขังว่า “เขาเลิกพูดเรื่องนายกฯคนนอกไปตั้งนานแล้ว พูดอยู่นั่นแหละ แล้วเขามีไว้เพื่ออะไรคุณไม่รู้เหรอ นายกฯคนนอกเขาเขียนไว้เพื่ออะไรไม่รู้เหรอ ถ้าเลือกตั้งแล้วมีนายกฯไม่ได้ ต้องมีการหารือรอบสอง เพื่อเลือกนายกฯ ขึ้นมาใหม่ แต่ถ้าเลือกนายกฯรอบแรกได้ก็จบ คุณอย่ามาเขียนให้มันเสียหายอยู่นั่นแหละ พอได้แล้ว” ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปทันที

ปลื้มกรุงเทพฯเป็นสุดยอดจุดหมาย

ช่วงค่ำเวลา 20.10 น. พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในรายการศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า น่ายินดีที่กรุงเทพมหานครได้รับการโหวตให้เป็น “เมืองสุดยอดจุดหมายปลายทาง” อันดับ 1 ของโลกจากการสำรวจของมาสเตอร์การ์ด ครองอันดับ 1 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาพักมากกว่า 20 ล้านคน โดยเฉลี่ย 4.7 คืน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 5,500 บาทต่อวัน และยังเป็นประเทศเดียวที่มีเมืองน่าเที่ยวถึง 3 แห่งติดอยู่ใน 20 อันดับแรก สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างพื้นฐานที่มีเสถียรภาพและมีเสน่ห์ของวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งค่าใช้จ่ายไม่สูงเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่อื่นๆในโลก ซึ่งรัฐบาลได้ออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวขยายข้อยกเว้นให้นักท่องเที่ยวที่พักระยะสั้น ดูแลความปลอดภัยโดยถือว่านักท่องเที่ยวคือแขกพิเศษของคนไทย ที่สำคัญเราต้องประพฤติปฏิบัติตนในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี มีจิตสำนึก มีความรับผิดชอบต่อการกระทำอันจะเกิดเป็นภาพลบของประเทศในเวทีนานาชาติและโลกโซเชียล

นายกฯเซ็ง รมต.ไม่เร่งปั่นผลงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก คสช.ว่า ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ไม่พอใจผลงานของกระทรวงต่างๆที่รับผิดชอบโครงการไทยนิยมยั่งยืน เนื่องจากไม่ผลักดันโครงการอย่างเต็มที่หลังอนุมัติงบประมาณตาม พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2561 จำนวน 95,758.1 ล้านบาท ลงไปในพื้นที่ 81,151 ชุมชน แต่ปรากฏว่าประชาชนไม่รู้จัก ผลงานไม่เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมและไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ทั้งที่เป็นช่วงใกล้เลือกตั้ง นายกฯจำเป็นจะต้องสร้างผลงาน แต่รัฐมนตรีกลับไปมุ่งทำงานในกระทรวงไม่สนใจโครงการไทยนิยมยั่งยืน สุดท้ายเริ่มมีนักการเมืองเข้ามาตรวจสอบหาจุดบอด จุดโจมตี และเชื่อว่าจะนำไปขยายผลหาเสียงช่วงเลือกตั้ง

“อุ๊งอิ๊ง” โพสต์ภาพคู่พ่อที่ฮ่องกง

ด้านความเคลื่อนไหวนายทักษิณ ชินวัตร และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่ขณะนี้ทั้ง 2 ได้เดินทางมาที่ฮ่องกง และจะอยู่จนถึงช่วงต้นสัปดาห์หน้าก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศอื่นนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวนายทักษิณ ได้เดินทางไปพบนายทักษิณ พร้อมกับลงรูปคู่กับนายทักษิณ โดยลงข้อความว่า “มาแล้วๆๆๆ แต่ไปประชุมแล้ว ทำงานรัวๆ มาถึงก็อธิบายเรื่องเทคโนโลยีให้ฟังตั้งแต่ 8 โมงเช้า (7 โมงไทย) ลูกง่วงนะคะ รูปนี้ถ่ายเสร็จ พ่อบอก ถ่ายโดยว่าที่ลูกเขย อ่ะ เขินนิดๆ ไม่มากๆ ฝืดๆ”

