วันจันทร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เจาะลึก เลือดข้นคนจาง VS สืบจากศพ = ใครฆ่าประเสริฐ?

เจาะลึก เลือดข้นคนจาง VS สืบจากศพ = ใครฆ่าประเสริฐ?

  • Share:

ตกลง ใครฆ่า คุณประเสริฐ ...?

ประเด็นร้อนที่ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ เชื่อว่า มันน่าจะได้กลายเป็นหนึ่งในหัวข้อการสนทนาระหว่างแฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ และเพื่อนๆ ณ​ ช่วงเวลาใด ช่วงเวลาหนึ่งอย่างแน่นอน หากคุณได้เผลอกดปุ่มโทรทัศน์ ไปดูซีรีส์ เลือดข้นคนจาง ซีรีส์เข้มๆ ภายใต้การกุมบังเหียน ของ เฮียย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับนามอุโฆษ

ซีรีส์ ที่มาพร้อมกับ พลอต ซึ่งยินดีที่จะแจกความน่าสงสัยไปยังทุกๆ ตัวละครในเรื่องว่า

“เอ๊ะ เอาจริงๆ คนคนนี้ มันก็น่าจะเป็นไปได้นี่ ว่า น่าจะเป็นฆาตกรตัวจริง”

การค่อยๆ เปิดเงื่อนงำทีละนิดๆ ในแต่ละตัวละคร ก่อนที่ตอนต่อไป จะสร้างเงื่อนงำในแบบคล้ายๆ กัน ไปยังอีกตัวละครถัดไป เพื่อมุ่งเป้าแจกคำถามไปยังคนดูว่า ที่คุณคิดเมื่อตอนที่แล้ว มันไม่น่าจะถูกนะ เพราะมันก็มีแบบนี้เกิดขึ้นเหมือนกัน อาวุธหลักที่ยิงใส่คนดูในแต่ละสัปดาห์ จนเกิดคำถาม ที่ถามซ้ำๆ วนลูปกันไปมาว่า

“ตกลงแล้ว ใครฆ่า คุณประเสริฐกันแน่..?”

ฤา นี่คือหมุดไมล์ ที่ เฮียย้ง แกปรารถนาล้อเลียนคนในยุคความรวดเร็วของข่าวสาร ครั้งสำคัญว่า

“อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปอะไรที่คุณเพิ่งเห็น แต่คุณจงนิ่งและสดับรับฟังข้อมูลให้รอบด้าน ก่อนที่จะตัดสินใจอย่างหนึ่งอย่างใดลงไปกันแน่..?”

เอาละ ในวันนี้ ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ หาได้จะมาร่วมหา ฆาตกรตัวจริง ในซีรีส์สุดฮอตนี้ หากแต่เพียง อยากจะขอเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นเครื่องเคียง เพื่อให้สามารถติดตาม “ซีรีส์ศึกฆ่าล้างตระกูลชิงมรดกโรงแรม” มีรสชาติเพิ่มมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะกับเงื่อนปม ที่ฆาตกรตัวจริง ทิ้งไว้กลาดเกลื่อน จากผู้เชี่ยวชาญสืบจากศพ ที่จะมาให้ความรู้เป็นเครื่องเคียงประกอบ เพื่อให้เกิดอรรถรสในการรับชมซีรีส์เรื่องนี้ มีความเข้าใจในเงื่อนปมที่ เฮียย้ง แกทิ้งไว้ให้ขบคิดในแต่ละสัปดาห์

เอาละ เราไปเริ่มต้นให้ ผู้เชี่ยวชาญ สืบจากศพของเรา วิเคราะห์เบาะแส ศึกชิงมรดกจิระอนันต์ ทั้งหมดเท่าที่มีในตอนนี้กันดีกว่า

โดยข้อมูลล่าสุด เท่าที่ซีรีส์เลือดข้นคนจาง เปิดเผย ในเหตุฆาตกรรม คุณประเสริฐ จนถึงตอนนี้ (4 ต.ค.61) ยังมีเพียงว่า...

ตามคำให้การของพยาน ให้การตรงกันว่า ได้ยินเสียงคนกรี๊ด และเสียงดังคล้ายปืน ในเวลาประมาณ 16.00 น.

