วันศุกร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รัฐบาลแห่งชาติในอนาคต

รัฐบาลแห่งชาติในอนาคต

โดย หมัดเหล็ก
6 ต.ค. 2561 05:01 น.
  • Share:

เสียงเรียกร้องให้มีการตั้งรัฐบาลแห่งชาติที่จุดพลุขึ้นมาอีกครั้งโดย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ มีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ซึ่งถ้าว่ากันตามเหตุผลแล้ว ในบรรยากาศของการเลือกตั้งที่จะมาถึงในต้นปี 2562 การเกิด รัฐบาลแห่งชาติ แทบไม่มีความเป็นไปได้เลย นอกจากจะเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองขึ้นเท่านั้น ซึ่งในที่นี้หมายถึง ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ เพราะเหตุใดเหตุหนึ่ง และ รัฐบาล คสช. รักษาการต่อไม่ได้เพราะเกิดแรงต่อต้าน แต่โอกาสจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวคงมีเปอร์เซ็นต์น้อยมาก

สิ่งที่กังวลกันก็คือ การตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง จะด้วยเพราะกฎกติกาใหม่ หรือการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การเมือง ทำให้พรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง ไม่มีเสียงข้างมากพอในการตั้งรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น เพื่อไทย ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ อนาคตใหม่ หรือ ภูมิใจไทย ยังไม่มีวี่แววว่า พรรคไหนได้รับคะแนนนิยมจากประชาชนจนล้นหลาม คาดการณ์เอาไว้ด้วยซ้ำไปว่า พรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 200 เสียงเท่านั้น ในขณะที่ตัวเลขการตั้งรัฐบาลจะต้องเกินครึ่งของ ส.ส.และ ส.ว.รวมกันคือ 375 เสียงขึ้นไป

แนวโน้ม การย้ายพรรคของอดีต ส.ส. ก็เป็นปัจจัยตัวแปรของการตั้งรัฐบาลครั้งนี้ จนถึงบัดนี้ยังไม่นิ่งตามกติกาแล้ว จะต้องสังกัดพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 90 วันจึงจะมีสิทธิ์ลงสมัคร ส.ส. สมมติการเลือกตั้งเป็นวันที่ 24 ก.พ.2562 ตามที่คาดกัน ภายในเดือน พ.ย.นี้ คนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งต้องหาพรรคสังกัดให้เรียบร้อย

การที่พรรคการเมืองต้อง เสนอชื่อคนที่จะเป็นนายกฯในอนาคต ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะส่งผลต่อคะแนน ส.ส.พรรคและการเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล แม้โพลสำรวจความเห็นของประชาชน จะระบุว่าอยากได้นาย ก.นาย ข.เป็นนายกฯ แต่ถ้าคะแนนเสียงของพรรคที่สังกัดไม่พอหรือเสียงสนับสนุนจากพรรคร่วมไม่พอก็เป็นนายกฯไม่ได้เพราะรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการโหวตเลือกนายกฯในสภาด้วยคะแนนเกินกว่ากึ่งหนึ่ง

ยกเว้นว่า พรรคการเมืองที่ตกลงเป็นพันธมิตรกันไว้ยอมกลืนน้ำลาย ร่วมจับมือไปสนับสนุน คนใดคนหนึ่งที่มีทั้ง คนในหรือคนนอก ก็ได้ เป็นนายกฯ ปัญหาการตั้งรัฐบาลคงไม่เกิดขึ้น รัฐบาลแห่งชาติก็คงไม่เกิด

แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ บ้านเมืองวุ่นวาย โอกาสที่จะมี รัฐบาลแห่งชาติหลังการเลือกตั้ง ก็อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งน่าจะเป็นวิธีการสุดท้ายที่จะแก้ไขปัญหาการบริหารบ้านเมืองในอนาคต

พรรคพลังประชารัฐ ยังอยู่ในช่วงการเจรจารวมพรรค ก็เพราะเหตุนี้ ต้องการจะให้ได้คะแนนเสียงจากจำนวน ส.ส.ให้มากที่สุด จะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลทีเดียวแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งก็เชื่อว่า พรรคการเมืองทุกพรรคก็คิดเช่นนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เพื่อไทย หรือ ประชาธิปัตย์ นอกจากจะลดความเสี่ยงแล้ว ยังจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพในอนาคต

ไม่เว้นแม้แต่พรรคใหม่อย่างอนาคตใหม่หรือพรรคขนาดกลางอย่างภูมิใจไทย ชื่อของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ชื่อของอนุทิน ชาญวีรกูล อาจเป็นแคนดิเดตนายกฯได้เช่นกัน ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอน.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th 

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้