พท.ยกขบวนพบ “ทักษิณ” ถกตัวผู้นำ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า แกนนำพรรคเพื่อไทย อดีต ส.ส. จากทั้ง กทม.และภาคอีสาน บางกลุ่มจะเดินทางไปพบนายทักษิณ แต่ไม่มากนัก เพราะนายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ใช้เวลาอยู่ที่ฮ่องกงเพียงไม่กี่วัน ทั้งนี้อดีต ส.ส.อีสาน จะเดินทางไปวันที่ 7 ต.ค. นัดเจอกันที่โรงแรมเพนนินซูล่า หารือเรื่องการเมืองทั่วไป และอาจหารือถึงบุคคลที่จะทำหน้าที่นำพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคกำหนดวันประชุมคัดเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ 28 ต.ค. จึงต้องมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวโดยเร็ว นอกจากนี้ จะมีการกำหนดยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย รวมทั้งพรรคในเครือข่ายที่ชัดเจนในตอนนี้อย่างพรรคเพื่อธรรม พรรคเพื่อชาติ ตลอดจนพรรคเครือข่ายพรรคอื่นๆให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เป็นการตัดคะแนนเสียงกันเองในการเลือกตั้ง

“ฐิติวัจน์” ซบ ชพน.สานงาน “บิ๊กซัน”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก อดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และในฐานะกรรมการปฏิรูปการเมือง ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งกรรมการปฏิรูปการเมืองอย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อไปร่วมงานกับพรรคชาติพัฒนา หลังจากก่อนหน้านี้ พล.อ.ฐิติวัจน์ได้รับการทาบทาม ให้ไปร่วมทัพสู้ศึกเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้ โดยการตัดสิน ใจครั้งนี้ เพื่อสานต่อสิ่งที่ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก อดีต ผบ.ทบ. ผู้เป็นบิดาได้ทำไว้ตอนสมัยเเรกเริ่มของพรรคชาติพัฒนา ร่วมกับ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ และนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกฯและที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ทั้งนี้ พล.อ.ฐิติวัจน์จะเดินทางไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคชาติพัฒนาอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 8 ต.ค.นี้

“วรรณรัตน์” โวยังอยู่เหนียวแน่น

เมื่อเวลา 11.00 น. ที่โรงแรมซิตี้พาร์ค อ.เมืองนครราชสีมา นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญพรรคชาติพัฒนา มีนายประเสริฐ บุญชัยสุข เลขาธิการพรรคชาติพัฒนา และกรรมการบริหารพรรคชุดเดิม สมาชิกพรรคชาติพัฒนาจาก 4 ภาคที่มาจากสาขาพรรคทั่วประเทศ นพ.วรรณรัตน์กล่าวว่าวันที่ 8 ต.ค. ที่สำนักงานใหญ่พรรคชาติพัฒนา จะมีผู้ที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกับพรรคไปสมัครเป็นสมาชิกทั้งคนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษาระดับปริญญาโท เอก ทั้งใน ประเทศ และต่างประเทศ ส่วนโลโก้ใหม่เป็นรูป ช.ช้าง เป็นสัญลักษณ์คำว่า ชาติพัฒนา นอกจากนั้นตัวสีน้ำเงินเป็นลายกนกชี้ขึ้นข้างบน เหมือนเป็นเส้นกราฟที่พุ่งขึ้นข้างบน สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศชาติเจริญเติบโตในทุกมิติ ทั้งนี้ สมาชิกพรรคยังอยู่กันครบ ไม่มีผู้ใดมาแจ้งขอลาออก นอกจากนั้น ยังมีสมาชิกพรรคเก่ายังตั้งใจมาสมัครอีกหลายคน ส่วน จ.นครราชสีมา ตั้งใจส่งผู้สมัครครบทั้ง 14 เขตเลือกตั้ง โดยเขต 1 2 3 คาดว่าแข่งขันรุนแรง และเป็นเขตหลักของพรรค ไม่ได้หวั่นไหว