คุณประเสริฐ ถูกยิงเสียชีวิตด้วยปืนของตัวเอง มีบาดแผลที่บริเวณท้อง ภายในห้องเกิดเหตุซึ่งเป็นห้องนอน ไม่มีร่องรอยการรื้อค้น ไม่มีรอยนิ้วมือ หรือร่องรอยการต่อสู้ใดๆ ปรากฏ ประตูบ้านไม่ได้ล็อก ฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิดภายในบ้านหายไป รวมถึงปืนของผู้ตายก็หายไปด้วย

มีคำให้การของพยาน ที่ระบุว่า ได้ยินเสียงดังคล้ายปืน เสียงกรี๊ด และเสียงคล้ายคนปิดประตู ก่อนที่จะไปพบว่า คุณประเสริฐเสียชีวิต อยู่ในห้อง

และจนถึงตอนนี้ มีพยานเพียง 4 คน เท่านั้น ที่ได้เห็นศพของคุณประเสริฐอยู่ในห้องพักในวันเกิดเหตุ ก่อนหน้าที่จะมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหนึ่งในจำนวนนี้ ซึ่งเป็นคนที่พบศพคนแรก และน่าสงสัยมากที่สุด ยังไม่ได้ถูกตรวจสอบคราบเขม่าดินปืน

ในขณะที่ อีกหนึ่งผู้ต้องสงสัย ซึ่งจู่ๆ เกิดหายตัวไปเฉยๆ ช่วงระยะเวลาหนึ่ง โดยอ้างว่าจะขับรถไปรับลูก แต่แล้วกลับไม่ได้ไปรับลูกตามที่บอกไว้ แต่ที่สุดกลับไปพบว่า เจ้าตัวนอนหลับไม่รู้เรื่องในห้องนอน โดยอ้างว่า กินยาแก้เครียดเข้าไป

เอาละ งั้นเราไปเริ่มต้นกันที่ ประเด็น การตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ กันก่อนเลยเป็นลำดับแรก

โดยแหล่งข่าว คนสืบจากศพ ของทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ค่อยลำดับให้ ทีมข่าวฯ สังเคราะห์ในประเด็นนี้ว่า...

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา การฆาตกรรมภายในห้อง ที่มีทางเข้า-ออก เพียงด้านเดียว แล้วไม่พบเห็นคนร้ายในขณะเกิดเหตุนั้น ที่ผ่านมา มีหลายคดี ที่คนร้ายใช้ทางหนีที่ไม่มีใครคาดถึง หรือเบื้องต้นไม่คิดว่า จะมีใครกล้าใช้ เช่น กระโดดลงมาจากหน้าต่าง หรือหนีขึ้นไปบนฝ้าเพดาน ก็เคยปรากฏมาแล้ว

ฉะนั้น สิ่งสำคัญในการหาร่องรอยของฆาตกร ก็คือ ในระหว่างที่ผู้ตายเสียชีวิตในห้องนั้น ผู้ตายอยู่เพียงลำพัง หรือมีคนอื่นอยู่ด้วย เพราะหากมีบุคคลที่ 2 อยู่ในห้องขณะเกิดเหตุ อย่างไรเสีย มันจะต้องมี หลักฐานการมีอยู่ ของบุคคลปริศนาที่ว่านี้ แน่นอน

แล้วเจ้าหลักฐานแสดงตัวตน ของบุคคลปริศนา ที่ว่านี้ มันมีอะไรที่จะแสดงให้เห็นได้บ้าง...?

ตามหลักการแล้ว ก็มีทั้ง...

1. รอยเท้า
2. รอยนิ้วมือ
3. สิ่งของ ที่ไม่ใช่ของผู้ตาย
4. วัตถุพยานทางชีวภาพ เช่น ไฟเบอร์เส้นใยเสื้อผ้า และ DNA ของบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ตาย

ประเด็น การค้นหา เวลาเสียชีวิตที่แท้จริง!