“สุวัจน์” ไม่หวั่นโคราชเนื้อหอม

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า ช่วงนี้บรรยากาศการเมืองกำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี เท่าที่ดูตอนนี้ความตื่นตัวของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ความตื่นตัวของนักการเมืองรุ่นใหม่ รวมถึงมีศิลปินดารานักแสดงสนใจลงสนามการเมือง เชื่อว่าถ้าการเลือกตั้งเป็นไปแนวทางนี้ คิดว่าเป็น นิมิตหมายที่ดีกับประเทศ เมื่อถามว่า พรรคชาติพัฒนาพร้อมเป็นทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านหรือไม่ นายสุวัจน์ตอบว่า ต้องหารือกันว่าทิศทางและนโยบายของพรรคสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นอย่างไร ทิศทางจะถูกกำหนดโดยกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ส่วนกรณีเขตเลือกตั้ง จ.นครราชสีมาลดลงเหลือ 14 เขต ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เป็นไปตามเกณฑ์ โคราชเป็นจังหวัดใหญ่ คงจะเป็นที่หมายปอง คนโคราชจะได้มีทางเลือกมากมายให้คนดีมาช่วยกันพัฒนา

“อนุทิน” ยัน ภท.เดินหน้าไม่มีถอย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ทยอยเปิดตัวในช่วงนี้ว่า เป็นหน้าที่ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องทุ่มเทความรู้ความสามารถ มารับใช้ประชาชนและประเทศชาติ เพราะอนาคตประเทศอยู่กับพวกเขา พวกตนจะค่อยๆหายไปกับกาลเวลา ประเทศไทยจึงต้องพึ่งพาคนรุ่นใหม่ที่มีความสด มีความพร้อม และเข้าถึงข้อมูลในโลกนี้เร็วกว่านักการเมืองอย่างพวกตน จึงต้องสนับสนุน สำหรับพรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของคณะกรรม-การบริหารชุดปัจจุบัน เดินหน้ามาตลอด ไม่เคยถอยหลัง เราทำทุกอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนต่อประเทศ โดยไม่มีวันหยุด และคิดแนวทางเพื่อปรับมาเป็นนโยบายที่ทำง่าย ทำได้เร็ว เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ และมอบความไว้วางใจต่อผู้สมัครของเรา

ปชป.ดีเดย์เลือกหัวหน้าพรรค 5 พ.ย.

นายราเมศ รัตนะเชวง รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการหยั่งเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ว่า วันที่ 8 ต.ค.จะเปิดให้ผู้สนใจสมัครเข้ารับการหยั่งเสียงในเวลา 08.30-16.00 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ จากนั้นในเวลา 17.00 น. จะมีการเลือกคณะกรรมการลงคะแนนหยั่งเสียงเบื้องต้น จำนวนไม่เกิน 5 คน เพื่อทำหน้าที่ดูแลการหยั่งเสียง โดย ให้ผู้สมัครแต่ละฝ่ายเสนอชื่อคณะกรรมการได้ฝ่ายละ 1 คน แล้วเสนอชื่อต่อคณะกรรมการบริหารพรรคแต่งตั้ง ทั้งนี้ จะจัดการหยั่งเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างวันที่ 1-5 พ.ย.และให้จัดการหยั่งเสียงที่หน่วยเลือกตั้งในวันที่ 5 พ.ย. เวลา 08.00-17.00 น. เมื่อปิดการหยั่งเสียงทุกประเภท คณะกรรมการจะรวบรวมผลคะแนน จากนั้นประกาศผู้ชนะการหยั่งเสียง และรายงานให้กรรมการบริหารพรรคต่อไป

“อลงกรณ์” สมัครสมาชิกลุยชิงหัวหน้า

เมื่อเวลา 15.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอลงกรณ์ พลบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางมาสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรคอีกครั้ง เพื่อแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค นายอลงกรณ์กล่าวว่า ขณะนี้มีผู้รับรองคุณสมบัติค่อนข้างพร้อม ขอยืนยันจะสมัครหยั่งเสียงเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่ 8 ต.ค. และจะแถลงจุดยืนนโยบาย พร้อมกลุ่มเพื่อนอลงกรณ์บางส่วนที่จะเปิดตัวในวันที่ 10 ต.ค. จากนั้นจะเดินสายพบสมาชิกในพื้นที่ภาคอีสานใน จ.ขอนแก่น สกลนคร กาฬสินธุ์ พร้อมจะประกาศนโยบายรวมถึงยุทธศาสตร์ที่จะพัฒนาพรรค รวมถึงตั้งกลุ่มไลน์อลงกรณ์ และมีสำนักงานที่จะประสานทั่วประเทศ ทั้งนี้ ขอให้กองเชียร์ทุกฝ่ายอย่าทุจริตในการหยั่งเสียง ไม่ทำผิดวินัยพรรค และช่วยกันจรรโลงว่าระบบไพรมารีโหวตเหมาะกับการเมืองไทยในอนาคต สำหรับตนจะปฏิบัติตามกติกา และเปิดตัวทีมงานประชาธิปัตย์ยุคใหม่ ซึ่งเป็นชื่อทีมของตนในการหาเสียงกับสมาชิกพรรค