เบื้องต้นง่ายที่สุดก็คือ 1. การสำรวจภายในบริเวณห้องว่า เคยมีกิจกรรมอะไรเกิดขึ้นในระหว่างที่ผู้ตายเสียชีวิต หรือไม่ เช่น มีการเปิดโทรทัศน์ เปิดเครื่องปรับอากาศ เอาไว้หรือไม่

2. การตรวจสอบ อุณหภูมิของศพ

3. การตรวจสอบ การแข็งตัวของศพ

4. การตรวจสอบการตกของเลือดลงสู่เบื้องต่ำหลังการเสียชีวิต

5. การตรวจสอบคราบเลือด โดยดูจากคราบเลือดบนพื้น มีความหนืด ความแห้ง หรือความสดใหม่ มากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ดี การตรวจสอบในประเด็นนี้ ต้องพิจารณาจากอุณหภูมิภายในห้องประกอบกันด้วย เพราะอุณหภูมิภายในห้อง มีผลต่อความเปลี่ยนแปลงของคราบเลือดได้ เช่น หากห้องที่พบศพ เป็นห้องที่มีอุณหภูมิต่ำเนื่องจากมีการปรับเครื่องปรับอากาศมาเป็นเวลานาน ก็อาจทำให้เลือดแห้งช้ากว่าห้องที่มีอุณหภูมิร้อนกว่าได้ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ อาจทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนในการประเมินเวลาเสียชีวิต ของผู้ตายได้

6. การประเมินจาก อาหารมื้อสุดท้ายของผู้ตาย โดยการนับจากเวลากินอาหารมื้อสุดท้าย กับเวลาที่เสียชีวิต ซึ่งวิธีนี้จะทำให้สามารถประเมินเวลาที่ผู้ตาย เสียชีวิตได้ค่อนข้างชัดเจนมากที่สุดว่า ตกลงแล้ว ผู้ตายเสียชีวิตในเวลาประมาณกี่โมงกันแน่

ยกตัวอย่างเช่น มีพยานคนหนึ่ง ไปพบศพศพหนึ่ง ในเวลาประมาณ 17.00 น. แต่ต่อมาภายหลัง พบหลักฐานว่า ผู้ตายกินอาหารมื้อสุดท้ายในเวลา 12.00 น. แล้วเมื่อผ่ากระเพาะผู้ตายเข้าไปดู แล้วเกิดพบว่า ในกระเพาะผู้ตาย ยังมีอาหารอยู่ในปริมาณมาก นั่นก็แสดงว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ตายน่าจะเสียชีวิตภายในเวลาไม่เกิน 13.00 น. ไม่ใช่เวลา 17.00 น. ที่มีผู้พบเห็นศพเป็นคนแรก เป็นต้น

ประเด็น การตรวจสอบหาคราบเขม่าดินปืน

กรณีการเก็บจากศพ ควรจะต้องมีการเก็บภายในระยะเวลาไม่เกิน 24 ชั่วโมง หลังจากที่มีการยิงปืนออกไปแล้ว
ส่วนกรณี การเก็บจากบุคคลต้องสงสัยต่างๆ นั้น ควรจะต้องมีการเก็บไม่เกิน 6 ชั่วโมง หลังจากที่มีการยิงปืนออกไปแล้ว

ซึ่งเหตุผลที่ควรจะมีการตรวจสอบหาคราบเขม่าดินปืนภายในระยะเวลาดังกล่าว เนื่องจากหากเกินจากระยะเวลาดังกล่าวไปแล้ว จะทำให้ผลการตรวจ มีความคลาดเคลื่อนไปได้

อย่างไรก็ดี ที่มักมีการถกเถียงกันอยู่เสมอๆ ในกรณีที่ ผู้ต้องสงสัยพยายามหลบเลี่ยงการตรวจหาคราบเขม่าดินปืนภายในระยะเวลาดังกล่าว โดยมักอ้างว่า ขอหนีไปตั้งหลักก่อน จะทำให้หลุดจากความเป็นผู้ต้องสงสัย หรือไม่มีหลักฐานสำคัญที่สามารถเอาผิดในคดีนั้นๆ ได้หรือไม่นั้น

การไม่เจอคราบเขม่าดินปืนที่มือ ไม่ได้แปลว่า คนที่ถูกนำไปตรวจหาคราบเขม่าดินปืน หลังจากเกินระยะเวลาในการตรวจไปแล้ว จะหลุดจากความเป็นผู้ต้องสงสัยไปได้นะ เพราะผลที่ได้มานั้น ในทางคดี มันเป็นเพียงแค่ว่า ที่คุณไม่มีคราบเขม่าดินปืน ก็เพราะคุณถูกนำไปตรวจหลังจากเกินระยะเวลาที่กำหนด เท่านั้นเอง!


แต่ในทางกลับกัน หากเกิดเหตุการณ์ปุ๊บ คุณแสดงตัว เพื่อขอตรวจหาคราบเขม่าดินปืนในทันที แล้วผลการตรวจออกมาว่า ไม่พบคราบเขม่าดินปืนจริงๆ แบบนี้ ต่างหาก ถึงจะหลุดพ้นจากความเป็นผู้ต้องสงสัย ได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ จริงไหม...?

ประเด็น การถูกยิงเข้าที่บริเวณท้องจนเสียชีวิต

โดยปกติ เป็นไปได้ทั้ง ถูกกระทำ หรือ เกิดจากอุบัติเหตุ

แต่การฆ่าตัวตาย จากการยิงเข้าที่ท้อง ในประเทศไทยเรา เบื้องต้นพบว่า มีอยู่เหมือนกัน แต่เกิดขึ้นน้อยมาก เพราะการยิงท้องส่วนใหญ่ มักจะไม่ได้ทำให้ตายในทันที และทำให้เกิดความทรมานด้วย

อย่างไรก็ดี วิธีการพิสูจน์หาข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ ต้องอาศัยการดูที่บาดแผล และทิศทางของกระสุนสังหาร เป็นสำคัญ

โดยหากเป็นการยิงเข้าที่ท้องในแนวระนาบ ส่วนใหญ่ จะเกิดจากฝีมือ ของ ฆาตกร เนื่องจากระยะยิงและระดับของมือฆาตกรจะอยู่แนวเดียวกับท้องของคนตายในท่าทางยืน แต่หากเป็นการยิงเข้าท้อง แล้วมีทิศทางเฉียงๆ แบบนี้ส่วนใหญ่มักจะเป็นการยิงเพื่อหวังจะฆ่าตัวตาย เนื่องจากผู้ยิง จะสามารถจับปืนโดยใช้มือเดียวได้ง่ายกว่า หากผู้ตายต้องใช้สองมือประคองปืนในการยิง ที่จะทำให้เกิดทิศทางแนวระนาบ

การถูกยิงเข้าที่บริเวณท้อง จะทำให้เสียชีวิตภายในเวลากี่ชั่วโมง...?

1. การยิงเข้าที่บริเวณท้อง หากไปถูกหลอดเลือดแดงใหญ่ที่บริเวณลิ้นปี่ ส่วนใหญ่เพียงไม่เกิน 3-5 นาที ก็ทำให้เสียชีวิตได้แล้ว
2. หากยิงไปถูกบริเวณ ตับ จะใช้ระยะเวลาประมาณ 30 - 60 นาที กว่าที่จะเสียชีวิต
3. แต่หากไม่โดนทั้ง 2 จุดดังกล่าว ส่วนใหญ่สามารถอยู่ต่อไปได้อีกหลายชั่วโมงกว่าที่จะเสียชีวิต ในกรณีที่ไม่เข้ารับการรักษากับแพทย์

ประเด็น ประตูบ้านไม่ได้ล็อก ไม่มีร่องรอยการถูกงัดแงะ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีรอยนิ้วมือ

ลักษณะนี้ ในทางนิติวิทยาศาสตร์ เรียกว่า ไม่เจอความยุ่งเหยิงของที่เกิดเหตุ ซึ่งนั่นก็แปลว่า 1. ไม่มีการต่อสู้ในระหว่างเกิดเหตุ หรือ 2. ห้องที่พบศพ บางทีอาจจะไม่ใช่ห้องที่เกิดเหตุที่แท้จริง ก็เป็นได้เช่นกัน

การถูกยิงเข้าที่ท้อง มีเลือดไหลออกมามากมาย หากมีการเคลื่อนย้าย ก็ต้องพบหยดเลือดมากมายทั่วบริเวณสิ...? ทีมข่าวฯ ชิงถามโดยพลัน

ก็จริงนะ แต่รู้ไหม....? มือสืบจากศพ ครุ่นคิดสักพัก ก่อนเอื้อยเอ่ยต่อไปว่า...