พปชร.ดึงสมองคนรุ่นใหม่ 7 ต.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่า วันที่ 7 ต.ค. เวลา 13.00 น. ที่โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล ราชประสงค์ พรรคพลังประชารัฐจัดให้มีการระดมสมองเวิร์กช็อปกลุ่มคนรุ่นใหม่กว่า 60 คน อายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป เพื่อรับฟังแนวทางนโยบายประเทศด้านต่างๆ อาทิ เศรษฐกิจมหภาค จุลภาค การศึกษา เทคโนโลยี พลังงานสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข ท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรม เพื่อนำความคิดเห็นเหล่านั้นมาประกอบเป็นนโยบายของพรรค โดยมี 4 รัฐมนตรีร่วมรับฟังความคิดเห็นด้วย โดยความคิดเห็นที่ได้นำไปเป็นแนวทางเพื่อจัดทำนโยบายพรรคต่อไป และหากใครมีคุณสมบัติเหมาะสม และสนใจลงเลือกตั้ง อาจจะเข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคและอาจถูกวางตัวเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.

กกต.ร่นเลือก ส.ว.คิกออฟ 16 ธ.ค.

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.กล่าวถึงความคืบหน้าในการเตรียมการจัดการเลือก ส.ว.ว่า หลังจากมีการประกาศเรื่องการเปิดให้ลงทะเบียนองค์กรที่จะเสนอชื่อผู้สมัครได้ วันที่ 15-24 ต.ค.จะเปิดรับสมัครองค์กรที่จะเสนอชื่อผู้สมัคร จากนั้นวันที่ 4 พ.ย. ประกาศผลการลงทะเบียนองค์กร และหวังว่าในช่วงเดือน พ.ย. รัฐบาลจะดำเนินการให้มีการออก พ.ร.ฎ.ประกาศให้มีการเลือก ส.ว. ซึ่ง กกต.ตั้งไว้ว่าน่าจะเป็นวันที่ 16 พ.ย. และวันที่ 20-30 พ.ย.จะเปิดรับสมัคร ส.ว. จากนั้นจึงจะเริ่มคัดเลือก ส.ว.ในระดับอำเภอ ในวันที่ 16 ธ.ค. ระดับจังหวัดในวันที่ 22 ธ.ค. และระดับประเทศในวันที่ 27 ธ.ค. โดยคาดว่าภายในวันที่ 4 ม.ค.2562 กกต.จะสามารถส่งชื่อ ส.ว.ให้กับ คสช.เพื่อให้ไปคัดเลือกต่อไป ซึ่งเรื่อง ส.ว.เราต้องทำให้เสร็จก่อนมีการเลือกตั้ง ส.ส. อย่างไรก็ตามจากเดิมที่ กกต.วางกรอบว่าจะเลือกผู้สมัคร ส.ว.ระดับอำเภอในช่วงวันที่ 30 ธ.ค. แต่มีข้อสังเกตจากกระทรวงมหาดไทยว่าใกล้ช่วงวันหยุดปีใหม่อาจจะทำให้ประชาชนไม่สะดวก จึงมีการร่นวันให้เร็วขึ้น

กก.สรรหาเคาะ 2 ชื่อว่าที่ กกต.

ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง และเชิญผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็นบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต. ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม รวมทั้งหมด 14 คน เพื่อสัมภาษณ์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ หน้าที่และอำนาจของ กกต. จากนั้นคณะกรรมการสรรหาได้พิจารณาและลงมติเลือกบุคคลผู้สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น กกต. จำนวน 2 คน ดังนี้ 1.นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 2.นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ ทนายความ โดยขั้นตอนต่อจากนี้ตามคณะกรรมการสรรหาจะส่งรายงานการพิจารณาให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อตรวจสอบประวัติ ความประพฤติและพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคล ผู้ได้รับการเสนอชื่อ ก่อนลงมติให้ความเห็นชอบต่อไป

“ศิริโชค” ขอโทษ “ปู” คดี ว.5 โฟร์ซีซันส์

วันเดียวกัน นายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และหนึ่งในทีมอดีตพิธีกร รายการสายล่อฟ้า ที่จัดในสถานีโทรทัศน์ช่องบลูสกาย ได้โพสต์จดหมายเปิดผนึกลงวันที่ 5 ต.ค.2561 บนเฟซบุ๊กชื่อ “leky sopha” ว่า ตามที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โจทก์ร่วม ยื่นฟ้องข้าพเจ้าทั้งสามคนคือ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต นายศิริโชค โสภา และนายเทพไท เสนพงษ์ เป็นจำเลยต่อศาลอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาท โดยวิธีการโฆษณาด้วยการดำเนินรายการสายล่อฟ้า ในขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ดำรงตำแหน่งนายกฯ กรณีที่เดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ แต่ข้าพเจ้านายศิริโชค โสภา กับพวกดังกล่าวได้จัดรายการโดยนำป้ายที่ใช้แขวนหน้าห้องพักของโรงแรม ปรากฏข้อความว่า “เอาอยู่” มานำเสนอในรายการ แล้วพูดประกอบว่า “ห้องนี้ เอากันอยู่ หรือแขกก็เอากันอยู่ อ๊ะๆๆๆๆ และปูโฟร์ซีซันส์ ปู ว.5 ปูเอาอยู่ เยอะมากๆนะฮะ คำกล่าวขานท่านนายกเนี่ย” ข้อความและการกระทำของข้าพเจ้ากับพวกดังกล่าว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ได้พิพากษาว่า การกระทำดังกล่าวของข้าพเจ้ากับพวกทั้งสามคนเป็นความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ประกอบมาตรา 83 ให้จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 50,000 บาท ขณะนี้ข้าพเจ้ากับพวกได้ฎีกา คำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง และศาลฎีกาได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 19 ตุลาคม 2561 เวลา 09.30 น.

ขอบคุณถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาท

นายศิริโชคระบุว่า ข้าพเจ้านายศิริโชคกับพวกอีกสองคน เห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ว่า “ข้อความและการกระทำของพวกข้าพเจ้าดังกล่าว เป็นการหมิ่นประมาท น.ส.ยิ่งลักษณ์ในขณะดำรงตำแหน่งนายกฯ และในฐานะส่วนตัวจริง ข้อความและป้ายดังกล่าวที่นำมาประกอบนั้น ไม่ถูกต้องและไม่เป็นความจริง บัดนี้ ข้าพเจ้ากับพวก รวมสามคนคือ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต จำเลยที่ 1 นายศิริโชค โสภา จำเลยที่ 2 และนายเทพไท เสนพงษ์ จำเลยที่ 3 ได้สำนึกผิดแล้ว และขออภัยต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้ให้อภัยต่อข้าพเจ้า และได้ยื่นคำร้องขอถอนฎีกา ให้กับข้าพเจ้ากับพวก ทำให้ข้าพเจ้ากับพวกหลุดพ้นจากคดีนี้ ข้าพเจ้ากับพวกทั้งสามคนขอขอบคุณ และถือโอกาสนี้แจ้งข่าวให้เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป”

“ยิ่งลักษณ์” ส่งทนายถอนฎีกา 8 ต.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้คู่ความเจรจาขอขมา กัน ฝ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้อภัยเตรียมถอนฟ้องคดี โดยมอบหมายให้นายสมหมาย กู้ทรัพย์ ผู้รับมอบ อำนาจ เดินทางไปยื่นคำร้องขอถอนฎีกาต่อศาลอาญา ในวันที่ 8 ต.ค. มีผลให้คดีอาญาระงับไป เพราะการ ถอนฟ้องยอมความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 39 (2)