การถูกยิงเข้าที่บริเวณท้องนั้น กระสุนมักจะฝังใน และจะมีไขมันหน้าท้อง และกล้ามเนื้อหดตัวเข้ามาที่บริเวณบาดแผล ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เลือดออกมาไม่มากนัก ฉะนั้น การขยับเคลื่อนย้ายศพในช่วงแรกๆ ของการยิง จะไม่ทำให้มีรอยเลือดในที่เกิดเหตุมากนัก

ฉะนั้น ห้องที่พบศพ อาจไม่ใช่ ห้องที่เกิดเหตุ ก็ได้จริงไหม....? แหล่งข่าวสืบจากศพของเราตั้งทฤษฎีใหม่ ในเหตุฆาตกรรมคุณประเสริฐ ให้แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ ได้ลองขบคิด

นอกจากนี้ หากใครยังไม่รู้ การสังเกตห้องที่พบศพ ว่าเป็นห้องที่เกิดเหตุหรือไม่ มันมีหลักการสำคัญอีกอย่างก็คือ...

ท่าที่พบศพ และสถานที่เกิดเหตุ หากเรียบร้อยเกินไป สะอาดเกินไป มีความผิดปกติไม่เป็นธรรมชาติ มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีการจัดฉาก เพราะโดยปกติ คนที่ถูกยิงเสียชีวิต ในระหว่างที่ยังไม่สิ้นใจ มักจะมีการดิ้นทุรนทุราย เนื่องจากได้รับความเจ็บปวดจากบาดแผล

ส่วนห้องที่เกิดเหตุ หากสะอาดเกินไป ก็มีความเป็นไปได้สูงมากว่า น่าจะมีคนพยายามเข้ามาทำลายหลักฐานในที่เกิดเหตุ เช่น เคยมีคราบเลือด แต่มีการเช็ดออกไปหมดแล้ว หรือมีการทำความสะอาดห้องที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นต้น

ประเด็น ฮาร์ดดิสก์กล้องวงจรปิด สูญหาย

ต้องเป็นคนในแน่นอน เพราะคนนอกจะไปรู้ที่เก็บฮาร์ดดิสก์ และรู้ได้อย่างไร จุดไหนมีกล้องวงจรปิด มือสืบจากศพ พูดเสียงดังฟังชัด ทันทีที่ได้ยินคำถามในประเด็นนี้

และที่สำคัญหากใครยังไม่รู้ การจะดึงฮาร์ดดิสก์ออกมาจะต้องใช้มือ ฉะนั้น จะต้องมีร่องรอยนิ้วมือของฆาตกรติดอยู่ และหากตรวจแล้ว ไม่พบ ก็แสดงว่า จะต้องมีการเช็ดรอยนิ้วมือออกไปแล้ว

ซึ่งแสดงว่า มีความจงใจที่จะทำลายหลักฐานในที่เกิดเหตุแน่นอน

และคนทำ จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ทางด้านนิติวิทยาศาสตร์แน่นอน เพราะการจะทำลายหลักฐานรอยนิ้วมือ จะต้องใช้อุปกรณ์พิเศษบางอย่างประกอบด้วย และไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ

เพราะการทำลายหลักฐานทั้งหมดที่ว่านี้ คนเดียวไม่มีทางทำได้ ภายในระยะเวลาอันสั้น ไม่เกิน 1 ชั่วโมง แน่นอน เพราะเพียงแค่การเคลื่อนย้ายศพ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลา เกือบ 1 ชั่วโมงเข้าไปแล้ว

ฉะนั้น หากทำทั้งหมดได้แบบนั้น ฆาตกร อาจจะไม่ได้มีเพียงคนเดียว ก็เป็นได้!