ออกหมายจับคดีบ้านเอื้ออาทร

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลนัดพิจารณาครั้งแรกคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ 2 สำนวน สำนวนแรกอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กับพวกร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-9 ความผิดเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ฐานเป็นพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น สำนวนที่สองอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ฟ้องนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อายุ 54 ปี แกนนำ นปช.กับพวกร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-5 ในความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนนายวัฒนา โดยศาลมีคำสั่งให้รวมสำนวนทั้งสองเป็นคดีเดียวกัน โดยให้นายวัฒนาเป็นจำเลยที่ 1 โดยศาลได้สอบคำให้การจำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ นอกจากนี้ ศาลมีคำสั่งออกหมายจับ น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา ผู้แทนบริษัท พาสทิญ่าไทย และผู้แทนบริษัท นามแฟทท์ คอนสตรัคชั่น จำกัด จำเลยในคดีนี้ที่หลบหนีไม่มาศาล และให้รอผลการตามตัวภายใน 90 วัน พร้อมนัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 12 ก.พ.และวันที่ 15 ก.พ.62

“หนูหริ่ง” ขอนายกฯเลิกอายัดเงิน

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ว่าที่หัวหน้าพรรคเกียน เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เรียกร้องให้ยกเลิกการอายัดบัญชีธนาคารที่ถูก คสช.อายัดไว้กว่า 4 ปี โดยนายสมบัติ กล่าวว่า เหตุที่ตนถูกอายัดเงินเนื่องจากไม่ไปรายงานตัวตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ทั้งที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมาย และตนไม่ได้ทำความผิดเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน อีกทั้ง คสช.ไม่ได้แจ้งว่าหากไม่ไปรายงานตัวแล้วจะถูกอายัดบัญชี ที่ผ่านมาต่อสู้ข้อกล่าวหาไม่ไปรายงานตัวต่อ คสช. ถึง 3 ศาล โดยศาลฎีกาตัดสินปรับเงิน จำนวน 3,000 บาท และได้ชำระเรียบร้อยแล้ว จึงถึงเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องรับผิดชอบต่อคำสั่งที่ออกไป ทั้งนี้ หากไม่สามารถเปิดบัญชี จะเป็นหัวหน้าพรรคตามกฎหมายไม่ได้ และไม่สามารถจัดตั้งพรรคได้

ไล่บี้รัฐแก้ค่าโง่ทางด่วนโทลล์เวย์

นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต ส.ส.นครนายก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่ากรณีทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ ซึ่งกลายเป็นปัญหาที่รัฐจะต้องจ่ายค่าโง่ 1,200 ล้านบาท จากกรณีที่กลุ่มบริษัทดอนเมืองโทลล์เวย์ ฟ้องต่อคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลทำตามคำพิพากษาของศาลปกครองกลางที่พิพากษาว่าการขึ้นราคาค่าทางด่วน จาก 43 บาท เป็น 100 บาทของบริษัททางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์นั้น ถือว่าเป็นสัญญาที่ทำเพิ่มขึ้นโดยมิชอบ และให้กลับไปใช้สัญญาเดิมคือ เก็บค่าผ่านทางในราคา 43 บาท เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประชาชนผู้ใช้ทางด่วน หากไม่ดำเนินการจะฟ้องร้องต่อศาลผิดมาตรา 157 ต่อนายกฯ รมว.คลัง และ รมว.คมนาคม

ตั้ง ผบ.เหล่าทัพสวมหมวก คตช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ค่ำวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่ง คสช.ที่ 4/2561 เรื่องเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการตามองค์ประกอบคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) เพื่อให้การปฏิบัติงานของคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีความต่อเนื่อง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ประกอบกับมาตรา 42 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) 2557 คสช.จึงมีคำสั่งให้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผบ.ทร. และ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผบ.ทอ.ดำรงตำแหน่ง คตช.แทน พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ และ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ที่เกษียณอายุราชการ ตามลำดับ ทั้งนี้ ตั้งแต่ 1 ต.ค.2561 เป็นต้นไป

“บิ๊กตู่” ตั้งรอง ผบ.ทบ.นั่ง ผช.ผอ.รมน.

พล.ต.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) ได้มีคำสั่งกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ที่ 748/2561 เรื่องแต่งตั้งผู้ช่วย ผอ.รมน. โดยมอบหมายให้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รอง ผบ.ทบ. เป็น ผู้ช่วย ผอ.รมน. เพื่อทำหน้าที่สั่งการและปฏิบัติราชการแทน ผอ.รมน. รวมถึงการช่วยเหลือและกำกับการปฏิบัติงาน ในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร และการทำหน้าที่จะไม่ซ้ำซ้อนกับเลขาธิการ กอ.รมน. อย่างแน่นอน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้