ประเด็น การได้ยินเสียงปืน และเสียงกรี๊ด

สำหรับประเด็นนี้ เบื้องต้นไม่สามารถสรุปลงไปอย่างแน่ชัดได้ว่า ผู้ตาย เสียชีวิต ณ ขณะที่ได้ยินเสียงปืน หรือเสียงกรี๊ด นั่นเป็นเพราะ บาดแผลจากการถูกทำร้ายบางบาดแผล ไม่ได้ทำให้ผู้ตายเสียชีวิตลงในทันที ยกตัวอย่างเช่น มีพยานได้ยินเสียงปืนในเวลาประมาณ​ 14.00 น. แต่ผู้ตายอาจจะเสียชีวิต ในเวลา 15.00 น. หรือ 16.00 น. ก็เป็นได้ เพราะกระสุนปืนอาจไม่ได้เข้าจุดสำคัญ

ฉะนั้น เวลาที่ตาย อาจไม่ใช่ เวลา ยิง ก็เป็นได้!

ประเด็น ยาแก้เครียด ทำนอนยาว ไม่ได้ยินเสียงปืน

เบื้องต้น ยาพวกนี้จะส่งผลต่อการรับรู้ของประสาทมาก และทำให้การจดจำของสมองผิดเพี้ยนไปได้ เช่น อาจจะได้ยินเสียงปืนแล้วตกใจตื่นขึ้นมาแล้วก็หลับต่อ แต่เมื่อตื่นมาอีกครั้ง เขาจะลืมเหตุการณ์ที่ตัวเองได้ยินเสียงปืนแล้วตื่นขึ้นมาชั่วครู่นั้น ไปเลย

แต่แน่นอน สิ่งที่จะยืนยันข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ได้ จะต้องมีการนำยา ชนิดนั้นมาให้ทำการตรวจสอบ รวมถึงต้องผ่านการตรวจสอบหาสารตกค้างในร่างกายด้วย

ประเด็น หนึ่งในผู้ต้องสงสัย เรียก คุณประเสริฐที่นอนจมกองเลือดในห้อง ว่า ศพ

นี่คือหนึ่งในอีกข้อพิรุธ เนื่องจากคนที่เห็น คนนอนจมกองเลือดอยู่ ส่วนใหญ่ มักจะไม่ใช้สรรพนามว่า ศพ แต่มักจะใช้สรรพนาม เช่น เห็นเขานอนจมกองเลือดอยู่ เพราะคนที่เห็นคนนั้น จะไปรู้ได้อย่างไร ว่า คนที่นอนจมกองเลือดอยู่นั้น เสียชีวิตแล้วหรือยัง?

และโดยปกติคนส่วนใหญ่ เวลาเจอเหตุฆาตกรรมในลักษณะนี้ มักจะพูดว่า “เห็นคนตาย” หรือ “ชื่อที่คุ้นเคยของผู้ตาย” มากกว่าที่จะบอกว่า เห็นศพ หรือเห็นผู้เสียชีวิต เพราะทั้งสองแบบนี้ เป็นคำที่เป็นทางการมากๆ ฉะนั้น หากใครพูดแบบนั้น มีความเป็นไปได้สูงว่า มีการเตรียมคำพูด หรือเตรียมบทสำหรับการมาให้ปากคำเอาไว้แล้ว

ฟังทั้งหมดนี้แล้ว แฟนๆ ไทยรัฐออนไลน์ เห็นว่าอย่างไร สามารถแสดงความคิดเห็นของคุณ ในคอมเมนต์สกู๊ปชิ้นนี้ได้เลย เพื่อให้การชม “ซีรีส์ศึกฆ่าล้างตระกูลชิงมรดกโรงแรม” มีรสมีชาติเพิ่มมากขึ้น

ใครคือฆาตกร? คนใน หรือ คนนอก?
ห้องที่พบศพ คือ ห้องที่ฆาตกรลงมือหรือไม่?
ฆาตกรมีเพียงคนเดียว หรือ มากกว่าหนึ่ง?
คุณประเสริฐ เสียชีวิตเวลาไหนกันแน่?
การฆาตกรรม คุณประเสริฐ มีการจัดฉากหรือไม่?

และที่สำคัญที่สุด ที่ทุกคนอยากรู้ อะไรคือ เงื่อนปม ที่นำไปสู่การสังหาร กันแน่...?

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้